เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

สธ.ชี้ ยอดติดเชื้อโควิดในไทยผ่าน “จุดพีก” ไปแล้ว

25 ส.ค. 2564 | 15:04น.
โควิด-19

โควิด-19

กระทรวงสาธารณสุขชี้ยอดติดเชื้อโควิดในไทยผ่านจุดพีกในสัปดาห์ที่แล้ว ยันติดสปีดฉีดวัคซีน Q4 มั่นใจสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ทันปลายปีนี้ หนุนเปิดประเทศเพิ่มยึดแนวทาง “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์”

วันที่ 25 สิงหาคม 2564 นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวในงานสัมมนา “Thailand Focus 2021 : Thriving in the Next Normal” หัวข้อ “วิถีดำรงชีพยุคใหม่ : ถอดบทเรียนโควิด-19 สู่ทิศทางแห่งอนาคต” ที่ตลาดหลักทรัพย์แหงประเทศไทยจัดขึ้น ว่า

ในขณะนี้เป็นสถานการณ์สำคัญมาก ทุกวันจะมีคนป่วยครึ่งล้านรายทั่วโลก ในส่วนของประเทศไทยช่วงต้นเดือนกรกฎาคม การระบาดโควิดสายพันธุ์เดลต้าทำให้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมาก

“ช่วงพีกหรือที่มีการระบาดสูงสุดของระลอกเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และเรากำลังอยู่ในช่วงที่การระบาดลดลง อย่างไรก็ตามก็ยังมีรายใหม่เกิดขึ้นไม่น้อยทุกวัน รวมทั้งตัวเลขผู้เสียชีวิตก็อยู่ในราว 200 รายต่อวัน แต่ด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคมไทย”

“ทำให้เชื่อได้ว่าไม่นานก็จะสามารถควบคุมสถานการณ์การระบาดได้ และเมื่อดูตัวเลขของทั้งไทยและทั่วโลกก็มีสัญญาณว่าจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ที่ลดลง” นายแพทย์โสภณกล่าว

ทั้งนี้ รัฐบาลไทยได้ใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อควบคุมการระบาดของโรค ไม่ว่าจะเป็นมาตรการป้องกันด้านการแพทย์ รวมทั้งการเว้นระยะห่างทางสังคม เช่น การห้ามเดินทางทั้งภายในประเทศและภายนอก เมื่อเราเริ่มการล็อกดาวน์เมื่อ 2 เดือนก่อนมาจนเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว เราก็เห็นสัญญาณที่ดีขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

มั่นใจสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ทันปลายปีนี้

โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้จะควบคุมการระบาดได้ก็คือการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน เราได้เริ่มฉีดวัคซีนให้กับประชาชนไทยและชาวต่างประเทศที่อาศัยอยู่ในไทยตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา และก็เร่งจำนวนขึ้นในช่วงต้นมิถุนายน และจนบัดนี้เราได้ฉีดวัคซีนไปแล้ว 21 ล้านโดส หรือราว 30% ของประชากรไทยได้ฉีดวัคซีนเข็มแรกไปแล้ว และราว 10% ได้รับครบ 2 เข็ม

นอกจากนี้ ประเทศไทยก็มีแผนการที่จะฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุดในช่วง 4 เดือนจากนี้ไป โดยที่จะมีจำนวนวัคซีนเพิ่มมากขึ้นและมีความหลากหลายมากขึ้น เช่น วัคซีน Pfizer จะมาในช่วงปลายปีนี้

ส่วนวัคซีนที่มีอยู่แล้วก็คือ Astrazeneca, Sinovac, Sinopharm โดยรัฐบาลไทยสามารถจัดหาวัคซีนได้มากกว่า 100 ล้านโดส เพื่อให้ครอบคลุมประชากร 50 ล้านคน ซึ่งจะเพียงพอให้เกิดและควงพอเพียงภูมิคุ้มกันหมู่ทันในช่วงปลายปีนี้

ชู ‘ภูเก็ตแซนด์บอกซ์’ ขยายเมืองท่องเที่ยวเพิ่ม

นายแพทย์โสภณได้กล่าวถึง โมเดลภูเก็ตแซนด์บอกซ์ เริ่มเมื่อ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา เป็นโมเดลที่เราต้องการแสดงต่อประชาคมนานาชาติว่า ประเทศไทยสามารถจัดให้มีการท่องเที่ยวแบบปลอดภัยได้ ในจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาราว 24,000 คนนั้น มีเพียง 70 กว่าคนเท่านั้นที่ตรวจพบการติดเชื้อ และส่วนใหญ่มีอาการเพียงเล็กน้อย บางคนไม่มีอาการเลย

นักท่องเที่ยวเหล่านี้สามารถเดินทางท่องเที่ยวในภูเก็ตภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของเจ้าหน้าที่ ในขณะที่รัฐบาลเองก็ติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดและมีความพอใจในผลที่เกิดขึ้น และในช่วงต่อไปก็จะมีการขยายโมเดลนี้ไปยังสถานที่ท่องเที่ยวหรือเมืองอื่น ๆ

อย่างเช่น กระบี่, พังงา, เกาะพีพี, เกาะยาว และเกาะสมุย ที่อยู่ทางด้านอ่าวไทย ซึ่งโครงการนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีความปลอดภัย และทางเราคาดว่าจะสามารถจะกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจได้เร็วขึ้น