เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท รูปพรรณบาทละ 66,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท รูปพรรณบาทละ 66,850 บาท
พระราชินี เสด็จฯ ทอดพระเนตรการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งหญิง ที่ซัปโปโร
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี เสด็จฯ ทอดพระเนตรการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งหญิง ที่ซัปโปโร
สมาพันธ์เอสเอ็มอีฯ ผนึก ม.ราชภัฏเชียงใหม่ ขนสินค้าไอเดียสร้างสรรค์จากชุมชน บุกงาน Lanna Expo 2026
เศรษฐกิจภูมิภาค สมาพันธ์เอสเอ็มอีฯ ผนึก ม.ราชภัฏเชียงใหม่ ขนสินค้าไอเดียสร้างสรรค์จากชุมชน บุกงาน Lanna Expo 2026
น้ำท่วมปราจีนฯ ประมงขาดทุนยับ จี้รัฐเร่งเยียวยาต่อลมหายใจเกษตรกร
เศรษฐกิจภูมิภาค น้ำท่วมปราจีนฯ ประมงขาดทุนยับ จี้รัฐเร่งเยียวยาต่อลมหายใจเกษตรกร
จับตาประชุมข้างเคียง IMF ฟินเทคญี่ปุ่น ชู “เงินโทเค็น” โหมดึง ทุนไทย-อาเซียน ลงโตเกียว
Tech จับตาประชุมข้างเคียง IMF ฟินเทคญี่ปุ่น ชู “เงินโทเค็น” โหมดึง ทุนไทย-อาเซียน ลงโตเกียว
มาถึงไทย ประธานเฟด-ผู้ว่าฯ ธปท. โพสต์ภาพคู่เผยหารือสร้างสรรค์
Finance มาถึงไทย ประธานเฟด-ผู้ว่าฯ ธปท. โพสต์ภาพคู่เผยหารือสร้างสรรค์
ไทยโชว์ Soft Power กระหึ่มโลก! ยกเวที ‘THAI FIGHT’ แลกหมัด กลางงานประชุม IMF-World Bank 2026
Economic ไทยโชว์ Soft Power กระหึ่มโลก! ยกเวที ‘THAI FIGHT’ แลกหมัด กลางงานประชุม IMF-World Bank 2026
ไอคอนคราฟต์ เปิดพื้นที่ 3 ดีไซเนอร์ ชู“Thai Craft Wisdom” สู่ ELLE Fashion Week 2026
Biz Movement ไอคอนคราฟต์ เปิดพื้นที่ 3 ดีไซเนอร์ ชู“Thai Craft Wisdom” สู่ ELLE Fashion Week 2026
หุ้นไทยเกือบหลับ เช้าร่วงหนักตามแรงขายหุ้นเทคฯ ก่อนปิดตลาดได้ “แบงก์-โรงพยาบาล” แบก
Finance หุ้นไทยเกือบหลับ เช้าร่วงหนักตามแรงขายหุ้นเทคฯ ก่อนปิดตลาดได้ “แบงก์-โรงพยาบาล” แบก
เอกนิติ เปรียบไทยเรือลำเล็ก รับมือ 4 พายุใหญ่ ย้ำรักษาวินัย-เสถียรภาพการคลัง
Finance เอกนิติ เปรียบไทยเรือลำเล็ก รับมือ 4 พายุใหญ่ ย้ำรักษาวินัย-เสถียรภาพการคลัง
ดูทั้งหมด

นักวิชาการมองจีนเชื่อมศก.โลกผ่านเส้นทางสายไหม ดัน”อาเซียน”ได้ประโยชน์การค้า-ลงทุนสูง

20 ก.ค. 2560 | 19:29น.

