เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หายนะ แมนฯ ซิตี้
คุยกับเอกราช หายนะ แมนฯ ซิตี้
แก้ปัญหาไตรมาส 4
Columns แก้ปัญหาไตรมาส 4
ศุภจี เคาะแผนเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ SME ปี 70 เป็น 5.8 พันล้าน วางเป้าเพิ่มศักยภาพ 4.1 หมื่นราย
Economic ศุภจี เคาะแผนเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ SME ปี 70 เป็น 5.8 พันล้าน วางเป้าเพิ่มศักยภาพ 4.1 หมื่นราย
รัฐบาล ชี้เล็งแก้ กม.ปรับใช้ ‘ภาษีบาป’ มุ่งให้เงินเข้าสู่คลัง ยันไม่ยุบ 4 องค์กร
Politics รัฐบาล ชี้เล็งแก้ กม.ปรับใช้ ‘ภาษีบาป’ มุ่งให้เงินเข้าสู่คลัง ยันไม่ยุบ 4 องค์กร
เปิดมุมคิด ผู้นำธุรกิจไทย บริหารธุรกิจครอบครัวแบบ “มืออาชีพ”
Finance เปิดมุมคิด ผู้นำธุรกิจไทย บริหารธุรกิจครอบครัวแบบ “มืออาชีพ”
ราคาทองวันนี้ (4 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,750 บาท
น้ำท่วมซ้ำเติมพืชเศรษฐกิจ ‘ข้าว-มัน-ยาง’ ราคาดีแต่ผลผลิตน้อย
Economic น้ำท่วมซ้ำเติมพืชเศรษฐกิจ ‘ข้าว-มัน-ยาง’ ราคาดีแต่ผลผลิตน้อย
สภาพอากาศวันนี้ (4 ต.ค.) ไทยตอนบนฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักบางพื้นที่
News สภาพอากาศวันนี้ (4 ต.ค.) ไทยตอนบนฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักบางพื้นที่
ราคาน้ำมันวันนี้ (4 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (4 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (4 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.31% อยู่ที่ 84,766 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (4 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.31% อยู่ที่ 84,766 เหรียญสหรัฐ
ดูทั้งหมด

ทฤษฎีโลกไร้ผึ้ง

30 ก.ค. 2564 | 13:18น.
คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ
สาโรจน์ มณีรัตน์

 

“เมื่อใดที่ผึ้งหมดไปจากพื้นผิวโลก เมื่อนั้นมนุษย์เหลือเวลาเพียง 4 ปีที่จะมีชีวิต เพราะจะไม่มีการถ่ายเรณูอีกต่อไป ดังนั้น โลกใบนี้จะไม่มีพืช ไม่มีสัตว์ และไม่มีมนุษย์”

คำกล่าวข้างต้นเป็นคำพูดของ “อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์” อัจฉริยบุคคลสำคัญของโลกทางด้านฟิสิกส์ และวิทยาศาสตร์ ทั้งนั้นเพราะเขามองว่า “ผึ้ง” เป็นสัญญาณเตือนภัยทางธรรมชาติ ที่เข้าไปหลอมรวมกับทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็นพืช, สัตว์, อากาศ, ดิน, น้ำ, ลม และมนุษย์ทั่วไป

ดังนั้นการที่ “อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์” ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับปรากฏการณ์ของฝูงผึ้งที่กำลังจะหายไปจากโลก จึงเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจทีเดียว เพราะอย่าลืมว่า “อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์” มีชีวิตอยู่ระหว่างปี 2422-2498 ระหว่างนี้เขาได้ค้นพบทฤษฎีต่าง ๆ มากมาย ทั้งทางด้านทฤษฎีสัมพัทธภาพ, ทฤษฎีควอนตัม

ซึ่งน่าเชื่อว่าสิ่งที่เขาค้นพบน่าจะเกี่ยวข้องกับบางสิ่งบางอย่างที่เกี่ยวกับผึ้งด้วย เพราะไม่เช่นนั้นเขาคงไม่พูดต่อว่าถ้าเราปล่อยให้ธรรมชาติจัดการกันเอง คงจะไม่มีปัญหาอะไรกับระบบนิเวศ เพราะตอนนี้มนุษย์เริ่มเข้าไปจัดการกับธรรมชาติ ทั้งในเรื่องการกำหนดเวลาเพาะปลูก, การใช้สารเคมี, สารพิษ และการกำหนดฤดูกาลแห่งการเก็บเกี่ยว จนส่งผลกระทบต่อพืชผัก และแมลงบนโลกใบนี้

คำพูดดังกล่าว ถ้านับเวลาจากที่ “อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์” เสียชีวิตในปี 2498 เวลาได้ล่วงเลยมากว่า 66 ปี เป็น 66 ปีที่มนุษย์อย่างเรา ๆ คงพอเห็นความเปลี่ยนแปลงบนโลกใบนี้

ไม่ว่าภาวะเรือนกระจกที่เกิดขึ้น

สภาวะโลกร้อน

หรือธารน้ำแข็งบริเวณขั้วโลกเหนือที่กำลังละลาย รวมไปถึงสภาพภูมิอากาศที่ผันแปรไปทั่วทุกมุมโลก ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย ที่ฤดูกาลสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนเสียจนทำให้มนุษย์อย่างเรารู้สึกว่า…นี่คือฤดูกาลไหนกันแน่

