21 พ.ย. 2560 เวลา 8.30 น. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีแนวคิดของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่นำเสนอให้มีการนำงบองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อปท. มากระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากนั้น
โดยในวันนี้จะมีการเสนอการจัดสรรงบประมาณการของบ อปท.กว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งสะสมมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง อปท.ในที่ประชุมครม.
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมาการนำเอาเงินนี้ไปใช้ยากไหม พล.อ.อนุพงษ์ เผยว่า มีเกณฑ์ง่ายๆ คือเงินส่วนนี้จะเเบ่งออกเป็น 2 ส่วน 25 เปอร์เซ็นต์คือเงินสำรองขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วไปทั้งหมด ส่วนอีก 75 เปอร์เซ็นต์ สามารถเอาไปใช้ได้
ประเด็นคือเงินนี้มาจากของ อปท.จำนวนกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ ในจำนวนนี้กว่า 2,000 แห่ง ไม่สามารถนำมาใช้ได้ ต้องนำไว้ใช้ในส่วนการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น
“เงินสำรองเป็นอย่างไรนั้น อธิบายง่ายๆ คือ อีกกว่า 5 พันเเห่งสามารถใช้ได้ ในอัตราที่ไม่เท่ากัน ใครเหลือมากก็ใช้ได้มาก เงินนี้ต้องสำรองไว้ใช้อะไรบ้าง 10 เปอร์เซ็นต์ ต้องเอาไว้สำรองใช้ในสาธารณภัย อีกส่วนหนึ่งกันเอาไว้ 6 เดือน สำหรับเบี้ยเลี้ยงคนชรา คนพิการ”
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่าในขณะนี้เงินสำรองสามารถใช้ได้จริงประมาณ 150,000 ล้านบาท หากจะมีการนำเงินมาใช้ต้องมีการขอมติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และทำข้อตกลงกับกระทรวงการคลังในการใช้จ่ายงบประมาณ
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ต้องมีการเเก้ไขกฎหมายอะไรหรือเปล่านั้น “ไม่ต้องเเก้ เเค่เปิดช่องให้เขาทำได้หลายทาง อาจเสนอเข้าไปในครม.ได้ หรือประกาศว่าเขาทำอะไรได้บ้าง”
สำหรับคำถามที่ว่าตอนนี้เหมือนเร่งรัด ของบให้ อปท.ได้ใช้ตรงนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า “เราเปิดใช้มาตลอด ในช่วงที่ผ่านมา ถ้าท้องถิ่นใดอยากทำโครงการอะไรเเล้วเงินไม่พอ ให้ขอเข้ามา รัฐบาลจะช่วยเหลือ เเต่ต้องทำกฎกันว่าคุณจะออกเท่าไหร่ รัฐบาลจะออกเท่าไหร่ เท่าที่ผมจำได้ เมื่อสัปดาห์ก่อน และที่ผ่านมามีการนำงบ อปท.มาใช้ในโครงการแมชชิ่งฟันด์ ประมาณ 2,000 ล้านบาท”