ราคาน้ำมันโลกดีดตัวหนุนหุ้นไทยแตะ 1,600 จุด ผู้ติดเชื้อโควิดทำจุดพีก
ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ยังคงภาพการแกว่งตัวออกด้านข้างในกรอบ 1,585-1,600 จุด แม้มีโอกาสขึ้นทดสอบ 1,600 จุดได้ แต่ยังไม่น่าผ่านไปได้ง่ายดายนัก ปัจจัยหนุนมาจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดีดตัวขึ้นก่อนการประชุม OPEC+ แต่โมเมนตัมไม่แข็งแรงตลาดถูกจำกัดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศที่ยอดผู้ติดเชื้อทำจุดสูงสุดใหม่
วันที่ 2 กรกฎาคม 2564 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ว่า เช้านี้คาดว่า SET Index จะยังคงภาพการแกว่งตัวออกด้านข้างในกรอบระหว่าง 1,585-1,600 จุด แม้มีโอกาสขึ้นทดสอบ 1,600 จุดได้ แต่เชื่อว่ายังไม่น่าผ่านไปได้ง่ายดายนัก โดยมีปัจจัยหนุนระยะสั้นจากการดีดตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ก่อนการประชุม OPEC+ ที่ถูกเลื่อนการประชุมจากวานนี้เป็นวันนี้
อย่างไรก็ดีการปรับขึ้นของตลาดจะถูกจำกัด และโมเมนตัมอาจไม่แข็งแรงมากนัก ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ภายในประเทศที่วันนี้ผู้ติดเชื้อรายวันและผู้เสียชีวิตยังทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง อีกทั้งนักลงทุนบางส่วนยังรอติดตามตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐคืนนี้ และผลการประชุม OPEC+ ในวันนี้
สถานการณ์ COVID-19 ภายในประเทศไทย เริ่มต้นเดือน ก.ค. 64 ด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันกว่า 5,500 ราย และผู้เสียชีวิต 57 ราย สูงที่สุดตั้งแต่มีการระบาดในประเทศ แต่คาดว่าจากการระบาดของสายพันธุ์เดลต้าที่กำลังเพิ่มสัดส่วนมากขึ้น สวนทางกับการกระจายวัคซีนที่เฉลี่ยวันทำการปกติจะฉีดได้ราว 2.5 แสนโดสต่อวัน และพื้นที่เฉพาะกรุงเทพฯ ได้เพียง 60,000 รายต่อวัน ที่คาดว่าเดือนนี้จะได้เพียง 3.3 ล้านโดสห่างไกลจากเป้า 5 ล้านโดส อีกทั้งหากเผชิญกับความล่าช้าของการจัดหาวัคซีนจะยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ต่อไป
ด้านราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งก่อนผลการประชุม OPEC+ โดยราคาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI ปิดเพิ่มขึ้น 1.76 ดอลลาร์ หรือ 2.4% มาที่ 75.23 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2561 ก่อนผลการประชุม OPEC+ โดยตลาดเริ่มมีการคาดการณ์ว่าอาจจะมีการเพิ่มกำลังผลิตน้อยกว่าที่คาดหมายไว้ก่อนหน้านี้ หลังซาอุฯได้เลื่อนการประชุมระดับรัฐมนตรีมาเป็นวันนี้เพื่อให้ประเทศสมาชิกมีเวลามากขึ้นในการหารือกันเกี่ยวกับนโยบายการผลิตน้ำมัน
ด้านตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ วานนี้สหรัฐประกาศตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกออกมาเพียง 364,000 ราย น้อยกว่าตลาดคาดการณ์ที่ 390,000 ราย และต่ำที่สุดตั้งแต่มีการระบาดโควิด-19 ในสหรัฐ ส่วนดัชนี ISM Manufacturing PMI ออกมา 60.6 จุด ใกล้เคียงกับคาดการณ์ที่ 61.0 จุด ภาพรวมสะท้อนว่าตัวเลขเศษฐกิจสหรัฐแข็งแกร่งและการจ้างงานมีแนวโน้มฟื้นตัว
อย่างไรก็ตามคืนนี้ติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการกษตรที่คาดว่าจะออกมาถึง 700,000 ตำแหน่ง และอัตราการว่างงานที่คาดว่าจะปรับตัวลงไปที่ 5.7% โดยหากทั้งสองตัวเลขออกมาดีกว่าคาดมาก ๆ จะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะใช้ในการพิจารณาเรื่องการทำลดขนาดเข้าซื้อพันธบัตร (QE Tapering) ในอนาคต ซึ่งน่าจะมีความชัดเจนตั้งแต่ช่วง ส.ค. 64 เป็นต้นไป