เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
Finance ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ข่าวหน้า 1 จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ดูทั้งหมด

กลยุทธ์ถล่มราคาน้ำมันของสหรัฐได้ผลจริงหรือ ?

24 พ.ย. 2564 | 16:19น.
ราคาน้ำมัน
ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

ประธานาธิบดี “โจ ไบเดน” แห่งสหรัฐอเมริกา สร้างความฮือฮาให้กับตลาดน้ำมันดิบโลก ด้วยการเดินเกมทางการทูต ชักชวนชาติพันธมิตรสำคัญในเอเชียอย่าง อินเดีย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น รวมไปถึงคู่แข่งอย่าง “จีน” ให้ร่วมมือกันปล่อยน้ำมันดิบในคลังปิโตรเลียมสำรองทางยุทธศาสตร์ (เอสพีอาร์) ออกมาพร้อม ๆ กัน

เป้าหมายสำคัญก็เพื่อดึงให้ราคาน้ำมันดิบ ซึ่งพุ่งขึ้นแรงตลอดปีนี้ ให้ลดระดับลงมา คลายปมราคาพลังงานที่กำลังกลายเป็นวิกฤตมากขึ้นทุกที

ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ ทั้ง 5 ประเทศ คือ สหรัฐ, จีน, อินเดีย, เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น คือประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ 5 อันดับแรกของโลก

นักวิเคราะห์ทั้งหลายมองตรงกันว่า หากการร่วมมือกันดังกล่าวเกิดขึ้นจริง จะส่งผลสะเทือนต่อระดับราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่างแน่นอน ราคาน้ำมันดิบจะลดต่ำลง อย่างน้อยก็ในระยะสั้น ซึ่งย่อมส่งผลต่อรายได้ของประเทศในกลุ่มพันธมิตร “โอเปกพลัส” เช่นกัน

“เควิน บุค” นักวิเคราะห์ของเคลียร์วิว เอเนอร์ยี พาร์ตเนอร์ส กรุ๊ป บอกว่า การร่วมมือกันดังกล่าว ไม่เพียงเป็นการตอบโต้การปฏิเสธคำขอของสหรัฐอเมริกาให้เพิ่มผลผลิตน้ำมันดิบมากขึ้นเท่านั้น ยังจะเป็นการส่งสารคุกคามต่อโอเปกพลัส โดยตรงอีกด้วย

เพราะเท่ากับเป็นการแสดงให้เห็นว่า ในเมื่อประเทศผู้ผลิตน้ำมันจับมือกันเพื่อคุมทิศทางของตลาดและราคาน้ำมันได้ ประเทศผู้บริโภคก็สามารถจับมือกันเพื่อผลประโยชน์ในทำนองเดียวกันได้เหมือนกัน

คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ การรวมตัวกันภายใต้การนำของสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้ เกิดขึ้นได้จริงหรือ ?

ที่ผ่านมาเมื่อเกิดปัญหาอุปทานน้ำมัน สหรัฐอเมริกาจะใช้วิธีการเคลื่อนไหวผ่าน สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) ที่มีสมาชิก 30 ประเทศ ซึ่งล้วนแต่เป็นประเทศผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่ ครั้งล่าสุดที่มีการปล่อยน้ำมันดิบจากคลังสำรองออกมาพร้อม ๆ กัน ก็เกิดจากการประสานงานของไออีเอนี่เอง

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ เป็นการใช้ความสัมพันธ์ทางการทูตเป็นครั้งแรก

อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เป็นสมาชิกของไออีเออยู่แล้ว และแสดงท่าทีออกมาชัดเจนว่า พร้อมที่จะร่วมมือกับสหรัฐอเมริกา

จีน กับ อินเดีย เป็นเพียงสมาชิกสมทบของไออีเอ แต่มีแนวโน้มสูงว่าทั้งสองพร้อมที่จะร่วมมือกับสหรัฐเพื่อการนี้

เหตุผลนั้นไม่เพียงเพราะเป็นผลประโยชน์ร่วมกันเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะที่ผ่านมา จีน และอินเดีย ก็ค่อย ๆ ทยอยปล่อยน้ำมันดิบในคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ของตนเองออกมาอยู่แล้ว

เมื่อเดือน พ.ค. จีนขายน้ำมันดิบจากคลังสำรองออกมาถึง 589,000 บาร์เรลต่อวัน, เดือน มิ.ย. เพิ่มขึ้นเป็น 980,000 บาร์เรลต่อวัน และ ก.ค. 223,700 บาร์เรลต่อวัน

นักวิเคราะห์ประเมินกันว่า คลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของจีนลดต่ำลงจากราว ๆ 1,260 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ใกล้เคียงกับระดับ 840 ล้านบาร์เรลแล้วในเวลานี้ ขณะที่การนำเข้าน้ำมันดิบในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ ก็ลดลงมา 5.7% เหลือเพียง 10.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

“อินเดีย” ก็เพิ่งปล่อยน้ำมันดิบในคลังสำรองออกมาตั้งแต่เดือน ส.ค. โดยคาดกันว่าจะมีน้ำมันดิบสำรองเทขายให้กับโรงกลั่นในประเทศอีกไม่น้อยกว่า 4.3 ล้านบาร์เรล ในช่วงเดือน ธ.ค.นี้

นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งเชื่อว่า การจับมือกันปล่อยน้ำมันดิบจากคลังสำรองของ 4 หรือ 5 ประเทศพร้อม ๆ กันในครั้งนี้ น่าจะกดดันให้ราคาน้ำมันในตลาดลดลงมาอย่างน้อย 5% แรงกดดันที่ว่านั้นน่าจะช่วยตรึงราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำกว่า 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ อย่างน้อยก็จนถึงปีหน้า

แต่นักวิเคราะห์บางคนเตือนว่า การร่วมมือกันตรึงราคาน้ำมันครั้งนี้อาจส่งผลให้ผลผลิตน้ำมันที่ควรจะออกสู่ตลาดเร็วขึ้น (ตามระดับราคาน้ำมันที่สูงขึ้น) ต้องชะงักงันหรือชะลอออกไป สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือ ทำให้ราคาน้ำมันดิบในปี 2022 สะวิงสูงขึ้นมากอีกครั้ง เนื่องจากดีมานด์ในตลาดยังคงต่ำกว่าซัพพลายอยู่อย่างชัดเจนนั่นเอง