เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศุลกากร จับกุมผู้โดยสารอินเดีย ลักลอบนำเข้าธนบัตรปอนด์สเตอร์ลิง-ดอลลาร์สหรัฐ รวม 2.5 ล้าน
Finance ศุลกากร จับกุมผู้โดยสารอินเดีย ลักลอบนำเข้าธนบัตรปอนด์สเตอร์ลิง-ดอลลาร์สหรัฐ รวม 2.5 ล้าน
‘บอร์ด EEC’ ไฟเชียว เพิ่มเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ 4 จุด    รับการลงทุน
Economic ‘บอร์ด EEC’ ไฟเชียว เพิ่มเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ 4 จุด รับการลงทุน
อนุทิน ดำเนินคดีคนเอี่ยวข่าวปลอม ‘ค่าน้ำชา 7 ล้าน’ บอก ‘ผบ.ตร.’ ทำงานเร็ว-ไม่ได้สั่ง
Politics อนุทิน ดำเนินคดีคนเอี่ยวข่าวปลอม ‘ค่าน้ำชา 7 ล้าน’ บอก ‘ผบ.ตร.’ ทำงานเร็ว-ไม่ได้สั่ง
รัฐวิสาหกิจเบิกจ่ายลงทุน 11 เดือน กว่า 2.2 แสนล้าน สคร. คาดทั้งปีไม่ต่ำกว่าเป้าที่ 95%
Finance รัฐวิสาหกิจเบิกจ่ายลงทุน 11 เดือน กว่า 2.2 แสนล้าน สคร. คาดทั้งปีไม่ต่ำกว่าเป้าที่ 95%
ราคาทองวันนี้ (26 ต.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท รูปพรรณบาทละ 65,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (26 ต.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท รูปพรรณบาทละ 65,100 บาท
วิวาลดี้พีอาร์ ร่วมส่งเสริมภาคธุรกิจไทย “Latin Link 2026” ขยายเครือข่ายสู่ลาตินอเมริกา
Uncategorized วิวาลดี้พีอาร์ ร่วมส่งเสริมภาคธุรกิจไทย “Latin Link 2026” ขยายเครือข่ายสู่ลาตินอเมริกา
ซีไอเอ็มบีไทย คาด ‘เฟด-กนง.’ ตรึงดอกเบี้ยรอบนี้ จับตา ECB-BOJ มีโอกาสปรับขึ้น
Finance ซีไอเอ็มบีไทย คาด ‘เฟด-กนง.’ ตรึงดอกเบี้ยรอบนี้ จับตา ECB-BOJ มีโอกาสปรับขึ้น
‘รถไฟไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน’ ย้ำ รฟท.-เอกชน หาทางออก ไม่จบก็ใช้กฎหมาย
Politics ‘รถไฟไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน’ ย้ำ รฟท.-เอกชน หาทางออก ไม่จบก็ใช้กฎหมาย
จากสินเชื่อสู่ธุรกิจโรงแรม! GCAP ทุ่ม 1.86 พันล้าน ผุดแลนด์มาร์กท่องเที่ยวเกาะเต่า
Finance จากสินเชื่อสู่ธุรกิจโรงแรม! GCAP ทุ่ม 1.86 พันล้าน ผุดแลนด์มาร์กท่องเที่ยวเกาะเต่า
‘ญาญ่า-อุรัสยา’ ร่วมออกแบบเสื้อยูนิโคล่ PEACE FOR ALL กำไรทั้งหมดนำบริจาค
SD ‘ญาญ่า-อุรัสยา’ ร่วมออกแบบเสื้อยูนิโคล่ PEACE FOR ALL กำไรทั้งหมดนำบริจาค
ดูทั้งหมด

ชง “จุรินทร์” เคาะแผนฟื้นฟูเยียวยา-ยกเครื่องการเลี้ยงสุกรไทยหลังโรคระบาด

31 ส.ค. 2564 | 15:48น.

ชง “จุรินทร์ ” ประธานคณะกรรมการป้องกัน ควบคุม และกำจัดโรคอหิวาต์แอฟริกา ไฟเขียวโครงการฟื้นฟูเยียวยาและปรับโครงสร้างการเลี้ยงสุกรของเกษตรกรรายกลางถึงรายย่อย “สภาเกษตรกรฯ“ หนุนกองทุนช่วยเหลือผู้เลี้ยง 1 พันล้าน พร้อมขอร่วมบริหารแบบภาคีเครือข่าย

วันที่ 31 สิงหาคม 2564 ตามที่ “ประชาชาติธุรกิจ”  ได้เสนอข่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดทำ มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มสุกร (มกษ.6403) ปรากฏทางคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรได้มีมติเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2564 กำหนดให้มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มสุกรฉบับทบทวน (Good Agricultural Practices : GAP) เป็น “มาตรฐานบังคับ” ส่งผลให้ผู้เลี้ยงหมูรายกลาง-ใหญ่จำนวน 4,768 ฟาร์ม หรือคิดเป็นร้อยละ 61.9 ของจำนวนฟาร์มหมูทั้งประเทศ (7,314 ฟาร์ม) ไปนั้น

ล่าสุด นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคในสุกร ครั้งที่ 4/2564 ด้วยระบบการประชุมทางไกลผ่านอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2564 ว่า ที่ประชุมในครั้งนี้ ทำข้อเสนอเชิงนโยบายในโครงการฟื้นฟูเยียวยาและปรับโครงสร้างการเลี้ยงสุกรของเกษตรกรรายกลางถึงรายย่อยทั้งประเทศ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันแบบยั่งยืน

