เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,800 บาท
ก.ล.ต.ขีดเส้นอินฟลูฯ ‘แนะนำ-ชักชวนลงทุน’ ต้องมีไลเซนส์ ลุยสกัดหลอกลงทุน
Finance ก.ล.ต.ขีดเส้นอินฟลูฯ ‘แนะนำ-ชักชวนลงทุน’ ต้องมีไลเซนส์ ลุยสกัดหลอกลงทุน
“หอการค้าโคราช” แจงปมพืชสวนโลก ยันไม่ทิ้งอำเภอคง จี้รัฐตอบเหตุผลย้าย
เศรษฐกิจภูมิภาค “หอการค้าโคราช” แจงปมพืชสวนโลก ยันไม่ทิ้งอำเภอคง จี้รัฐตอบเหตุผลย้าย
นายกฯ มั่นใจปมฮั้ว สว.ไม่ทำการเมืองสะดุด ชี้อายุงานครบ 1 ปี ทุกฝ่ายร่วมมือดี
Politics นายกฯ มั่นใจปมฮั้ว สว.ไม่ทำการเมืองสะดุด ชี้อายุงานครบ 1 ปี ทุกฝ่ายร่วมมือดี
ส.อ.ท. ชง PDP2026 ใช้ก๊าซไทย ลดพึ่ง LNG คุมต้นทุนไฟ เปิดทางอุตสาหกรรมเข้าถึงพลังงานสะอาด
Economic ส.อ.ท. ชง PDP2026 ใช้ก๊าซไทย ลดพึ่ง LNG คุมต้นทุนไฟ เปิดทางอุตสาหกรรมเข้าถึงพลังงานสะอาด
บัญชี มธ. เปิดตัว TBS AIR ดันเป็นแพลตฟอร์มกลางเชื่อมองค์ความรู้งานวิจัย
Uncategorized บัญชี มธ. เปิดตัว TBS AIR ดันเป็นแพลตฟอร์มกลางเชื่อมองค์ความรู้งานวิจัย
รัฐบาลยัน ‘คดีโกงสอบท้องถิ่น’ ยังไม่จบ จ่อขยายผล อายัดทรัพย์แล้ว 320 ล้าน
Politics รัฐบาลยัน ‘คดีโกงสอบท้องถิ่น’ ยังไม่จบ จ่อขยายผล อายัดทรัพย์แล้ว 320 ล้าน
‘ยอด ชินสุภัคกุล’ นั่งนายกสมาคม TEPA เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์
Tech ‘ยอด ชินสุภัคกุล’ นั่งนายกสมาคม TEPA เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์
ออมสิน – DPU ดัน โครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น พลิกฟื้นชุมชนบ้านยางพัฒนา สู่ “ตลาดน้ำชุมชน”
Uncategorized ออมสิน – DPU ดัน โครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น พลิกฟื้นชุมชนบ้านยางพัฒนา สู่ “ตลาดน้ำชุมชน”
ก.ล.ต. เร่งลดเวลาพิจารณา IPO เหลือ 70-100 วัน นำร่อง 3 บริษัทผ่าน Sandbox
Finance ก.ล.ต. เร่งลดเวลาพิจารณา IPO เหลือ 70-100 วัน นำร่อง 3 บริษัทผ่าน Sandbox
ดูทั้งหมด

โควิด เปลี่ยนความคิด ชีวิตต้องมีเงินเก็บ เช็กสูตรคำแนะนำการออม

26 พ.ย. 2564 | 16:06น.

โควิด เปลี่ยนความคิด ชีวิตต้องมีเงินเก็บ ภิญญดา พัชรเกศกุล นักวางแผนการเงิน CFP®

คุณเคยคิดหรือไม่ว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ จะมีอะไรที่เข้ามากระทบกับการใช้ชีวิตของพวกเราส่วนใหญ่ โดยทำให้เกิดมีการเปลี่ยนแปลงในการใช้ชีวิตประจำวันในวงกว้างและมากมายได้ถึงเพียงนี้ สิ่งที่เข้ามาขัดขวางและเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเรานั้นมาแบบที่เราไม่ทันคาดคิดมาก่อน และปัจจุบันทันด่วนแบบชนิดที่ไม่ให้เราได้ทันตั้งตัว แน่นอนคงไม่มีใครปฏิเสธหรือคาดเดาเป็นอย่างอื่น สิ่งที่เป็นปรากฏการณ์นี้ก็คือการเกิดขึ้นของโรคระบาด ที่รู้จักกันในชื่อ Coronavirus disease 2019 หรือ COVID-19

