หุ้นไทยทะยานทะลุแนวต้านสำคัญรับฟันด์โฟลว์ไหลเข้า-CPALL แชมป์ต่างชาติซื้อสะสม
บล.เอเซีย พลัส ประเมินตลาดหุ้นไทยมีโอกาสขยับขึ้นต่อได้ไม่ยาก โดยแนวต้านแรก 1,658 จุด และแนวต้านถัดไป 1,670 จุด รับเม็ดเงินต่างชาติยังไหลเข้าต่อเนื่อง จากค่าเงินบาทแข็งค่าอันดับต้น ๆ ในภูมิภาค และทำจุดต่ำสุดในรอบ 2 เดือน-ผลตอบแทน SET Index สูงลำดับต้น ๆ เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นหลายแห่ง กางหุ้นที่ต่างชาติซื้อสะสมมากสุดในเดือน พ.ย.นี้ CPALL แชมป์
วันที่ 19 พฤศจิกายน 2564 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด รายงานภาวะตลาดหุ้นไทยวันนี้ว่า หลังจากวานนี้ดัชนี SET Index แข็งแรงเดินหน้าทะลุแนวต้านสำคัญที่ 1,650 จุด โดยช่วงที่ผ่านมา SET Index ค่อนข้างที่จะ Outperform และแข็งแรงกว่าตลาดหุ้นอื่น ๆ ในหลาย ๆ มุม โดยมุมผลตอบแทน SET Index เด่นในช่วงสั้น Laggard ในช่วงยาว สะท้อนได้จากผลตอบแทนในเดือน พ.ย. 2564 ของ SET Index อยู่ที่ 1.7% เทียบจากต้นเดือนถึงปัจจุบัน (mtd) สูงเป็นลำดับต้น ๆ เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นหลายแห่ง
อีกทั้งหากพิจารณาตั้งแต่ต้นปี SET Index ปรับตัวขึ้นมาเพียง 14% ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ytd) ยังถือว่าขึ้นได้น้อยกว่าตลาดหุ้นอื่น ๆ โดยเฉพาะตลาดหุ้นในฝั่งประเทศพัฒนาแล้ว (DM) จึงเชื่อ SET Index ยังมีช่องว่างให้ขยับขึ้นได้อีกในช่วงที่เหลือของปี
มุมฟันด์โฟลว์ยังเห็นโอกาสที่เม็ดเงินต่างชาติยังไหลเข้าต่อเนื่อง สะท้อนได้จากค่าเงินบาทในช่วงนี้แข็งค่าโดดเด่นเป็นอันดับต้น ๆ ในภูมิภาค และทำจุดต่ำสุดในรอบ 2 เดือน แสดงให้เห็นว่าเงินต่างชาติยังวนเวียนและกระจุกตัวอยู่ในประเทศไทยเด่นกว่าประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค และหากแข็งค่าต่อก็หนุนให้นักลงทุนได้ผลตอบแทนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มเติมอีก
ขณะที่นักลงทุนสถาบันเคยขายสุทธิแรงในเดือน ต.ค. 2564 มูลค่า 1.8 หมื่นล้านบาท เริ่มพลิกกลับมาซื้อสุทธิในเดือน พ.ย.นี้ มูลค่า 1.78 พันล้านบาท ช่วยหนุนให้ SET Index มีโอกาสเดินหน้าต่อ
ทำให้เชื่อว่า SET Index มีโอกาสขยับขึ้นต่อได้ไม่ยาก โดยแนวต้านแรก คือ 1,658 จุด และแนวต้านถัดไปคือ 1,670 จุด ดังนั้นฝ่ายวิจัยจึงทำการค้นหาหุ้นที่ต่างชาติซื้อสะสมในเดือน พ.ย.นี้ พร้อมกับราคา Laggard ตลาดหรือให้ผลตอบแทนในช่วง ytd น้อยกว่าตลาด ได้ผลลัพธ์ดังนี้ (ดูตาราง)

โดย Toppicks วันนี้เลือกหุ้นกำไรไตรมาส 4/64 ฟื้นเด่น ราคา Laggard มีปัจจัยเฉพาะตัวหนุน CPALL (หุ้นที่ต่างชาติซื้อสะสมเยอะในช่วงนี้), DOHOME (กำไรไตรมาส 4/64 ดี ราคาย่อตัวลงมา -22% จากช่วงกลางปี), TASCO (รอสัญญาณสหรัฐผ่อนคลายการคว่ำบาตรเวเนซุเอลา หลังการเลือกตั้งท้องถิ่นของเวเนซุเอลาในสัปดาห์หน้า)