เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สรรพสามิต ลดภาษีน้ำมัน B20-E20 บรรเทาค่าครองชีพประชาชน แลกสูญรายได้ 1.5 หมื่นล้าน
Finance สรรพสามิต ลดภาษีน้ำมัน B20-E20 บรรเทาค่าครองชีพประชาชน แลกสูญรายได้ 1.5 หมื่นล้าน
ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ร่วงลง 350 บาท รูปพรรณบาทละ 64,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ร่วงลง 350 บาท รูปพรรณบาทละ 64,800 บาท
เอกนิติ ชี้ประชาชนแห่ลงทะเบียนติดโซลาร์ภาคประชาชน วันแรกพุ่งกว่า 7,000 คน
Finance เอกนิติ ชี้ประชาชนแห่ลงทะเบียนติดโซลาร์ภาคประชาชน วันแรกพุ่งกว่า 7,000 คน
BCP-VGI-MFC กอดคอร่วง! ท่ามกลางข่าวอายัดหุ้น ฟาก ก.ล.ต.ยัน 3 บริษัทไม่เกี่ยวข้องกับคดี
Finance BCP-VGI-MFC กอดคอร่วง! ท่ามกลางข่าวอายัดหุ้น ฟาก ก.ล.ต.ยัน 3 บริษัทไม่เกี่ยวข้องกับคดี
ครม.ไฟเขียวงบฯเงินกู้ 972 ล้าน ปั้นแรงงานติดโซลาร์เซลล์ 3.2 หมื่นคน
Politics ครม.ไฟเขียวงบฯเงินกู้ 972 ล้าน ปั้นแรงงานติดโซลาร์เซลล์ 3.2 หมื่นคน
JOOX เปิดเกมใหม่เร่งการเติบโตตลาดเพลงไทย
Biz Movement JOOX เปิดเกมใหม่เร่งการเติบโตตลาดเพลงไทย
ทลายเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ! ‘เบน สมิธ-ยิม เลียก’ อายัดทรัพย์ 2.6 หมื่นล้าน โยงหุ้น BCP-VGI-MFC
Finance ทลายเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ! ‘เบน สมิธ-ยิม เลียก’ อายัดทรัพย์ 2.6 หมื่นล้าน โยงหุ้น BCP-VGI-MFC
ธนาคารโลก ให้ 115 ล้าน ศึกษา ‘คลองระบายน้ำชัยนาท–ป่าสัก-อ่าวไทย’
Politics ธนาคารโลก ให้ 115 ล้าน ศึกษา ‘คลองระบายน้ำชัยนาท–ป่าสัก-อ่าวไทย’
วาโก้สานต่อโครงการ Princess Collection จากพระดำริ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ
Biz Movement วาโก้สานต่อโครงการ Princess Collection จากพระดำริ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ
กสิกรไทย ก้าวสู่เกตเวย์ Swift Payments Scheme แห่งแรกของธนาคารไทย
Finance กสิกรไทย ก้าวสู่เกตเวย์ Swift Payments Scheme แห่งแรกของธนาคารไทย
ดูทั้งหมด

ล็อกดาวน์-เคอร์ฟิว ร้านค้า 1 แสนราย จ่อปิดกิจการ ดิ่งสุดรอบ 16 เดือน

06 ส.ค. 2564 | 09:48น.

สมาคมผู้ค้าปลีกไทย เผย “ล็อกดาวน์-เคอร์ฟิว” กระทบค้าปลีกวิกฤตหนัก ดัชนีความเชื่อมั่นเดือนก.ค. 64 ติดลบ 70% ดิ่งจุดต่ำสุดรอบ 16 เดือน สูญทั้งระบบกว่า 2.7 แสนล้านบาท กว่า 100,000 ร้านค้า นับถอยหลังปิดกิจการ ส่งผลกระทบต่อการจ้างงานกว่าล้านคน จี้รัฐบาลทวนซ้ำ 4 มาตรการเยียวยา ติดสปีดช่วยเหลือ พยุงผู้ประกอบการ การจ้างงานต่อ

