เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Golden Week จีนเที่ยวไทยพุ่ง “แอร์ไลน์” รุกเปิดเส้นทางบินใหม่รับ
Business Golden Week จีนเที่ยวไทยพุ่ง “แอร์ไลน์” รุกเปิดเส้นทางบินใหม่รับ
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (18 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.49% อยู่ที่ 76,387 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (18 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.49% อยู่ที่ 76,387 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (18 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (18 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
“การบินไทย” ทุ่มพัฒนาโปรดักส์ยกระดับประสบการณ์การเดินทาง ไล่เติมเส้นทางบิน CLMV-ยุโรป
Business “การบินไทย” ทุ่มพัฒนาโปรดักส์ยกระดับประสบการณ์การเดินทาง ไล่เติมเส้นทางบิน CLMV-ยุโรป
‘เวียตเจ็ท’ โละฝูงบินแอร์บัส มุ่งสู่โบอิ้ง 737 หวังลดต้นทุน
Business ‘เวียตเจ็ท’ โละฝูงบินแอร์บัส มุ่งสู่โบอิ้ง 737 หวังลดต้นทุน
ลุยฟื้นฟู “เคหะชุมชนทุ่งสองห้อง”สร้างคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสีแดง 3,800 ยูนิต
Real Estate ลุยฟื้นฟู “เคหะชุมชนทุ่งสองห้อง”สร้างคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสีแดง 3,800 ยูนิต
วีระยุทธ ชี้ภาษีอย่างเดียวไม่พอ จี้รื้อ Local Content ฟื้นยานยนต์ไทย
Economic วีระยุทธ ชี้ภาษีอย่างเดียวไม่พอ จี้รื้อ Local Content ฟื้นยานยนต์ไทย
เจรจา 2 ฝ่าย เห็นร่วม ออกสูตร “ค่ารอบกลาง” ไรเดอร์
Tech เจรจา 2 ฝ่าย เห็นร่วม ออกสูตร “ค่ารอบกลาง” ไรเดอร์
หุ้นไทยเด้ง 20 จุด ปิด 1,583 รับผลเฟดตามคาด DELTA-บิ๊กแคปหนุน
Finance หุ้นไทยเด้ง 20 จุด ปิด 1,583 รับผลเฟดตามคาด DELTA-บิ๊กแคปหนุน
เงินบาทอ่อนค่าแตะระดับอ่อนสุดในรอบ 1 เดือนครึ่งที่ 33.43 บาท/ดอลลาร์ รับสัญญาณ “เฟด”
Finance เงินบาทอ่อนค่าแตะระดับอ่อนสุดในรอบ 1 เดือนครึ่งที่ 33.43 บาท/ดอลลาร์ รับสัญญาณ “เฟด”
ดูทั้งหมด

รัฐบาลควรมีแผน ลดขาดดุลอย่างจริงจัง

19 พ.ย. 2564 | 07:13น.
เงิน
คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ

อำนาจ ประชาชาติ

 

ช่วง 2 ปีงบประมาณที่ผ่านมา (2563-2564) กระทรวงการคลังต้องกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณถึงปีละกว่า 700,000 ล้านบาท

รวม 2 ปี กู้ไปกว่า 1.5 ล้านล้านบาทเลยทีเดียว

คือ ปีงบประมาณ 2563 กู้ไปทั้งสิ้น 784,115 ล้านบาท ส่วนปีงบประมาณ 2564 กู้อีก 736,392 ล้านบาท

ทั้งนี้ เนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจ ทำให้การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

รัฐบาลเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหมายไปปีละกว่า 200,000-300,000 ล้านบาท

ส่วนปีงบประมาณ 2565 นี้ แม้หลายสำนักจะพยากรณ์ว่าเศรษฐกิจน่าจะฟื้นตัวดีขึ้น

แต่ทั้งหมดนี้ก็ยังอยู่ภายใต้ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ก็คือ โควิด-19

ถ้าไม่เกิดการแพร่ระบาดรุนแรงขึ้นอีก การฟื้นตัวของเศรษฐกิจก็คงทยอยดีขึ้นไปเรื่อย ๆ

