หุ้นไทยสัปดาห์หน้า “พักก่อน” รอผลประชุม FED คาดแกว่งตัว 1,510-1,560 จุด
เตรียมตัวลงทุน “หุ้นไทย” สัปดาห์หน้า โบรกฯ ฟิลลิป ชี้มุมมอง ดัชนี “SET Index” พักก่อน รอผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐช่วงสิ้นเดือนนี้ คาดแกว่งตัว 1,510-1,560 จุด แนะเน้นลงทุน “หุ้นส่งออก-หุ้นปลอดภัย” ติดตาม “สภาพัฒน์ฯ” รายงานตัวเลข GDP ไตรมาส 2/64 วันจันทร์ที่ 16 ส.ค.
วันที่ 15 สิงหาคม 2564 บริษัทหลักทรัพย์(บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า(16-20 ส.ค.64) ว่า คาดดัชนี SET Index แกว่งตัวออกข้างระหว่าง 1,510-1,560 จุด หลังไร้ปัจจัยใหม่หนุน กลยุทธ์ลงทุนเน้นหุ้นส่งออกและหุ้นปลอดภัย ขณะเดียวกันอาจรอดูทิศทาง Dollar Index และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี เพื่อประเมินมุมมองนักลงทุนต่อการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ(FED) สิ้นเดือนนี้ และวางแผนการลงทุนในระยะถัดไป
สำหรับสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศระยะสั้นเร่งตัวขึ้น โดยผู้ติดเชื่อรายวันยังคงทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเร่งขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อในต่างจังหวัดที่แซงหน้ากรุงเทพและปริมณฑลไปค่อนข้างมาก ถือเป็นปัจจัยที่น่าเป็นห่วงสูง เนื่องจากอัตราการฉีดวัคซีนยังล่าช้ากว่าในกรุงเทพและปริมณฑล
ทั้งนี้ใกล้จบการประกาศงบการเงินงวดไตรมาส 2/64 ของบริษัทจดทะเบียนไทย ดังนั้นหลังประกาศงบจบ คาดตลาดจะยิ่งต้องเน้นการเลือกหุ้นแบบ Selective Play มากขึ้น ขณะที่ผลการประชุมใหญ่ของ FED ที่เมือง Jackson Hole ช่วงสิ้นเดือนนี้ หาก FED ส่งสัญญาณทำ QE Tapering ชัดเจน กลุ่มหุ้นที่น่าจะเห็นแรงเก็งกำไรเข้ามาในช่วงสั้น ได้แก่ หุ้นส่งออก เหตุจากค่าเงินดอลลาร์จะแข็งค่าจากการดึงเงินกลับของ FED ส่งผลให้ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อ
และหุ้นขนาดใหญ่ที่ราคาถูกเทียบกับมูลค่า ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นหุ้นกลุ่มวัฏจักรที่รอการฟื้นตัว ซึ่งการทำ QE จะสะท้อนภาพการฟื้นตัวในสหรัฐ จึงคาดจะเห็นบรรยากาศระยะสั้นกลับมาในกลุ่มนี้ และถ้า FED ไม่ส่งสัญญาณทำ QE คาดกลุ่ม Commodity และหุ้นขนาดเล็กจะมีแรงเก็งกำไรต่อ จากสภาพคล่องที่ยังล้นตลาดต่อไป
ในภาพรวมฝ่ายวิจัยฟิลลิป แนะนำให้ติดตามทิศทาง Dollar Index และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี จะเป็นตัวสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนส่วนใหญ่ต่อผลการประชุม FED ในครั้งนี้
ติดตามการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญคือ
1.ตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ของอียู ตลาดคาดขยายตัว 2% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 13.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สะท้อนภาพการฟื้นตัวจากการเปิดเมืองของกลุ่มประเทศยุโรป
2.ผลการประชุมธนาคารกลางจีน ทางฝ่ายวิจัยคาด “คงดอกเบี้ยนโยบาย” หลังสั่งลดอัตราส่วนสำรองขั้นต่ำ(RRR) ของธนาคารพาณิชย์ลง 0.5% ไปก่อนแล้ว ส่งผลให้มีสภาพคล่องไหลเข้าระบบการเงินจีนกว่า 1 ล้านล้านหยวน และ
3.สภาพัฒน์ฯ รายงานตัวเลข GDP ไตรมาส 2/64 ของไทย ช่วงวันจันทร์ที่ 16 ส.ค.64
แนะนำหุ้น KCE: หลังงบไตรมาส 2 ออกมาดี และคาดดีต่ออีกในระยะข้างหน้า จากกำลังการผลิตใหม่ที่เข้ามา ประกอบกับเงินบาทที่อ่อนค่า และราคาขายที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือน พ.ค. คาดทำให้มาร์จิ้นดีขึ้น รวมถึงยังได้อานสิงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกด้วย
SCGP: บริษัทคาดปิดดีล 2 บริษัทในอินโดนีเซียและสเปนภายในไตรมาส 3/64 คาดทำให้รายได้ปีนี้เติบโตถึงระดับ 1 แสนล้านบาท