เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
News นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
News กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
News เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
SD บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
เศรษฐกิจภูมิภาค ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
Real Estate ‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
SD ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ดูทั้งหมด

เปิดปมรัฐบาล “ทะลุวินัยการคลัง” ประยุทธ์เต็มกลืนหาเงินอุ้ม “ประกันราคาข้าว”

02 ธ.ค. 2564 | 08:14น.
นาข้าว
รายงาน

หลังจากขยายเพดานหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) จาก 60% เป็น 70% ไปเมื่อเดือน ก.ย. ล่าสุด คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานก็ได้อนุมัติขยายเพดานการกำหนดอัตราชดเชยค่าใช้จ่าย หรือการสูญเสียรายได้ของหน่วยงานรัฐในการดำเนินกิจกรรม มาตรการ หรือโครงการตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 28 ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561

เป็นการขยับเพดานจากเดิมที่กำหนดว่า ต้องมียอดคงค้างทั้งหมดรวมกันไม่เกิน 30% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี เป็นไม่เกิน 35% ชั่วคราว 1 ปี

ทั้งนี้ เพดานดังกล่าว เกิดจากการอุดหนุนหรือชดเชยค่าใช้จ่ายให้กับรัฐวิสาหกิจเพื่อทำโครงการหรือมาตรการตามนโยบาย ซึ่งรัฐบาลจะไปตั้งงบประมาณใช้คืนให้ในปีต่อ ๆ ไป(ทยอยตั้งหลายปี) ดังนั้น การขยายกรอบดังกล่าว จึงเป็นการเปิดเพดานเพื่อให้“ติดหนี้รัฐวิสาหกิจ” ได้เพิ่มขึ้นนั่นเอง

โดยตามกรอบเดิมที่ 30% ในปีงบประมาณ 2565 รัฐบาลจะสามารถอุดหนุนหรือชดเชยได้ไม่เกิน 9.3 แสนล้านบาท ซึ่งเมื่อขยับขึ้นอีก 5% ทำให้อุดหนุนหรือชดเชยได้เพิ่มขึ้นอีก 1.55 แสนล้านบาท เมื่อรวมกับกรอบเดิมที่ยังเหลืออยู่ 5,360 ล้านบาท (ณ 19 พ.ย. 2564) ส่งผลให้มีช่องอุดหนุนหรือชดเชยเพิ่มขึ้นได้อีกกว่า 1.6 แสนล้านบาท

การที่รัฐต้องขยายเพดานดังกล่าว เนื่องจากโครงการประกันรายได้ หรือประกันราคาพืชผลเกษตรต่าง ๆ มีความต้องการใช้เงิน “เพิ่มขึ้นมาก” ในปีงบประมาณนี้ โดยเฉพาะโครงการประกันราคาข้าวที่ปีนี้ต้องใช้เงินมากถึง 8.9 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนที่ใช้เงินในระดับกว่า 5 หมื่นล้านบาท จนที่ผ่านมา รัฐบาลต้องบริหารจัดการโดยใช้วิธีทยอยจ่ายเป็นงวด ๆ ซึ่งงวดแรกจ่ายไปได้แค่ 1.3 หมื่นล้านบาท

จึงนำมาสู่การ “ทะลุกรอบวินัยทางการคลัง” ในที่สุด

โดยเมื่อตรวจสอบการใช้เงินในโครงการประกันราคาข้าวของรัฐบาล จะเห็นว่ามีการใช้งบประมาณเพิ่มสูงขึ้นก้าวกระโดดทุกปี ๆ คือ ปีแรก ปีการผลิต 2562/63 ใช้เงินที่กว่า 1.94 หมื่นล้านบาท จากนั้น ปีการผลิต 2563/64 เพิ่มเป็น 4.81 หมื่นล้านบาท และล่าสุด ปีการผลิต 2564/65 เพิ่มเป็นกว่า 8.9 หมื่นล้านบาท (ยังไม่รวมโครงการช่วยเหลือค่าบริหารจัดการข้าววงเงินรวม 5.49 หมื่นล้านบาท กับมาตรการคู่ขนาน ชะลอการขายข้าว ที่รัฐบาลต้องจ่ายขาดอีกกว่า 7,700 ล้านบาท)

แหล่งข่าวจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับโครงการประกันราคาพืชผลการเกษตร ให้ข้อมูลว่า การใช้เงินประกันราคาข้าวที่เพิ่มขึ้นมากในปีนี้ เกิดจากราคาข้าวที่ตกต่ำ แต่ขณะเดียวกันต้องยอมรับว่า มีตัวเลขเกษตรกรเข้ามาร่วมโครงการมากขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นเพราะเกษตรกรบางส่วนเห็นรัฐมีนโยบายสนับสนุน จึงมาขึ้นทะเบียนพื้นที่ปลูกข้าวมากขึ้น และยังมีการเปิดลงทะเบียนหลายรอบ มีรอบเก็บตกด้วย

