“1MORE” หูฟังสัญชาติมะกันจับมือ “อินแกรม ไมโคร” บุกตลาดไทย ชูไลน์สินค้าครบทุกเซ็กเมนต์ตั้งแต่ราคาไม่กี่ร้อยบาท ยัน 6 พันกว่าบาท หวังกวาดหมดทั้งตลาดล่างยันบนและเกมเมอร์
นายเทียรี่ เทียว ผู้อำนวยการฝ่ายขาย วันมอร์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า แบรนด์วันมอร์ (1MORE) เป็นแบรนด์หูฟังจากสหรัฐอเมริกา ที่เริ่มทำตลาดมาแล้ว 2 ปี มียอดขายแล้วกว่า 50 ล้านชิ้นทั่วโลก และมองว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตของตลาดหูฟังค่อนข้างสูง เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ชอบด้านเอ็นเตอร์เทนเมนต์ และมีกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น ดูหนัง, ฟังเพลง และออกกำลังกาย ประกอบกับตลาดเกมมิ่งก็เติบโตอย่างมาก จึงเห็นโอกาสทางการตลาดในประเทศไทย
สำหรับกลุ่มลูกค้าเน้นที่คนรุ่นใหม่อายุ 13-35 ปี เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ตอบรับเทคโนโลยีได้เร็ว ด้วยการมีสินค้าที่ตอบโจทย์ได้ทุกเซ็กเมนต์ มีระดับราคาหลากหลายตั้งแต่ล่างถึงไฮเอนด์ และได้นำเข้ามาทำตลาด 10 รุ่น ราคา 350-6,300 บาท มีทั้งสำหรับผู้ใช้ทั่วไป และมีหูฟังเกมมิ่ง 2 รุ่น ส่วนรุ่นที่คาดว่าจะทำตลาดได้ดี ได้แก่ หูฟังไร้สายแบบสอดหูรุ่น iBFree Bluetooth in-Ear Headphones ราคา 2,100 บาท เหมาะแก่การออกกำลังกาย เป็นรุ่นที่ทำยอดขายสูงสุดในประเทศอินเดีย อีกรุ่นคือ 1MORE Piston Fit in-Ear Headphones ราคา 350 บาท เนื่องจากราคาจับต้องได้
“เรามองว่าไม่ใช่แค่ประเทศไทยที่มีอัตราการเติบโตของหูฟัง แต่เป็นแนวโน้มในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งพฤติกรรมของผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพมากขึ้น สินค้าของเรามีตั้งแต่ระดับล่างถึงบน มีทั้งรุ่นที่มี 3 ไดรเวอร์ขับเสียง และสินค้ากลุ่มเกมมิ่งที่กำลังเติบโตด้วย”
โดยการทำตลาดในประเทศไทยจะเน้นไปที่การให้ประสบการณ์กับลูกค้า ด้วยการให้ทดลองใช้งานตามหน้าร้านต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการลองใช้ผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างฐานแฟนคลับและเกิดการบอกต่อ รวมถึงการให้ความสำคัญกับการตลาดออนไลน์ มีการให้บล็อกเกอร์รีวิวสินค้า และมองถึงการมีแบรนด์แอมบาสซาเดอร์เพื่อขยายการรับรู้ ซึ่งสินค้าทั้งหมดมีบริษัท อินแกรม ไมโคร เป็นตัวแทนจำหน่าย โดยต้องการมีมาร์เก็ตแชร์ในตลาดประเทศไทย
ด้านนายวีรพงษ์ รัตนะเวสสุวรรณ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า วันมอร์เป็นแบรนด์หูฟังรายแรกที่บริษัทนำเข้ามาทำตลาด เพราะมองเห็นศักยภาพของสินค้า โดยจะจำหน่ายผ่านตัวแทนรายย่อย 3,000 ราย ครอบคลุมร้านค้าต่าง ๆ และร้านในห้างสรรพสินค้า