ถ้าเราจะลองนึกย้อนกลับไปในอดีตสักนิดหนึ่ง ก่อนที่จะมีการอุบัติขึ้นของเจ้า COVID-19 นี้ ปรากฏการณ์ที่จะส่งผลต่อมนุษยชาติ ที่ไม่ใช่แค่เพียงในระดับประเทศ แต่เป็นระดับโลกนั้น เราจะนึกถึงภาวะโลกร้อน ซึ่งเป็นประเด็นทำให้ทุกประเทศต้องตระหนักและแก้ไขร่วมกัน

แน่นอนทุกประเทศทราบถึงความสำคัญของผลกระทบนี้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และก็พยายามหาแนวทางป้องกันกันอยู่ แต่อย่างไรก็ตามหลายประเทศก็ยังมีคิดว่าภาวะโลกร้อนนี้ ถึงจะสำคัญแต่ก็ยังไม่เป็นปัญหาถึงกับจะมีผลกระทบเร่งด่วนต่อชีวิตมนุษย์เร็วในระดับปีหรือสองปีนี้ แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ในขณะที่มนุษย์กำลังวางใจถึงปัญหาโลกร้อนที่ยังไม่มีผลกับพวกเราแบบในปัจจุบันทันด่วนนัก

อยู่ดีๆ ก็มีเจ้า COVID-19 ที่เป็นปัญหาในระดับโลกเข้ามาแทรกแทนที่ปัญหาภาวะโลกร้อนแบบไม่คาดคิด สิ่งนี้แสดงถึงอะไร สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าอนาคตเป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้ยาก มันพร้อมที่จะมีสิ่งฉุกเฉินเกิดขึ้นได้เสมอ

ในบทความนี้อยากจะยกเป็นประเด็นและให้น้ำหนักการเปลี่ยนแปลงในด้านการเงิน ซึ่งถือเป็นด้านหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญในลำดับต้นๆ เพราะเป็นปัจจัยสำคัญในด้านคุณภาพและการดำเนินชีวิต ในสภาวะปัจจุบันผลกระทบจาก COVID-19 ส่งผลต่อการเงินในแต่ละกลุ่มคนไม่มากก็น้อย

บางกลุ่มรู้สึกว่าไม่ได้รับผลกระทบเลย กลุ่มนี้ถือว่าสุขภาพทางการเงินอยู่ในเกณฑ์ดี บางกลุ่มก็รู้สึกการเงินเริ่มอยู่ในภาวะที่ต้องระวังตัว กลุ่มนี้สุขภาพทางการเงินปานกลาง ส่วนบางกลุ่มเริ่มจะใช้จ่ายไม่เพียงพอเริ่มที่จะใช้เงินแบบชักหน้าไม่ถึงหลัง กลุ่มสุดท้ายนี้สุขภาพทางการเงินไม่ดีนัก

ทีนี้ลองหันมาสำรวจตนเองดูว่าเราอยู่ในกลุ่มใด ในกลุ่มที่ได้กล่าวไปแล้วเมื่อสักครู่ บางท่านรู้สึกว่าเรายังอยู่ในกลุ่มเดิมที่เราเคยอยู่แสดงว่าท่านยังไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะการเปลี่ยนแปลงนี้มากนัก เช่น ไม่ถูกลดเงินเดือน ไม่ตกงานฉุกเฉิน แต่สำหรับท่านใดที่โชคไม่ดีได้รับผลกระทบความเปลี่ยนแปลงนี้ อาจจะมีย้ายสถานะไปอยู่ในกลุ่มที่มีสุขภาพทางการเงินที่ต่ำลง