และสถานการณ์ด้านรายได้ของรัฐบาลก็คงค่อย ๆ ดีขึ้นเป็นลำดับ

แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น

“ฐานะการคลัง” ของรัฐบาล ก็คง “วิกฤต” ขึ้นไปอีก

จะว่าไป สถานการณ์ต่าง ๆ ตอนนี้ ก็สะท้อนภาวะทางการคลังของรัฐบาลได้เป็นอย่างดี จากภาพที่รัฐบาลไม่กล้าขยับทำอะไรที่ต้องใช้ภาษีมากนัก

ไม่ว่าจะเป็นการที่ไม่กล้าลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน จากราคาน้ำมันดิบตลาดโลกที่ทะยานอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งใช้กองทุนน้ำมันฯดูแลแทน แม้จะต้องให้กองทุนกู้เงินมากขึ้นเพื่อนำมาอุดหนุนราคาน้ำมันก็ตาม

เพราะการกู้เงินของกองทุนน้ำมันฯแม้จะนับเป็นหนี้สาธารณะ แต่ภาระการชำระคืนก็ไม่ได้อยู่กับรัฐบาล แต่ตกอยู่กับประชาชนเอง

ส่วนกรณีหากลดภาษีน้ำมันที่เก็บอยู่ 5 บาทต่อลิตรลงไป ตามที่กลุ่มผู้ประกอบการขนส่งเรียกร้อง

กระทรวงการคลังประเมินว่า รายได้รัฐบาลจะหายไปร่วม ๆ 1.5 แสนล้านบาทเลยทีเดียว

แถมถ้าลดภาษีไปแล้ว เวลาจะปรับขึ้น จะทำได้ลำบาก จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเห็นว่ารัฐบาลพยายามยื้อเรื่องการลดภาษีไว้ให้นานที่สุด

ขณะเดียวกัน มาตรการลดหย่อนภาษี อย่าง “ช้อปดีมีคืน” ที่รัฐบาลมักจะงัดมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี ในหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา และเป็นมาตรการที่ภาคเอกชนเรียกร้อง ก็แว่ว ๆ มาว่า มีแนวโน้มที่จะไม่เกิดขึ้นในปีนี้ค่อนข้างสูง

แต่รัฐบาลอาจจะนำมาตรการดังกล่าวมาใช้หลังปีใหม่ไปแล้ว ซึ่งจะสามารถยื้อผลกระทบทางด้านรายได้ออกไปได้อีก 1 ปี

ยังมีเรื่องการกระตุ้นให้คนซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ที่ยังไม่รู้จะใช้เงินจากไหนมาอุดหนุนราคาขายให้ต่ำลง เพื่อจูงใจคนซื้ออีก

ทั้งหมดนี้ ล้วนต้องใช้เงินจากรายได้ภาษี ซึ่งยังต้องจับตากันต่อไป ว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ในกรณีสถานการณ์ต่าง ๆ ดีขึ้น เศรษฐกิจฟื้น ไม่มีการระบาดของโควิด-19 รุนแรงขึ้นอีก ซึ่งรัฐบาลก็น่าจะเก็บรายได้ได้เป็นปกติมากขึ้น

แต่มองไปข้างหน้า รัฐบาลก็ยังจำเป็นต้องปฏิรูปการจัดเก็บรายได้อย่างจริงจังอยู่ดี เพื่อลดการ “ขาดดุลงบประมาณ” ลงอย่างจริงจัง

เพราะการขาดดุลงบประมาณ หมายถึง “การกู้” นั่นเอง ยิ่งขาดดุลมาก ก็ยิ่งกู้มาก ยิ่งขาดดุลทุกปี ก็คือต้องกู้ต่อเนื่องทุกปี

ซึ่งหากรัฐบาล “ชักหน้าไม่ถึงหลัง” อยู่ตลอด การจะจัด “สวัสดิการ” ให้แก่ประชาชนยิ่งทำได้ลำบาก หรือทำได้อย่างจำกัดจำเขี่ย

ทั้งนี้ จากการที่ได้พูดคุยกับนักเศรษฐศาสตร์หลายคน ต่างมองว่า ในระยะข้างหน้า เมื่อโควิด-19 คลี่คลายแล้ว รัฐบาลควรจัดทำแผนการลดการขาดดุลงบประมาณลงให้ชัดเจน

ไม่ควรปล่อยให้ขาดดุลไปเรื่อย ๆ หรือขาดดุลมากขึ้น ๆ เพราะจะเพิ่ม “ความเสี่ยงทางการคลัง” นั่นเอง

 

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงการคลัง