Skip to content

อัฟกานิสถาน ขุมทรัพย์แร่ธาตุที่ต้องคำสาป

21 ส.ค. 2564 | 16:45น.
อัฟกานิสถาน ขุมทรัพย์แร่ธาตุที่ต้องคำสาป
Tech Times
มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

ในขณะที่ความกังวลของประชาคมโลกพุ่งตรงไปที่วิกฤตการเมือง รวมถึงผลกระทบทางสังคมต่อชาวอัฟกานิสถานหลังจากตาลีบันยึดอำนาจ แต่คนในวงการเทคโนโลยีก็มีเรื่องให้วิตกเช่นกัน

แม้ อัฟกานิสถาน จะเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก แต่การค้นพบของนักธรณีวิทยาชาวอเมริกันในปี 2010 ได้เผยความจริงอันน่าตกตะลึงว่า ภายใต้ผืนดินอันกว้างใหญ่ของอัฟกานิสถานคือ

ขุมทรัพย์ที่เต็มไปด้วยธาตุโลหะหายากที่มีมูลค่ารวมกันกว่า 1 ล้านล้านเหรียญ ซึ่งหากพัฒนาดี ๆ สามารถพลิกชะตาอัฟกานิสถานให้กลายเป็นประเทศที่มั่งคั่งได้

นอกจากมีเหล็ก ทองแดง และทองกระจายอยู่ทั่วประเทศแล้ว อัฟกานิสถานมี “ลิเทียม” ที่มากที่สุดในโลก

สำหรับวงการเทคโนโลยีและกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลิเทียมคืออาวุธในการรับมือกับภาวะโลกร้อน เพราะมันคือวัตถุดิบสำคัญในการผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า

และรถยนต์ไฮบริดที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซ co2 อีกทั้งยังมีประโยชน์ในการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับอุตสาหกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย

แต่เพราะขาดโครงสร้างพื้นฐานและเสถียรภาพทางการเมือง ทำให้แร่ธาตุที่มีค่ามหาศาลเหล่านี้ยังคงถูกปล่อยทิ้ง

และทำให้อัฟกานิสถานกลายเป็นหนึ่งในประเทศยากจนที่โดน “สาป” เพราะทั้ง ๆ ที่นั่งทับขุมสมบัติขนาดนี้ แต่กลับนำมาใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในประเทศไม่ได้

ส่งผลให้ทุกวันนี้ประชากรกว่า 90% ของอัฟกานิสถานยังดำรงชีวิตด้วยรายได้ที่ต่ำกว่า 2 เหรียญต่อวัน สวนทางกับความต้องการลิเทียมและกลุ่มธาตุหายากอื่น ๆ ในตลาดโลกที่ทะยานสูงขึ้นทุกวัน

หลังจากหลายประเทศสนับสนุนให้มีการใช้รถไฟฟ้าและเทคโนโลยีสะอาดอื่น ๆ มากขึ้นเพื่อรับมือกับวิกฤตโลกร้อน

เนื่องจากแบตเตอรี่ของรถไฟฟ้าใช้ลิเทียมและโคบอลต์มากกว่ารถธรรมดาถึง 6 เท่า ทำให้ The International Energy Agency ต้องออกโรงเตือนในเดือน พ.ค.ว่า โลกจำเป็นต้องเพิ่มการผลิตลิเทียม ทองแดงนิกเกิล และโคบอลต์

ปัจจุบันจีน คองโก และออสเตรเลีย คือผู้ป้อนลิเทียม โคบอลต์ และกลุ่มธาตุหายากเข้าสู่ตลาดโลก โดยส่วนแบ่งตลาดรวมกันกว่า 75% แต่คงไม่สามารถรองรับความต้องการในอนาคต

แม้อัฟกานิสถานจะมีการขุดทองคำ ทองแดง และแร่เหล็กอยู่บ้าง แต่การทำเหมืองลิเทียมและกลุ่มธาตุหายากอื่น ๆ แตกต่างออกไป เพราะต้องการทั้งความรู้

และเทคโนโลยีล้ำสมัย การลงทุนมหาศาล และ “เวลา” เพราะกระบวนการนำลิเทียมออกมาใช้ต้องใช้เวลาถึง 16 ปี นับจากวันที่ค้นพบแหล่งขุด

มีโอกาสที่ตาลีบันอาจพัฒนาการทำเหมืองแร่ธาตุเพื่อหารายได้ แต่คงไม่ใช่เร็ว ๆ นี้ เพราะมีเรื่องอื่นที่เร่งด่วนกว่าต้องจัดการหลังยึดอำนาจ และต่อให้อยากพัฒนาอุตสาหกรรมเหมืองแร่จริง ก็อาจติดปัญหาเรื่อง “เงินทุน”

เพราะนักลงทุนต่างชาติโดยเฉพาะในประเทศตะวันตกคงไม่กล้าลงทุนในดินแดนที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและความไม่แน่นอนแบบอัฟกานิสถาน

แม้กระทั่ง “จีน” มิตรประเทศที่มีความทะเยอทะยานในการเป็นผู้นำโลกเรื่อง “พลังงานสีเขียว” ก็อาจให้ความสำคัญกับแหล่งผลิตในประเทศอื่นที่มีเสถียรภาพมากกว่านี้

ทำให้อดสะท้อนใจไม่ได้ว่า ถ้าไม่มีสงครามและมีการส่งเสริมอย่างจริงจัง ป่านนี้อัฟกานิสถานอาจกลายเป็นแหล่งผลิตลิเทียมรายใหญ่ที่สุดของโลกไปแล้ว น่าเสียดายที่ “ความสงบ” ไม่เคยเกิดขึ้นในดินแดนที่ร่ำรวยด้วยแร่ธาตุแห่งนี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อัฟกานิสถาน