วันที่ 6 สิงหาคม 2564 นายฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ รองประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นค้าปลีกในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาน่าเป็นห่วงอย่างมาก เนื่องจากการแพร่ระบาดโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้ารุนแรงกว่าระลอกแรกเมื่อปีที่แล้ว นอกจากนี้มาตรการล็อกดาวน์และเคอร์ฟิวในเดือนสิงหาคมที่ปัจจุบันได้ขยายจังหวัดคุมเข้มสูงสุดเป็น 29 จังหวัด ส่งผลให้ภาคค้าปลีกต้องใช้เวลานานกว่าจะฟื้นตัวสู่ระดับปกติ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นช่วงกลางปี 2566

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ค้าปลีก Retail Sentiment Index (RSI) อยู่ที่ระดับ 16.4 ลดต่ำสุดในรอบ 16 เดือน คิดเป็นความเชื่อมั่นติดลบ 70% และการลดลงของยอดขายสาขาเดิมเดือนกรกฏาคมปีนี้ Same Store Sale Growth (SSSG) เกิดจากทั้ง Spending Per Bill หรือ Per Basket Size และ ความถี่ในการจับจ่าย (Frequency on Shopping) ลดลงพร้อมกันทั้งคู่ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ไม่ดีนัก สะท้อนถึงการฟื้นตัวต้องใช้เวลา

สมาคมคาดว่าภาคการค้าปลีกและบริการครึ่งปีหลังจะทรุดหนัก การเติบโตโดยรวมปีนี้มีแนวโน้มจะติดลบทั้งปี ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ค้าปลีก RSI ในอีก 3 เดือนข้างหน้า ยืนอยู่ที่ระดับ 27.6 ต่ำกว่าดัชนีเดือนเมษายนปี 2563 ที่ระดับ 32.1 สะท้อนความวิตกกังวลในความไม่ชัดเจนต่อแนวทางการกระจายการฉีดวัคซีนที่ภาครัฐยังมีความล่าช้า และมาตรการ การเยียวยาที่ไม่เข้มข้นมากพอ รวมทั้งการกระตุ้นกำลังซื้อที่ภาครัฐประกาศที่จะอัดฉีดเพิ่มเติมไม่ตรงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้

นอกจากนี้ยังมีดัชนีความเชื่อมั่นในประเด็นที่สำคัญ ดังต่อไปนี้ โดยดัชนีความเชื่อมั่น RSI แยกตามภูมิภาค ปรากฎว่า ลดลงต่ำกว่าระดับค่าเฉลี่ยกลางที่ 50% อย่างต่อเนื่องในทุกภูมิภาค เป็นผลจากการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยเฉพาะภาคกลาง ที่ลดลงอย่างชัดเจนกว่าภาคอื่น ๆ เนื่องจากภาคกลางมีคลัสเตอร์การแพร่ระบาดในกลุ่มผู้ใช้แรงงานในโรงงานเป็นจำนวนมาก

ในขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นใน 3 เดือน ข้างหน้า ก็ลดลงในทุกภูมิภาคอย่างชัดเจน แต่ก็ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลางที่ระดับ 50 ค่อนข้างมาก สะท้อนให้เห็นว่า การแพร่ระบาดโควิด-19 ครั้งนี้ ผู้ประกอบการประเมินว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดยืดเยื้อไม่จบง่าย ๆ ประกอบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนแอ

ขณะที่การฟื้นตัวต้องใช้เวลานานดัชนีความเชื่อมั่น RSI แยกตามประเภทร้านค้าปลีก จากผลการสำรวจพบว่าดัชนีปรับลดลงมาก อย่างชัดเจน และต่ำลงในทุกประเภท โดยเฉพาะร้านค้าปลีกประเภทห้างสรรพสินค้าและร้านค้าปลีกประเภทร้านอาหารได้รับผลกระทบโดยตรงและหนักสุดจากมาตรการการล็อกดาวน์ ส่งผลให้ยอดขายลดลงกว่า 80-90% เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน

ส่วนร้านค้าประเภทสะดวกซื้อ ก็ได้รับผลกระทบจากมาตรการที่กำหนดให้ปิดบริการตั้งแต่ 21.00-04.00 น. มีผลต่อยอดขายหดหายกว่า 20-25% จากที่รายได้ในรอบดีกที่เป็นส่วนหนึ่งของ Peak Hour หายไป และจำนวนสาขาของร้านค้าสะดวกซื้อกว่า 40% ตั้งอยู่ในเขตสีแดงเข้มที่เป็นเขตควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด

โดยประเด็นสำคัญของ “การประเมินผลกระทบต่อยอดขายและกำลังซื้อและการจ้างงานต่อการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ จากมุมมองผู้ประกอบการ” ในเดือนกรกฎาคม

1.ผู้ประกอบการกว่า 90% เห็นว่า กำลังซื้อของผู้บริโภคมีสัญญาณปรับตัวแย่กว่าเดือนมิถุนายนค่อนข้างมากเพราะมีความกังวลต่อความไม่แน่นอนของแผนการฉีดและกระจายวัคซีนของภาครัฐ

2.ผู้ประกอบกว่า 63% ประเมินว่า ยอดการจับจ่ายและการใช้บริการ (Traffic) ลดลงมากกว่า 25% เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน และไม่มีพฤติกรรมในการกักตุน Stock Up เพราะกำลังซื้อของประชาชนที่อ่อนตัวลง

3.ผู้ประกอบการ 61% ยอมรับว่าการจับจ่ายและการใช้บริการ (Traffic) ลดลงมากกว่า 25% เป็นผลจากมาตรการเคอร์ฟิว

4.ผู้ประกอบการกว่า 41% มีการปรับลดการจ้างงาน หรือปรับลดชั่วโมงการทำงาน เพราะธุรกิจมียอดขายและ ค่าธรรมเนียนการขายที่ลดลง

5.ผู้ประกอบการ 53% มีสภาพคล่องทางการเงินไม่ถึง 6 เดือน สะท้อนถึงภาวะธุรกิจที่ฝืดเคืองและการเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำยังคงเป็นปัญหาที่ต้องการได้รับการแก้ไข

6.ผู้ประกอบการ 42% คาดว่าการบริโภคภาคเอกชนในไตรมาส 3 ปี 2564 จะหดตัว 10% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ของปี 2563

7.ผู้ประกอบการ 90% ประเมินการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะเข้าสู่ระดับปกติ ในช่วงกลางปี 2566 หรืออาจจะนานกว่านั้น

อย่างไรก็ดี ทางสมาคมจึงอย่างให้ภาครัฐเร่งทบทวน 4 ข้อเสนอในการพยุงธุรกิจทั้งระบบเพื่อป้องกันไม่ให้สูญเสียและปิดกิจการลงจำนวนมาก ได้แก่

1.ภาครัฐต้องมีมาตรการเยียวยานายจ้างช่วยจ่ายค่าเช่า และค่าแรงพนักงาน 50% เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน

2.ภาครัฐต้องช่วยผู้ประกอบการด้วยการลดค่าสาธารณูปโภค 50% เป็นเวลา 6 เดือน

3.ภาครัฐต้องเร่งสถาบันการเงินอนุมัติเงินกู้ Soft Loan ให้ผู้ประกอบการที่ยื่นขอเงินกู้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วภายใน 30 วัน (ปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่ได้รับอนุมัติเงินกู้เพียง 10% ของจำนวนที่ยื่นขอสินเชื่อไปแล้วกว่า 3 หมื่นราย) หากการอนุมัติยังล่าช้าจะส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเลิกกิจการกว่าแสนรายอย่างแน่นอน

4.ขอให้พักชำระหนี้และหยุดคิดดอกเบี้ยเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน สำหรับผู้ประกอบการที่เป็นลูกหนี้ปัจจุบันกับสถาบันการเงิน

“ทั้ง 4 ข้อเสนอต่อภาครัฐนี้ ทางสมาคมขอให้ภาครัฐพิจารณาและให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพราะภาค ค้าปลีกและบริการกำลังทรุดหนัก และมีแนวโน้มที่อาจจะต้องปิดกิจการอีกกว่าแสนราย ซึ่งจะกระทบการเลิกจ้างงานกว่าล้านคน รัฐบาลควรเร่งเรียกความเชื่อมั่นกลับมาโดยเร็วที่สุด” นายฉัตรชัยกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สมาคมผู้ค้าปลีกไทย