โดยกำหนดมาตรการ 3 ระยะ แบ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการทันที อาทิ เสนอให้มีการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร ด้วยทุนประเดิมงบประมาณอย่างน้อย 1,000 ล้านบาท ซึ่งทางสภาฯ ต้องการให้การบริหารกองทุนดังกล่าว เป็นแบบภาคีเครือข่าย ความร่วมมือ หรือประกอบไปด้วย นักวิชาการ ตัวแทนผู้เลี้ยงสุกรและรัฐบาล

“สภาเกษตรฯ ไม่เห็นด้วยที่กองทุนดังกล่าวจะบริหารงานผ่านราชการเพียงหน่วยงานเดียว อยากให้กองทุนนี้บริหารงานแบบอิสระ เพื่อให้เกษตรกรฯ ที่ได้รับความเดือดร้อนในแต่ละช่วงเวลา อาทิ ราคาสุกรตกต่ำ หรือพบการแพร่ระบาดหนักในสุกร ก็สามารถนำเงินในกองทุนนี้มาช่วยเหลือเกษตรกรในเบื้องต้นได้รวดเร็วกว่าการรอความช่วยเหลือจากรัฐบาลที่กว่าจะทราบปัญหาอาจกินเวลาไปถึง 2-3 ปี อีกด้วย ดังนั้น จึงอยากให้มีการจัดตั้งกองทุนนี้ขึ้นมาเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคตต่อไป”

ขณะที่มาตรการระยะปานกลางภายใน 3 ปี ได้แก่ การเร่งรัดให้กรมปศุสัตว์ เพิ่มศักยภาพในการตรวจวินิจฉัย ชันสูตรโรค ที่ได้มาตรฐาน ทั้งกำลังคนและเครื่องมือ หรือสร้างเครือข่ายการชันสูตรโรคกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในภูมิภาค เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ในการเคลื่อนย้ายและควบคุมโรค สนับสนุนให้มีการวิจัย และพัฒนาการเลี้ยงสุกรเข้าสู่ ระบบ Precision agriculture ที่เหมาะสมกับเกษตรกรแต่ละระดับรวมถึงการวิจัยวัคซีน และชีวภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อลดการใช้ยาปฏิชีวนะ โดยสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศร่วมกับกรมปศุสัตว์

และมาตรการระยะยาว กำหนดให้ดำเนินการภายใน 5 ปี ได้แก่ การกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ ให้ประเทศไทยปลอดจากโรคปากและเท้าเปื่อย หรือควบคุมโรคได้ด้วยวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ สนับสนุนให้ภาคเอกชน หรือกลุ่มเกษตรกร ตั้งโรงงานผลิตวัคซีนสำหรับสัตว์ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อใช้ในประเทศและจำหน่ายในกลุ่มอาเซียนโดยอาจอยู่ในรูป 4 P ได้แก่ Public Private Professional และ People Partnership

นอกจากนี้ อยากให้ผู้เลี้ยงสุกรเข้าถึงการประกันภัยสุกร ทั้งสุกรขุน และพ่อแม่พันธุ์ ซึ่งหลังจากได้คุยกับทางสมาคมวินาศภัย และคณะกรรมการประกันภัย ทุกฝ่ายเห็นตรงกันแต่ยังมีบางอย่างที่ต้องเล็กน้อย โดยเรื่องนี้ก็จะมีการเสนอไปยังรัฐบาลให้รับทราบเช่นกัน เพื่อให้มีส่วนร่วมในการประกันภัยสุกรสักระยะเวลาหนึ่ง ส่วนจะเป็นช่วงเวลาใดคงจะต้องมีการหารือร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง อาจจะใช้ลักษณะเดียวกันกับการประกันข้าวนาปี แต่ไม่ได้ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือผู้เลี้ยงสุกร หรือปศุสัตว์ประเภทอื่น ๆ ในระยะยาวเกินไป อยากให้กำหนดเวลาในการช่วยเหลือและลดการช่วยเหลือลงมาเรื่อยๆ เพื่อให้คนกลุ่มนี้ เกษตรกรรายย่อยเองสามารถพึ่งพาตัวเองและสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ในที่สุด

“โครงการฟื้นฟูเยียวยาและปรับโครงสร้างการเลี้ยงสุกรของเกษตรกรรายกลางถึงรายย่อยทั้งประเทศเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันแบบยั่งยืน จะช่วยสร้างความมั่นคงด้านอาชีพแก่เกษตรกรและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอาหารของประเทศไทย ที่ประชุมฯ จึงจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย และจากนี้จะรวบรวมข้อคิดเห็นทั้งหมดเสนอต่อ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการป้องกัน ควบคุม และกำจัดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรแห่งชาติ พร้อมทั้ง นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และประธานคณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ (พิกบอร์ด) ในเร็ว ๆ นี้ เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป”

นายประพัฒน์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ เป็นผลมาจากเกษตรกรได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคในสุกร อาทิ โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง เกษตรกรต้องสูญเสียสุกรที่ป่วยตายจากโรคถึงปีละ 30% และไม่สามารถเลี้ยงสุกรต่อไปได้ เนื่องจากเชื้อโรคยังสะสมอยู่ในพื้นที่ และในอนาคตอาจถึงขั้นต้องสูญเสียอาชีพการเลี้ยงสุกรไปในที่สุด ซึ่งมูลค่าความเสียหายโดยรวมไม่ต่ำกว่า 150,000 ล้านบาท/ปี

อีกทั้งการเกิดโรคระบาดต่าง ๆ ในสุกรยังส่งผลเสียต่อโอกาสในการส่งออกสุกรมีชีวิต เนื้อสุกรแช่แข็งและผลิตภัณฑ์สุกร ซึ่งมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 22,000 ล้านบาท/ปี

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สุกร โรคอหิวาต์แอฟริกา