เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ศุภจี” ส่งถุงยังชีพ 2,000 ชุดช่วยน้ำท่วมปราจีนบุรี เร่งคุมสินค้า–ราคา เตรียม “ธงฟ้า” ฟื้นฟูหลังน้ำลด
Economic “ศุภจี” ส่งถุงยังชีพ 2,000 ชุดช่วยน้ำท่วมปราจีนบุรี เร่งคุมสินค้า–ราคา เตรียม “ธงฟ้า” ฟื้นฟูหลังน้ำลด
กทม.เร่งสูบน้ำ “ฝั่งตะวันออก” โยกเครื่องช่วย“ลาดกระบัง” พร่องแก้มลิงรับฝนระลอกใหม่
News กทม.เร่งสูบน้ำ “ฝั่งตะวันออก” โยกเครื่องช่วย“ลาดกระบัง” พร่องแก้มลิงรับฝนระลอกใหม่
มิตซูบิชิ ปาเจโร เนียน นุ่ม แรง หรู
Automotive มิตซูบิชิ ปาเจโร เนียน นุ่ม แรง หรู
“แมคโดนัลด์” เปิดธุรกิจโฆษณา ต่อยอด 1.4 หมื่นสาขาสู่ช่องทางสื่อ
Business “แมคโดนัลด์” เปิดธุรกิจโฆษณา ต่อยอด 1.4 หมื่นสาขาสู่ช่องทางสื่อ
ยศชนัน งัดเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้า รับมือวิกฤตน้ำเหนือ เล็งปรับโครงสร้างชุมชน
Politics ยศชนัน งัดเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้า รับมือวิกฤตน้ำเหนือ เล็งปรับโครงสร้างชุมชน
เดิมพันใหม่ธุรกิจประกันไทยนายกสมาคมเปิดใจรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
Finance เดิมพันใหม่ธุรกิจประกันไทยนายกสมาคมเปิดใจรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
ปิดฉากนิมิบุตร-ศุภชลาศัย คืนที่ดินจุฬาปั้น ‘คลองหก’
Real Estate ปิดฉากนิมิบุตร-ศุภชลาศัย คืนที่ดินจุฬาปั้น ‘คลองหก’
ถอดสูตร 4 ซีอีโอแบรนด์ดังใน HOW Club: เปิดกลยุทธ์ปั้นธุรกิจร้อยล้าน-พันล้าน
Biz Movement ถอดสูตร 4 ซีอีโอแบรนด์ดังใน HOW Club: เปิดกลยุทธ์ปั้นธุรกิจร้อยล้าน-พันล้าน
จับเทรนด์ ‘หุ้น-ทอง-ตราสารหนี้’ ลงทุนโค้งท้ายปี-ฝ่ามรสุมบอนด์ยีลด์พุ่ง
Finance จับเทรนด์ ‘หุ้น-ทอง-ตราสารหนี้’ ลงทุนโค้งท้ายปี-ฝ่ามรสุมบอนด์ยีลด์พุ่ง
เปิดอำนาจ วอร์รูมแก้น้ำท่วม วัดฝีมือ 2 ผู้นำ อนุทิน – ชัชชาติ  
Politics เปิดอำนาจ วอร์รูมแก้น้ำท่วม วัดฝีมือ 2 ผู้นำ อนุทิน – ชัชชาติ  
ดูทั้งหมด

ล้ง 1919 ท่าเรือประวัติศาสตร์ เล่าขานตำนานจีนบนแผ่นดินสยาม

12 พ.ย. 2560 | 09:27น.

“ล้ง 1919” หรือว่า ล้ง มาจากชื่อเดิม “ฮวย จุง ล้ง” ที่แปลจากภาษาจีนว่า ท่าเรือกลไฟ ซึ่งชาวจีนในอดีตนิยมมาเทียบท่าเพื่อทำการค้าและย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากในเมืองไทย ส่วนตัวอาคารของท่าเรือใช้ทำเป็นร้านค้าและโกดังเก็บสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ เช่น จีน สิงคโปร์ ฮ่องกง และอีกหลายประเทศ โดยล้ง อยู่บริเวณสุดถนนเชียงใหม่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี ตรงข้ามกับย่านตลาดน้อย-เยาวราช ปัจจุบันเป็นที่รู้จักในนามโกดังบ้าน “หวั่งหลี” ตระกูลที่เคยทำธุรกิจค้าข้าวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ล้งถูกสร้างขึ้นช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ปี พ.ศ. 2393 (ค.ศ. 1850) ในรัชกาลที่ 4 โดย พระยาพิศาลศุภผล (ชื่น พิศาลบุตร) แต่ต่อมาการท่าเรือเข้ามามีบทบาททางการค้ามากขึ้น ท่าเรือล้ง จึงลดบทบาทลงในปี พ.ศ. 2462 (ค.ศ. 1919) ซึ่งเป็นปีเดียวกันที่ นายตัน ลิบ บ๊วย (ต้นตระกูลหวั่งหลี) เข้ามาถือครองและรับช่วงต่อจาก “ตระกูลพิศาลบุตร” หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็มีการปรับเปลี่ยนท่าเรือให้กลายเป็นอาคารสำนักงานและโกดังเก็บสินค้า สำหรับกิจการการค้าด้านการเกษตรของตระกูลหวั่งหลี ที่ขนมาทางแม่น้ำเจ้าพระยา

