เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
Biz Movement เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
News กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
World ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
“ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
เศรษฐกิจภูมิภาค “ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
Biz Movement หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
Politics รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
Politics ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
Finance หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
Finance สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
Finance ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
ดูทั้งหมด

จีนเล่นงานบิ๊กเทค สุดท้ายอาจเป็นภัยกับตัวเอง

13 มิ.ย. 2564 | 16:12น.
จีนเล่นงานบิ๊กเทค
TechTimes
มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

การไล่บี้เล่นงานบิ๊กเทคอย่างหนัก อาจทำให้จีนพลาดเป้าหมายในการขึ้นเป็นซูเปอร์พาวเวอร์ด้านเทคโนโลยีของโลกภายในปี 2050

ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลจีนภายใต้การนำของ สี จิ้นผิง มีการใช้กฎหมายป้องกันการผูกขาดมากำราบบิ๊กเทคของประเทศอย่างต่อเนื่อง

นับจากยุค 1970 เป็นต้นมา จีนผงาดขึ้นเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ด้วยการผ่อนคลายกฎระเบียบ ทำให้สามารถผลักดันตัวเองจนขึ้นไปยืนอยู่แถวหน้าของเวทีเศรษฐกิจโลกภายในเวลาไม่กี่สิบปี

ความก้าวหน้าของจีนมาพร้อมกับการเกิดของบิ๊กเทคอย่าง Alibaba Tencent หรือ ByteDance ที่ไม่เพียงท้าทายเจ้าตลาดจากโลกตะวันตก แต่ยังสั่นคลอนความมั่นคงของพรรคคอมมิวนิสต์จีนเองด้วย

นำมาสู่ปฏิบัติการไล่ลงดาบบิ๊กเทคจีนอย่างหนัก โดย Alibaba กลายเป็นไก่ที่ถูกเชือดให้ลิงดูเป็นรายแรก

เริ่มจากการคว่ำแผน IPO ของ Ant Group ดับฝันของแจ็ก หม่า ในการสร้าง IPO ที่ใหญ่ที่สุดในโลกชั่วพริบตา ตามมาด้วยโทษปรับฐานผูกขาดการแข่งขันอีก 2.8 พันล้านเหรียญ

ลือกันว่า เหตุที่ Alibaba โดนเล่นงานหนักมาจากการที่แจ็ก หม่า ดันไปวิจารณ์นโยบายการเงินของรัฐบาลว่าล้าสมัยทำตัวเหมือนเจ้าของโรงรับจำนำหลงยุค ทำเอาเหล่าผู้นำลงดาบรัว ๆ เสมือนย้ำว่า ต่อให้เก่งกาจแค่ไหนก็เป็นเพียงลูกไก่อยู่ในกำมือของรัฐ

นอกจากแจ็ก หม่า ที่นับจากโดนไล่บี้ก็หายหน้าไปจากวงสังคม จาง อีหมิง ผู้ก่อตั้ง TikTok และเจ้าของ ByteDanceก็ประกาศลาออกจากตำแหน่งซีอีโอด้วยวัยเพียง 38 ในขณะที่คอลิน ฮวง เจ้าของอีคอมเมิร์ซชื่อดัง Pinduoduo ก็สละตำแหน่งประธานบริษัทเช่นกัน

เชื่อกันว่านักธุรกิจเหล่านี้ต้องทำตัว low profile เพราะไม่อยากเด่นจนเป็นภัย

การไล่ล่าบิ๊กเทคครั้งนี้เกิดขึ้นทั้ง ๆ ที่บิ๊กเทคได้ทุ่มเททั้งเวลาและทรัพยากรมหาศาลเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐมาตลอด

ส่วนเจ้าของ Tencent กับ Xiaomi ก็เป็นสมาชิก National People’s Congress ในขณะที่ผู้ก่อตั้ง Baidu และ NetEase เป็นสมาชิกของ The Chinese People’s Political Consultative Conference หรือคณะที่ให้คำปรึกษาทางการเมืองแก่รัฐ

โซเนีย ออปเปอร์ นักวิชาการด้านเศรษฐกิจจีนจาก Bocconi University มองว่า ความสัมพันธ์ของบิ๊กเทคที่เหมือนจะแนบแน่นกับรัฐ บวกกับอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการมีชื่อเสียงระดับโลก ทำให้บิ๊กเทคมั่นใจในสถานะของตนจนกล้าส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แต่ดันไปสั่นคลอนสมดุลแห่งอำนาจที่พรรคคอมมิวนิสต์ต้องการรักษาไว้

นิโคลัส ลาร์ดี้ นักเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจจีนจาก Peterson Institute for International Economics (PIIE) มองว่า เหตุผลหนึ่งในการลงดาบบิ๊กเทคมาจากความต้องการลดความเสี่ยงทางการเงิน

โดยเฉพาะบริการสินเชื่อส่วนบุคคลที่เติบโตอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีผู้เล่นหลักอย่าง Ant Group ที่ปล่อยกู้ให้เอกชนขนาดเล็กและลูกค้ารายย่อยไปแล้วกว่า 333 พันล้านเหรียญ

อีกเหตุผลหนึ่งมาจากการที่ สี จิ้นผิง ต้องการลดอิทธิพลของเอกชนที่เริ่มท้าทายอำนาจหลักของพรรคคอมมิวนิสต์มากเกินไป โดยมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้รัฐวิสาหกิจจีนเป็นหัวหอกแทนที่เอกชนในการพัฒนาเศรษฐกิจภายใต้การควบคุมของรัฐ

รัฐบาลที่กำลังฮึกเหิมจากความสำเร็จในการฟื้นเศรษฐกิจประเทศจากโควิด ผ่านมาตรฐานควบคุมอย่างเข้มงวดดูจะเชื่อมั่นว่านโยบายแบบ top-down แบบนี้จะใช้ได้ผลกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการพัฒนาเศรษฐกิจเช่นกัน

แต่ต้องไม่ลืมว่าเอกชนสร้างรายได้ให้ประเทศคิดเป็น 2 ใน 3 ของ GDP กุมอำนาจการจ้างงาน 80% ของแรงงานทั้งประเทศ ดังนั้นการควบคุมเอกชนอย่างเข้มงวด ยังส่งผลต่อความมั่นใจของนักลงทุนต่างชาติที่อาจหยุดหรือถอนการลงทุน เพื่อเลี่ยงการแทรกแซงจากรัฐ

นอกจากนี้ ยังอาจทำให้จีนไปไม่ถึงจุดหมายในการขึ้นเป็นผู้นำนวัตกรรมโลกภายในปี 2035 และเป็นซูเปอร์พาวเวอร์ทางเทคโนโลยีในปี 2050

เพราะกำลังหลักที่ทำให้วงการเทคโนโลยีจีนก้าวหน้ามาจนถึงวันนี้ คือ เอกชน ไม่ใช่ รัฐวิสาหกิจ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีน เทคโนโลยี