สังเกตหรือไม่สิ่งที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ล้วนเกิดความไม่แน่นอนภายนอกที่มากระทบถูกตัวเราเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราควบคุมได้ยาก แต่มีบางสิ่งที่เรายังพอจะควบคุมได้ด้วยตนเองก็คือ นิสัยการใช้จ่าย และการเก็บออมของตัวเราเอง หลายท่านในภาวะเช่นนี้สามารถอยู่ได้อย่างสบายเพราะมีนิสัยการออมที่ดีมีเงินสำรองในภาวะฉุกเฉิน หรืออีกหลายท่านที่กำลังประสบปัญหาอยู่ขณะนี้เพราะไม่เก็บออมเอาไว้ก่อนหน้านี้ ดังนั้นเรามาทำในสิ่งที่เราสามารถควบคุมด้วยตัวเองได้กันเถอะ

อย่างแรกเรามาเข้าใจเงินออมฉุกเฉินกันแบบง่ายๆ ก่อนว่าเงินออมฉุกเฉินคือ เงินที่เรานำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันให้เป็นไปตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นค่ากิน ค่าอยู่ ค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าเรียนลูก และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

พูดง่ายๆ คือ รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่จะทำให้เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ โดยเงินออมฉุกเฉินจะถูกนำมาใช้ประคองชีวิตประจำวันไม่ให้ถูกกระทบ ระยะเวลาที่เราใช้ในการปรับตัวเและค่าใช้จ่ายต่างๆ จะเป็นตัวบอกว่าเราจะต้องกันเงินสำรองฉุกเฉินเท่าไรเพื่อให้เรามีเวลาในการปรับตัวหรือหางานใหม่ และทำให้คุณภาพชีวิตในภาวะวิกฤติของเราไม่เปลี่ยนแปลงไป แต่ละคนจึงไม่เท่ากัน

คำแนะนำเบื้องต้นที่จะเป็นตัวช่วยในการตั้งเป้าหมายเงินออมเพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน โดยแบ่งคำแนะนำตามลักษณะความมั่งคงของรายได้ เป็น 2 แบบใหญ่ ดังนี้

คำแนะนำโดยทั่วไปสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ไม่มีหนี้ และอยู่ในเส้นทางอาชีพที่สามารถเปลี่ยนงานได้ง่าย ควรมีเงินสำรองเพียงพอใช้จ่าย 3 – 6 เดือน
เงินออมเพื่อใช้ยามฉุกเฉิน = ค่าใช้จ่ายทั้งหมดต่อเดือนที่จะทำให้เราใช้ชีวิตอย่างปกติ X 3 เดือน ถึง 6 เดือน

คำแนะนำโดยทั่วไปสำหรับอาชีพอิสระหรือมนุษย์เงินเดือนที่อยู่ในสายอาชีพที่อาจจะอาศัยระยะเวลาในการหางานใหม่ หรือมีหนี้ ควรมีเงินสำรองเพียงพอใช้จ่าย 6 – 12 เดือน
เงินออมเพื่อใช้ยามฉุกเฉิน = ค่าใช้จ่ายทั้งหมดต่อเดือนที่จะทำให้เราใช้ชีวิตอย่างปกติ X 6 เดือน ถึง 12 เดือน

เราจะเห็นได้ว่าเงินออมเพื่อใช้ในยามฉุกเฉินมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตให้เป็นปกติในภาวะที่เกิดสถานการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อเราตระหนักแล้วขอให้ทุกท่านเริ่มจัดการเงินออมฉุกเฉินตามเป้าหมาย โดยเริ่มจากคำนวณประมาณการจำนวนเงินออมเพื่อใช้ยามฉุกเฉิน และกำหนดระยะเวลาในการเก็บเงินออม

เช่น เรากำหนดระยะเวลาการเก็บเงินออมเพื่อใช้ในยามฉุกเฉินให้เรียบร้อยภายใน 2 ปี เราก็แค่นำจำนวนเงินออมเพื่อใช้ยามฉุกเฉินมาหาร 24 เดือน ก็จะทราบจำนวนเงินที่ต้องเก็บเพื่อเป้าหมายเงินออมเพื่อใช้ยามฉุกเฉินได้แล้ว และหลักที่ควรยึดเพื่อให้เป้าหมายสำเร็จ 2 หลักง่ายๆ คือ เก็บก่อนใช้ และทำทันที โควิดเปลี่ยนความคิด ชีวิตต้องมีเงินเก็บ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วางแผนการเงิน