สหพันธ์ขนส่งฯ นัดถกกระทรวงพลังงาน 22 พ.ย. ลั่นขึ้นค่าขนส่ง 1 ธ.ค.นี้
สหพันธ์ขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย นัดถกกระทรวงพลังงาน 22 พ.ย. ขู่หากยังไม่มีข้อสรุปแนวทางการแก้ปัญหายังคงกิจกรรมเดิม พร้อมเตรียมขึ้นราคาขนส่งสินค้าอีก 10% 1 ธ.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2564 นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ทางคณะอนุกรรมาธิการพลังงาน ได้เชิญทางสหพันธ์ฯ เข้าประชุมเรื่องการแก้ไขปัญหาสภาวะราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง และเรื่องแนวทางการจัดการพลังงานทดแทนภาคขนส่งในอนาคต อีกทั้งยังได้มีการหารือเกี่ยวกับปัญหาราคาน้ำมันร่วมกับตัวแทนของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นอกจากนี้ ในวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้ ทางกระทรวงพลังงานได้เรียกทางสหพันธ์ฯ เข้าพบเพื่อหารือถึงปัญหาดังกล่าวอีกด้วย
ส่วนเรื่องการยกระดับกิจกรรม นายอภิชาติ กล่าวอีกว่า ถึงแม้ว่าภาครัฐได้เรียกทางสหพันธ์ฯ เข้าไปหารือในเบื้องต้นแล้ว แต่ในเมื่อยังไม่มีข้อสรุป สหพันธ์ฯ ก็ยังคงการยกกิจกรรมเดิมที่กำหนดไว้ก่อน คือ หากรัฐบาลยังเพิกเฉยจะพิจารณายกระดับให้สมาชิกสหพันธ์ฯทั่วประเทศ เติมน้ำมันรถบรรทุก 20 ลิตร/คัน และเดินหน้าวิ่งไปตามทางหากน้ำมันหมดที่ใดก็จอดทิ้งไว้ที่นั้น
รวมถึงจะประกาศขึ้นราคาขนส่งสินค้าอีก 10% โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2564 นี้ ต่อไป
ด้านพ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ตามที่ผู้ประกอบการรถบรรทุกบางส่วน เรียกร้องรัฐบาลเรื่องราคาน้ำมัน และระบุว่าจะหยุดการเดินรถขนส่งสินค้าในสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ นายกรัฐมนตรีได้มีบัญชาให้เตรียมระบบขนส่งรองรับการหยุดเดินรถ และให้เหล่าทัพเตรียมการสนับสนุนรถยนต์ทหารเข้าช่วยในการขนส่งอีกทางหนึ่งนั้น
ในส่วนของกองทัพบก พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ได้มอบหมายให้กรมส่งกำลังบำรุงทหารบก, กรมการขนส่งทหารบก, กองทัพภาค และหน่วยที่เกี่ยวข้อง รวบรวมศักยภาพด้านการขนส่งและเตรียมข้อมูลยานยนต์ทางทหาร ที่สามารถนำมาใช้ในการขนส่งสินค้า
ในขั้นต้นกองทัพบกมีรถยนต์ทหารที่เหมาะสมกับภารกิจด้านการขนส่งทางถนนประมาณ 3,700 คัน แยกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ รถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก, ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ มีน้ำหนักบรรทุก 1, 4 และ 8 ตันตามลำดับ ส่วนการปฎิบัติงานจริงคงต้องรอสั่งการจากทางรัฐบาลในลำดับต่อไป