นักวิชาการมองจีนเชื่อมเศรษฐกิจโลกผ่านเส้นทางสายไหม ดัน”อาเซียน”ได้ประโยชน์การค้า-ลงทุนสูง ห่วงแต่ละประเทศยังเข้าใจทิศทางไม่ตรงกัน

วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 เวลา 09:45 น. ผู้สื่อข่าวประชาชาติธุรกิจออนไลน์ รายงานว่าสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าเเละพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD จัดเวทีประชุมระดับภูมิภาคว่าด้วยการค้าและการพัฒนา ประจำปี 2560 ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ โดยการประชุมในช่วงที่ 4 ว่าด้วยเรื่อง ข้อริเริ่มเส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21: ภาพของการค้าเเละการลงทุนแห่งอนาคตในดินแดนตอนใต้

สำหรับเส้นทางสายไหมยุคใหม่ หรือ One Belt, One Road (BRI) นี้ ประเทศจีนได้ริเริ่มตั้งเเต่ปี 2013 เป็นต้นมา เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทั้ง 65 ประเทศ หรือ 1 ใน 3 ของสหประชาชาติ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 66 ของประชากรโลก ทั้งนี้จะครอบคลุมจีดีพีและอัตราการค้าที่เป็นผลคาดหวังเชิงเศรษฐกิจในระดับสูง

@เชื่อมเศรษฐกิจสู่ระดับโลก สร้างประโยชน์สู่ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง

ศ. กิตติคุณ ดร.สุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรรมการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการค้าระหว่างประเทศ) กล่าวถึงประโยชน์ของการเชื่อมโยงระหว่างเส้นทางสายไหมเส้นใหม่เข้ากับระเบียงเศรษฐกิจกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขงว่า การจับมือกันครั้งนี้จะเป็นการดึงประเทศในภูมิภาคเข้ากับประเทศจีน เพื่อเชื่อมต่อไปยังประเทศอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอินเดีย บังคลาเทศ มองโกเลีย อินโดจีน รัสเซีย และยุโรป เป็นต้น โดยถือเป็นการเชื่อมโยงขนาดใหญ่ที่จะสร้างประโยชน์มหาศาลให้กับประเทศลุ่มแม่น้ำโขง

“ลาว เวียดนาม มาเลเซีย เมียนมา ประเทศเหล่านี้จะเป็นเส้นทางการเดินเรือใหม่ของเอเชียอาคเนย์กับจีน ซึ่งจีนแผ่นดินใหญ่ได้ประโยชน์มาก ทั้งนี้ จีนลงทุนกับปากีสถานโดยเป็นแกนหลักในการเชื่อมโยงตะวันออกกลาง ส่วนกัมพูชาจะเชื่อมกับบังคลาเทศ อินโดจีนจะเชื่อมกับจีนแผ่นดินใหญ่ โครงการนี้จึงจะกลายเป็นอันดับหนึ่ง และเป็นแกนกลางระเบียงเศรษฐกิจอื่นๆ”

อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษา จุฬาฯ มองว่า ณ ขณะนี้ทุกประเทศต่างมีปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขคือความเข้าใจและความตระหนักในการร่วมมือระหว่างสองโครงการเข้าด้วยกัน

“ขณะนี้เรายังไม่เข้าใจโครงการอย่างแจ่มชัด เพราะยังมองคนละภาพ เมื่อคุณไปเวียดนามคุณจะได้คำตอบหนึ่ง และเมื่อคุณไปลาวคุณจะได้อีกคำตอบหนึ่ง นั่นเพราะทุกคนยังเข้าใจไม่ตรงกัน ตอนที่จีนเริ่มเข้ามาในอาเซียนเมื่อปี 2009 ขณะนั้นเราไม่ทราบว่าความจำเป็นคืออะไร ทั้งยังมีความระแวงสงสัยต่อจีน แต่หลังจากนี้เราต้องปรับความเข้าใจคนให้ตระหนักถึงความสำคัญ จากนั้นจึงบูรณาการและดำเนินการต่อไป”