“ล้ง” แห่งนี้ถือว่ามีความเก่าแก่มาก ออกแบบลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมจีน คือมีหมู่อาคารแบบ “ซาน เหอ หยวน” ที่ได้รับความนิยมในสมัยรัชกาลที่ 3 ตัวอาคารก่ออิฐถือปูน พื้นสร้างจากไม้ หลังคาสร้างจากกระเบื้อง ส่วนผังอาคารออกแบบสไตล์จีนโบราณ ในลักษณะอาคาร 3 หลังเชื่อมต่อกันเป็นรูปตัวยู โดยมีพื้นที่ว่างตรงกลางระหว่างอาคารใช้เป็นลานอเนกประสงค์

ภายในอาคารมีจิตรกรรมฝาผนังลวดลายอันมงคลและภาพวิถีชีวิต จากการสำรวจพบว่าที่ผ่านมาถูกทาสีทับไว้หลายชั้น เมื่อมีการใช้น้ำยาลอกสีผนัง ทำให้ค้นพบจิตรกรรมฝาผนังจีนโบราณที่ซ่อนอยู่ด้านใน

“สุจินต์ หวั่งหลี” สมาชิกตระกูลหวั่งหลีรุ่นที่ 4 เล่าว่า ในอดีตช่วงรัชกาลที่ 3 ถึง 4 เรือสินค้าส่วนใหญ่ต้องมาจอดขึ้นที่ท่านี้ โดยทวดของเขา (ตัน ลิบ บ๊วย) ได้ขึ้นที่ท่าเรือนี้เช่นกัน ซึ่งต่อมา

ประกอบการค้าและประสบความสำเร็จ จึงสร้างบ้านข้าง ๆ ล้ง ต่อมาหลังปี ค.ศ. 1911-1919 เกิดวิกฤตเศรษฐกิจทำให้ตระกูลพิศาลบุตรประกาศขาย ทำให้ตระกูล “หวั่งหลี” เข้ามาดูแลท่าเรือล้ง และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจหวั่งหลี

“ก่อนที่ท่าเรือคลองเตยจะเกิดขึ้น ล้งแห่งนี้เคยคึกคัก มีการประกอบกิจการค้าของตระกูลหวั่งหลี พวกเราเริ่มต้นกันที่ตรงนี้ ทั้งการค้าพืชผลและธนาคาร ในส่วนของอาคารเก่าแก่ให้พนักงาน

อาศัยอยู่กันมา 3-4 ชั่วอายุคน ภายหลังอาคารเริ่มทรุดโทรมมาก เกรงว่าจะเกิดอันตราย จึงได้ย้ายทุกอย่างออกไป และปรับปรุงใหม่อย่างที่เห็น” สุจินต์กล่าว

ดังที่กล่าวมาแล้วว่า “ล้ง 1919” นอกจากจะเป็นสำนักงานและที่เก็บสินค้าแล้ว ที่แห่งนี้ยังมี ศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว (คลองสาน) รูปปั้นศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจีนโบราณนับถือ ซึ่งเป็นองค์ที่ชาวจีนนำขึ้นเรือเดินทางมาขึ้นที่ฝั่งประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งรูปปั้นเจ้าแม่ทั้ง 3 ปาง อายุมากกว่า 167 ปี โดยมีความเชื่อว่า เจ้าแม่หม่าโจ้วมีพลังและความศักดิ์สิทธิ์ในด้าน “มั่งมีพลัง มั่งคั่งความสำเร็จ” เนื่องจากผู้ที่อัญเชิญเจ้าแม่หม่าโจ้วตั้งแต่เริ่มได้ประสบความสำเร็จเจริญรุ่งเรืองตลอด 6 ชั่วอายุคน นับจากรัชกาลที่ 4 ถึงรัชกาลที่ 10

“รุจิราภรณ์ หวั่งหลี” ผู้บริหารโครงการ “ล้ง 1919” ท่าประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย-จีน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เล่าว่า นอกเหนือจากสถาปัตยกรรมและงานศิลปะไทย-จีนโบราณที่ทรงคุณค่าแล้ว ล้ง 1919 ได้เปิดทำการใหม่อีกครั้งเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปซึมซับบรรยากาศยุคโบราณ พร้อมทั้งจัดโซนอาคารสำหรับจัดงานอีเวนต์ขนาดใหญ่ เวทีการแสดงและกิจกรรมกลางแจ้ง รวมถึง

ร้านอาหาร ร้านค้าระดับพรีเมี่ยม และที่นั่งพักผ่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ล้ง 1919 เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 เป็นต้นไป เวลา 08.00-20.00 น. ส่วนโซนอีทเธอรี่ โซน เปิดเวลา 10.00-22.00 น.