ดอลลาร์สหรัฐลดแรงบวก หลังผิดหวังตัวเลขการว่างงานของสหรัฐ
ดอลลาร์สหรัฐลดแรงบวก หลังผิดหวังตัวเลขการว่างงานของสหรัฐ นักลงทุนจับตารายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ ประจำเดือนมิ.ย. ส่วนเงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 32.10/12 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประวันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม 2564 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (5/7) ที่ระดับ 32.15/17 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (2/7) ที่ระดับ 32.19/20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเทียบกับเงินสกุลหลัก ถึงแม้ว่ากระทรวงแรงงานสหรัฐได้เปิดเผยรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่เพิ่มขึ้น 850,000 ตำแหน่งในเดือนมิถุนายน ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 706,000 ตำแหน่ง
อย่างไรก็ดี อัตราการว่างงานสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 5.9% ในเดือนมิถุนายน สวนทางกับนักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะลดลงสู่ระดับ 5.6% หลังจากอยู่ในระดับ 5.8% ในเดือนพฤษภาคม โดยการฟื้นตัวของตลาดแรงงานสหรัฐเป็นเรื่องที่มีการคาดการณ์กันแล้ว จึงไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดเงินมากนัก
ทั้งนี้นักลงทุนจับตารายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประจำเดือนมิถุนายน ที่จะมีการเปิดเผยในสัปดาห์นี้ รวมทั้งการรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐในไตรมาส 2 และความคืบหน้าในการผลักดันร่างกฎหมายโครงสร้างพื้นฐานของประธานาธิบดีโจ ไบเดน
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือนมิถุนายน 2564 สูงขึ้น 1.25% เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายนปีก่อนหน้า และลดลง 0.38% จากเดือนพฤษภาคม ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (เงินเฟ้อพื้นฐาน) ขยายตัว 0.52% เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายนปีก่อนหน้า และสูงขึ้น 0.02% จากเดือนพฤษภาคม เป็นผลจากสินค้ากลุ่มพลังงานและอาหารสดบางประเภทราคาสูงขึ้น
ขณะที่มาตรการลดค่าครองชีพของภาครัฐเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เงินเฟ้อชะลอตัว ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.09-32.30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.10/12 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้านี้ (5/7) ที่ระดับ 1.1860/61 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (2/7) ที่ระดับ 1.1827/30 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ระหว่างวันค่าเงินยูโรปรับแข็งค่าต่อเล็กน้อย
โดยตัวเลขเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยในวันนี้ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริหารของยูโรโซนประจำเดือนกรกฎาคม ออกมาอยู่ที่ระดับ 58.3 สูงขึ้นจากระดับ 58.0 ในเดือนก่อนหน้า
ด้านสหราชอาณาจักร ทางรัฐบาลคาดว่าจะยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ได้ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคมนี้ หลังจากที่ต้องเลื่อนเนื่องจากการระบาดรุนแรงของไวรัสโควิดสายพันธุ์เดลต้า โดยนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน จะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ขั้นสุดท้ายในอีกไม่กี่วันนี้
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1850-1.1878 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1878/79 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (5/7) ที่ระดับ 111.08/09 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (2/7) ที่ระดับ 111.44/47 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งนักลงทุนยังเข้าถือเยนในฐานะสกุลปลอดภัย ภายหลังตลาดผิดหวังกับอัตราการว่างงานของสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนวัคซีนจากรัฐบาลกลางญี่ปุ่น จนอาจส่งผลให้การฉีดวัคซีนทั่วประเทศล่าช้า ซึ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนเริ่มการแข่งขันกีฬาโตเกียวโอลิมปิก ทั้งนี้ระหว่างวันค่เางินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 110.80-111.18 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 110.81/82 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ได้แก่ ผลการประชุมนโยบายการเงินธนาคารกลางออสเตรเลีย (6/7), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของสหรัฐ ประจำเดือนมิถุนายน (6/7), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเยอรมนีจากสถาบัน ZEW ประจำเดือนกรกฎาคม (6/7), จำนวนตำแหน่งว่างงานที่เปิดรับสมัครของสหรัฐ ประจำเดือนพฤษภาคม (7/7),
รายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (8/7), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ครั้งแรกของสหรัฐ (8/8), อัตราเงินเฟ้อของจีน ประจำเดือนมิถุนายน (9/7)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ 0.25/0.35 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ 2.5/4.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