สำหรับประเทศไทย ขณะนี้ได้ทำการลงทุนกับประเทศจีนในโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ-โคราช ซึ่งเป็นโครงการหลักใหญ่ที่ไทยให้ความสำคัญ ผ่านการถ่วงดุลกับยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายในประเทศ แม้ว่าประเทศไทยจะเป็นผู้ลงทุนทางการเงินตลอดทั้งโครงการ แต่ไทยก็ได้รับผลประโยชน์จีนมาก นอกจากนี้การตัดสินใจยังเป็นของประเทศไทย

@เส้นทางสายไหมใหม่กลายเป็นกระดูกสันหลังด้านเศรษฐกิจ

ด้าน ดร.กฤษฎา เปี่ยมพงศ์สานต์ กรรมการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการค้าระหว่างประเทศ) กล่าวถึงการร่วมมือกันในเส้นทางสายไหมว่า โครงการนี้จะครอบคลุมมากกว่า 60 ประเทศ ไม่ใช่เพียงเส้นทางของรถไฟที่จะเชื่อมต่อกันมากขึ้น แต่รวมไปถึงเส้นทางการเดินเรือ เเละเส้นทางอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย

ทั้งนี้ มองว่าประเทศในกลุ่มอาเซียนจะได้รับประโยชน์มากมายจากการเชื่อมต่อที่เพิ่มขึ้น ความขัดเเย้งระหว่างประเทศก็ลดลง อีกทั้งยังสร้างเส้นทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ขึ้นมา เป็นการสร้างงานเเละกระจายรายได้

ดร.กฤษฎา เผยถึงประเทศในกลุ่มอาเซียนซึ่งเป็นกำลังหลักสำคัญในการสร้างความเติบโต ขณะนี้คือประเทศเวียดนาม โดยเมื่อไม่นานมานี้ เวียดนามได้มีการลงนามเอ็มโอยูร่วมกับอียู และรัสเซีย ฉายภาพถึงเศรษฐกิจที่โตขึ้นถึง 11% ซึ่งเวียดนามเตรียมพัฒนาโครงการท่าเรือไฮฟองกว่า 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเพิ่มศักยภาพเเละขยายตู้คอนเทนเนอร์สำหรับขนสินค้าทางเรือ”

“ผมยืนยันว่าโครงการเส้นทางสายไหมจะส่งผลดีต่อการเปิดเสรีการค้า การลงทุน ภายภาคหน้าจะกลายเป็นกระดูกสันหลังทางด้านเศรษฐกิจ แต่ต้องช่วยกันขับเคลื่อนเพื่อให้เติบโตต่อไป”

@เปิดโอกาสธุรกิจเอกชน

ขณะที่ Oliver Redrup จากบริษัทไพร์ซ วอเตอร์เฮ้าส์ สิงคโปร์ กล่าวว่า โครงการเส้นทางสายไหมไม่ใช่โครงการใหม่แต่อย่างใด เป็นการนำเอาเเนวคิดเดิมมาต่อยอด ไม่มีคำจำกัดความว่าเส้นทางสายไหมคืออะไร มันอาจไม่ใช่ถนน ไม่ใช่รางรถไฟ หรือเส้นทางเดินเรือ มันเป็นอะไรที่เชื่อมโยงกัน เป็นโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจที่ใหญ่มาก นับเป็นโอกาสที่ดีสำหรับโครงการภาคเอกชนที่คิดจะลงทุน

สำหรับโอกาสในการเชื่อมโยงไปสู่จุดต่างๆ ในส่วนนี้คงต้องย้อนกลับมามองที่รัฐบาลเเต่ละประเทศว่ามีการจัดการอย่างไร อยากได้อะไรจากโครงการนี้ เเละประเทศไทยนั้นก็ได้รับผลด้านดี เเต่ก็ต้องคำนึงว่าสอดคล้องกับไทยเเลนด์ 4.0 หรือไม่ ส่วนการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน เป็นกลุ่มสำคัญที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากการพัฒนาเส้นทางสายไหม