Skip to content

“นายกฯ” ไม่สนคนจากพรรคไหนร่วมครม. แค่อยากได้คนใหม่ๆ หัวใสมาทำงาน ลั่นไม่เคยดีลกับพรรคใด

28 พ.ย. 2560 | 17:20น.
“นายกฯ” ไม่สนคนจากพรรคไหนร่วมครม. แค่อยากได้คนใหม่ๆ หัวใสมาทำงาน ลั่นไม่เคยดีลกับพรรคใด

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย จังหวัดสงขลา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีจากพรรคชาติไทยเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาว่า ไม่สนใจว่าใครจะเป็นคนจากพรรคไหน ไม่รู้ เพราะวันนี้ไม่มีพรรค พามาทำไม่ดีก็กลับไปพักผ่อน เป้าหมายคือต้องการให้กับประชาชน ที่ผ่านมาก็ทำงานมาด้วยกันอยู่แล้ว ก็เกิดความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ไม่ได้มองหรือดีลการเมืองกับใคร เพราะไม่ใช่นักการเมือง จึงไม่ดิวกับใครทั้งสิ้น

“เป็นเรื่องของการแสดงผลงานออกมาให้เห็น ช่วงที่ผ่านมาก็ได้ทำงานร่วมกับครม. รองนายกฯ ที่กำกับดูแลการท่องเที่ยวมาโดยตลอด น่าจะทำงานได้ดี สื่อเองก็ออกมาพูดไม่ใช่หรือว่า อยากเปลี่ยนแปลงบ้าง ทหารไม่ดีบ้าง ก็ลองหมุนดูแล้วกัน ทั้งนี้ผมก็คาดหวังว่าจะดีขึ้น เดิมก็ดีอยู่แล้ว ไม่ได้มีความเสียหายอะไร ทั้งนี้การปรับ ครม.ไม่มีใครถูกใจทั้งหมด ผมเองก็ไม่มีทางเลือกมากนัก และไม่ใช่เป็นเรื่องของ เพื่อน พ้อง น้องพี่ อะไร เป็นคนละเรื่องกัน” นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในส่วนที่มีการปรับตำแหน่งของ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ออกจากตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมนั้น ที่ผ่านมา พล.อ.อุดมเดช ก็ทำงานร่วมกับตนถึง 3 ปีแล้ว วันนี้พล.อ.อุดมเดช ยังอยู่ใน คสช. สิ่งสำคัญวันนี้ตนกำลังเน้นไปสู่เรื่องของความปรองดอง มอบหมายให้ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมคนใหม่ มาดูเรื่องของความปรองดอง เป็นหัวหน้าคณะเรื่องความปรองดองในเรื่องของการปฏิรูป นอกจากนี้ในเรื่องของภาคใต้ ในส่วนของ คปต.ส่วนหน้า นอกจากนี้ ได้หารือกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไปแล้วว่า จะมอบหมายให้ พล.อ.สุรเชษฐ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ทำงานในภาคใต้อยู่แล้วรับผิดชอบ