ขณะที่ “โรเบิร์ต วัตสัน” หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ กระทรวงสิ่งแวดล้อมของสหราชอาณาจักร มองว่า…หากโลกประสบปัญหาเสียจนมนุษย์ สัตว์ สิ่งของ ไม่สามารถอยู่บนโลกใบนี้ได้

สิ่งหนึ่งที่ควรทำ ทั้งในฐานะนักวิทยาศาสตร์ และเกษตรกร เราควรจะต้องทิ้งรอยเท้าไว้ให้นักสิ่งแวดล้อมรุ่นอนาคตทราบว่าคนรุ่นเราไม่ได้ทำให้ดินเสื่อมลง หรือทำให้น้ำเสื่อมลง และเราไม่ได้ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติในระบบนิเวศเกิดความผันแปรจนเกิดหายนะ

แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น เกิดจากความละโมบของมนุษย์บางคนต่างหาก แต่กระนั้น ก็มีมนุษย์บนโลกใบนี้อีกหลายสิบล้านคนที่ดำรงตนในการทำธุรกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไป

“วอร์เรน บัฟเฟตต์” มหาเศรษฐีชาวอเมริกันระดับโลกคือหนึ่งในนั้น เพราะเขาคิดว่าการดำเนินธุรกิจ ไม่จำเป็นจะต้องรุกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

ช้า ๆ ก็ได้

เขาใช้คำว่า…ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม

ซึ่งตรงกับสุภาษิต หรือคำพังเพยของไทย

“ผมมีความอดทนในการทำธุรกิจ ไม่เร่งรีบ หรือหักโหมมากเกินไป ผมค่อย ๆ ทำกำไรทีละเล็กทีละน้อย และสะสมมูลค่าไปเรื่อย ๆ”

นอกจากนั้น “วอร์เรน บัฟเฟตต์” ยังพูดถึงวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจว่า…ผมเชื่อว่าวิสัยทัศน์ และความอดทนในการทำธุรกิจ เป็นสิ่งสำคัญมากที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ

“หลังจากนั้น ก็ควรมองหาโอกาส และการลงทุนใหม่ ๆ ที่มีแนวโน้มในการสร้างกำไรระยะยาวมากกว่าที่จะมองธุรกิจที่ทำกำไรมาก เพราะการทำแบบนี้เป็นภาพมายา มีวงจรสั้นมาก ดังนั้น การทำธุรกิจ เราจึงควรเดินสวนกระแสบ้าง เพราะตลอดชีวิต ผมไม่เคยทะเยอทะยาน หรือตั้งเป้าหมายมาก
เกินไป เพราะผมจะไม่พยายามกระโดดข้ามที่สูง 7 ฟุต แต่ผมจะมองหาคานไม้ที่สูง 1 ฟุต เพื่อให้สามารถเดินข้ามได้อย่างสบาย ๆ”

เพราะ “วอร์เรน บัฟเฟตต์” มองว่า…การส่งต่อโอกาสให้กับคนที่ไม่มีโอกาสเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งยังจะทำให้เกิดการกระจายความหวังไปสู่มนุษย์บนโลกใบนี้

ที่ไม่จำกัดเฉพาะแค่สหรัฐอเมริกา

หากมนุษย์ทุกคนที่รู้สึกว่ามีความหวัง และมีความเชื่อว่า…หากโลกนี้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ จนทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อระบบนิเวศ จนทำให้มนุษย์ สัตว์ สิ่งของไม่สามารถทนอยู่บนโลกใบนี้ได้

โปรดจงเชื่อว่าในวิกฤต ย่อมมีโอกาสเสมอ

เหมือนกับคำกล่าวของ “อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์” ที่เชื่อว่า…เมื่อใดที่ผึ้งหมดไปจากพื้นผิวโลก เมื่อนั้นมนุษย์เหลือเวลาเพียง 4 ปีที่จะมีชีวิต เพราะจะไม่มีการถ่ายเรณูอีกต่อไป ดังนั้น โลกใบนี้จะไม่มีพืช ไม่มีสัตว์ และไม่มีมนุษย์

ซึ่งแม้จะเป็นคำกล่าวที่ปิดตัวเองเกินไปนัก

เพราะจริง ๆ แล้ว ในท่ามกลางกฎธรรมชาติของทุกสรรพสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ สัตว์ สิ่งของ หรือแม้แต่ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ค่อย ๆ เตือนโลกใบนี้อย่างต่อเนื่อง ล้วนเป็นเสียงกระซิบจากความเป็นจริง ที่บอกว่า…พอได้แล้วหรือยังมนุษย์

พอได้แล้วหรือยังความละโมบ

สู้จงอุตส่าห์มาให้ความสำคัญกับโลกใบนี้บ้าง เผื่อว่าลูก หลาน เหลน โหลนของเรา จะได้ดำรงคงอยู่ในท่ามกลางธรรมชาติ ที่แม้จะสึกหรอไปบ้าง

แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีเลยไม่ใช่หรือ ?

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธรรมชาติ ผึ้ง