“ต้องยอมรับว่าเกษตรตำบลไม่สามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด ก็จะมีปัญหาว่าคนทำนาจริง ไม่ใช่เจ้าของที่ดิน และเจ้าของที่ดินก็ไม่ได้ทำ ซึ่งเมื่อเป็นงานนโยบายที่มีต่อเนื่องกันมาหลายปี ก็เริ่มมีการใช้ช่องว่างของโครงการ

โดยส่วนราชการหลายส่วน เริ่มมีการประเมินว่า วงเงินที่มาค่อนข้างสูง แต่ความเข้มแข็งในการตรวจสอบภาคประชาสังคมก็ยังน้อย ซ้ำร้ายกว่านั้น เมื่อเกษตรกรรู้ว่ารัฐมีการจำกัดปริมาณรับประกันครัวเรือนละไม่เกิน14 ล้านตัน

พอเข้าสู่ปีที่ 3 ก็มีคนที่ปลูกข้าวมาก ๆ ไปแตกโฉนดให้เป็นรายย่อย ๆ เพื่อให้คนในครอบครัวได้รับเงินประกันรายได้คนละ 14 ล้านตัน นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้จำนวนเกษตรกรเพิ่มขึ้น และกลายเป็นภาระหนักของรัฐบาลในที่สุด” แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า โครงการประกันรายได้พืช 5 ชนิด ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน,ข้าว, ยางพารา, มันสำปะหลัง และข้าวโพดต้องยอมรับว่า เกี่ยวข้องกับประเด็นการเมือง ซึ่งเป็นรัฐบาลผสมและยิ่งช่วงนี้ใกล้จะมีการเลือกตั้ง จึงได้เห็นภาพที่พรรคการเมืองที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล พยายามกดดันให้มีการรีบจ่ายเงิน โดยอ้างถึงความเดือดร้อนของเกษตรกร

“ปฏิเสธไม่ได้ว่า การประกันรายได้ข้าวและพืชชนิดอื่น ๆ เป็นเรื่องทางการเมืองจากรัฐบาลผสม การช่วยเหลือเกษตรกรได้มากเท่าไหร่ ก็เป็นจุดแข็งสำหรับหาเสียงได้มากเท่านั้น ปัญหาข้าวราคาต่ำ จึงไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องเสียที

เพราะการให้เงินประกัน ก็เหมือนเงินให้เปล่า สร้างความเคยชินให้กับชาวนาได้เงินง่าย ๆ ซึ่งจะไม่มีการเลิกปลูกและไม่มีทางพัฒนาผลผลิต แม้ที่ผ่านมารัฐจะมีการสนับสนุนสินเชื่อต่าง ๆ มากมาย เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรต่อเนื่อง แต่ปัญหาที่แก้ไม่ตรงจุดก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย” แหล่งข่าวกล่าว

ปมปัญหาเหล่านี้ กำลังลุกลามบานปลาย จนกระทั่งนายกรัฐมนตรีต้องออกปากหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรที่จังหวัดภูเก็ต ว่าต้องหาวิธีการใหม่ช่วยเหลือเกษตรกรแทนการประกันราคา

ทั้งยังตั้งคำถามดัง ๆ ว่า “คนที่ได้รับรายได้จากการประกันราคาได้จริงหรือเปล่า ข้าวที่ออกมาแล้วอยู่ที่ไหน แล้วทำไมชาวบ้านถึงบ่นว่าได้แค่ 6,000 บาท เป็นเพราะอะไร ทั้ง ๆ ที่เรามีการประกันรายได้ไปแล้ว”

ระดับนายกรัฐมนตรีออกปากเช่นนี้แล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็น่าจะต้องตรวจสอบว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นหรือไม่ หากมีก็ต้องเอาผิด โดยยึดมาตรฐานเดียวกับโครงการจำนำข้าว ที่มีรัฐมนตรีติดคุกไปแล้ว

ขณะที่รัฐบาลก็ต้องมาพิจารณาด้วยว่า การที่ผู้นำรัฐบาลต้องกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้ เกิดจากเกมต่อรองทางการเมืองที่มุ่งทำนโยบายเพื่อฐานเสียงจนละเลยกรอบกติกาที่กำหนดไว้หรือไม่ เพราะในเมื่อมีกฎหมายวินัยการเงินการคลังอยู่ ก็ควรจะยึดตามกรอบที่วางไว้

กรณีนี้แม้ว่าจะแจ้งว่า จะขยายกรอบเป็น 35% แค่ชั่วคราว 1 ปี แต่ในทางกฎหมายก็ไม่ได้ระบุระยะเวลาไว้ จึงไม่ได้การันตีว่าปีหน้าจะสามารถลดเพดานการอุดหนุนหรือชดเชยกลับมาที่เดิมได้

สุดท้ายแล้ว หากรัฐบาลไม่สามารถกลับมาใช้กรอบเดิมได้อย่างที่ประกาศ เรื่องนี้จะกลายเป็นหอกที่กลับมาทิ่มแทงรัฐบาลแน่นอน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประกันราคาข้าว