“การวิพากษ์วิจารณ์ว่าเปลี่ยนตัวจากทหาร ก็ใช้ทหารอีกแล้ว ผมถามว่าถ้าไม่เป็นทหารจะลงไปเดินในภาคใต้ได้หรือไม่ แล้วใครจะกล้าไปเดินร่วมกับเขา ที่ผ่านมา พล.อ.สุรเชษฐ ก็เดินลงไปทำงานในพื้นที่ภาคใต้อยู่แล้วเกือบทุกสัปดาห์ ดูแลเรื่องการศึกษา ทำให้หลายอย่างมีการพัฒนาไปในทิศทางที่ดี ผมได้พูดกับ พล.อ.อุดมเดช ไปก่อนหน้าที่จะมีการปรับครม. ก็เข้าใจกันดี ท่านบอกยินดีครับ และบอกว่าพร้อมที่จะช่วยทำงาน ก็ขอบคุณในการทำงานร่วมกันมา ผมก็เห็นว่ารัฐมนตรีทุกคน พูดกับผมเช่นนี้ก่อนหน้าที่จะปรับ ครม.ด้วยซ้ำไป มีหลายรายที่พูดกันไปก่อน ความจริงผมไม่ควรจะพูดกับใครด้วยซ้ำ เพราะเรื่องนี้เป็นสิทธิ์ของผม” นายกฯกล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในส่วนการปรับเปลี่ยนตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น ยืนยันอีกครั้งว่า พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ไม่ได้ทำอะไรเสียหาย ที่ผ่านมาทำงานหลายอย่างในเชิงโครงสร้าง หลายอย่างมีการปรับรูปแบบในการทำงาน หลายอย่างเป็นเรื่องของการบริหารจัดการ รวมทั้งการเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างความเข้มแข็งของเกษตรกร ซึ่งมีโครงการหลักในหลายโครงการ มีการเปลี่ยนแปลง มีรายได้เพิ่มเติม แต่สิ่งที่มีความจำเป็นวันนี้คือเราจะต้องเพิ่มเติมในระยะที่ 2 ตนก็อยากได้คนใหม่มาทำงานบ้าง ขณะเดียวกันนโยบายเดิมที่ทำไว้ก็ต้องทำต่อไปซึ่งเราทำในเชิงโครงสร้างของกรอบใหญ่ไปแล้ว

“อยากได้คนใหม่ๆ หัวใสมาทำต่อ และไม่ว่าจะอย่างไร พล.อ.ฉัตรชัยก็อยู่กับผมอยู่แล้ว ผมสามารถที่จะสอบถามติดตามเรื่องต่างๆ ได้ทั้งหมด ไม่ต้องกังวล ยืนยันไม่ได้มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น ความมุ่งหมายในการปรับ ครม.ทั้งหมดนั้นคือต้องการคนใหม่เข้ามาเพื่อให้เกิดภาพของการเปลี่ยนแปลง ประชาชนรับรู้และรับทราบว่าการปรับครม. ไม่ใช่ประเด็นสำคัญสิ่งสำคัญอยู่ที่รัฐบาล นายกฯที่จะขับเคลื่อน ดังนั้นไม่ว่าใครจะเข้ามาก็ต้องขับเคลื่อนโดยนายกฯ ที่จะต้องรอบรู้มีวิสัยทัศน์ สามารถทนและอดทนต่อคำติฉินนินทา ผมก็ยังมีอยู่เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ ใครจะว่าอะไร ผมก็ต้องทำเพราะนี่คือบ้านเมือง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่ามองอย่างไรกับการที่ 2 พรรคใหญ่ อย่างพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กับพรรคเพื่อไทย (พท.) บอกว่า มีความเป็นไปได้ที่จะจับมือกันทางการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “เป็นเรื่องของเขา ผมไม่สนใจว่าใครจะร่วมกับใคร ก็เชิญ ผมไม่เกี่ยวข้อง เพราะผมจะทำงานให้ประเทศของผม เรื่องอื่นค่อยว่ากัน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงท้ายของการให้สัมภาษณ์ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ติงผู้สื่อข่าวหลังให้ตั้งคำถามต่อ แต่กลับไม่มีคำถามใดๆ โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ตกลงผมต้องยอมสื่อทั้งหมดหรือ ไม่ให้สัมภาษณ์ก็ไม่ได้ พอจะให้สัมภาษณ์ต่อก็บอกว่าเดี๋ยวข่าวออกไม่ทัน สรุปหากินกับผมอย่างเดียว แล้วไม่สงสารผมบ้างหรือ ที่พูดจนเหนื่อย แล้วทีเมื่อคืนวันที่ 27 พฤศจิกายน ก็ออกข่าวกันเสียงแจ๋วๆ ว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน มีเจตนาอย่างไรผมไม่รู้ ขอให้กลับไปคิดมาใหม่”

 

ที่มา : มติชนออนไลน์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเมือง บิ๊กตู่ ปรับ ครม.