บิ๊ก มิลล์คอนฯ ตั้งเป้ารายได้ปี65 โต 20,000 ล้าน หนุนแผนลงทุนโรงไฟฟ้าขยะ
มิลล์คอนฯชูหลัก Circular Economy เดินสู่เป้าหมาย Green Steel-หนุนเติบโตยั่งยืน พร้อมเปิดแผนธุรกิจปี’65 ขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าขยะ ตั้งเป้าหมายรายได้โต 20,000 ล้านบาท
วันที่ 8 ธันวาคม 2564 นายสิทธิชัย ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานคณะกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ MILL หนึ่งในผู้ผลิตและจำหน่ายเหล็กครบวงจร เปิดเผยถึงแผนยุทธศาสตร์ของกลุ่มมิลล์คอนในปี 2565 ว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2565 จะเติบโตประมาณ 20,000 ล้านบาท จากปีนี้ที่รายได้เติบโตมากกว่า 10,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ เป็นมาจากแนวโน้มความต้องการเหล็กขายตัว และราคาเหล็กยังอยู่ในระดับสูง โดยมองแนวโน้มราคาเหล็กในตลาดโลกมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น จากสถานการณ์อุตสาหกรรมเหล็กในประเทศจีนที่มีนโยบายปิดโรงงานที่ไม่ได้มาตรฐาน และยกเลิกนโยบายคืนภาษีส่งออก ส่งผลให้ราคาเหล็กในตลาดโลกยังมีแนวโน้มปรับตัวสูงเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทตั้งเป้าปริมาณยอดขายเหล็กในปีหน้ารวมอยู่ที่ 1.2 ล้านตัน จากปัจจัยความต้องการใช้เหล็กในประเทศยังสูง โดยคาดว่าจะอยู่ที่ ประมาณ 18-19 ล้านตัน ตามการก่อสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูประโภค รวมไปถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ประเมินว่าจะมียอดผลิตรถยนต์ประมาณ 1.8 ล้านคัน จากปีนี้ที่ประมาณ 1.6 ล้านคัน
“ส่วนลงทุนขนาดใหญ่ยังไม่มีแผน โดยใน 3-5 ปีข้างหน้านี้จะเน้นการพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นและปรับปรุงประสิทธิภาพของต้นทุนการผลิตให้เพิ่มมากขึ้น”
นายสิทธิชัยกล่าวว่า ส่วนแผนยุทธศาสตร์ของกลุ่มมิลล์คอนOในปี 2565 ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจเหล็ก และต่อยอดไปในธุรกิจที่จะสร้างมูลค่าเพิ่ม เน้นแนวทางการดำเนินธุรกิจแบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ทำธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม-ลดโลกร้อน
ซึ่งถือเป็นเทรนด์ใหญ่ของโลก และที่ผ่านมากลุ่ม MILL ได้มีการปรับตัวและให้ความสำคัญมาโดยตลอด เพราะถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนให้บริษัทเดินไปสู่เป้าหมายใหญ่คือการเป็น Green Steel ในที่สุด นอกจากการผลิตเชิงเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อลดปริมาณของเสียแล้ว บริษัทยังมีการปรับปรุงกระบวนการผลิตทุกขั้นตอน เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตั้งแต่การผลิต การขนส่ง การใช้ผลิตภัณฑ์ของผู้บริโภค กระทั่งถึงขั้นตอนการนำกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง
“ปัจจุบันแนวทางการดำเนินธุรกิจแบบ Circular Economy เป็นทิศทางที่ผลักดันให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้เริ่มดำเนินการไปบางส่วนแล้ว เช่น การคัดแยกเหล็กและยางรถยนต์ โดยนำเศษเหล็กไปผลิตเหล็กเพื่อนำกลับไปใช้ใหม่ ส่วนยางก็สามารถนำไปเป็นเชื้อเพลิงสำหรับผลิตไฟฟ้าได้ ลดการสูญเสีย และสร้างรายได้เพิ่มให้กับธุรกิจ เป็นต้น”
ด้านนายทวันทว์ บุณยะวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะ เมกะวัตต์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของ MILL (MILL ถือหุ้น 26%) กล่าวว่า บริษัท อยู่ระหว่างศึกษาลงทุนโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม อย่างน้อย 1 โครงการ กำลังการผลิต 9.9 เมกะวัตต์ โดยคาดว่าหากสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ประกาศรับซื้อไฟฟ้า (PPA) ก็มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมประมูลด้วย ซึ่งน่าจะเห็นรายละเอียดชัดเจนจากหน่วยงานภาครัฐได้ราวปี 2565
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทได้เตรียมความพร้อม โดยมีแผนรับเชื้อเพลิงที่ผลิตจากบริษัท ซันเทค รีไซเคิล แอนด์ ดีคาร์บอน จำกัด (บริษัทลูกของ MILL) เพื่อเป็นแหล่งพลังงานป้อนเข้าสู่โรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม ซึ่งศึกษาและเตรียมความพร้อม ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตโรงไฟฟ้ารวม 60 เมกะวัตต์ จากโครงการโซลาร์ฟาร์มและโซลาร์รูปท็อป
นายศุภมงคล มาโนช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมบริษัท ซันเทค รีไซเคิล แอนด์ ดีคาร์บอน จำกัด ซึ่งเป็นลูกของ MILL กล่าวว่า บริษัท จะรับหน้าที่ป้อนเชื้อเพลิงพลังงาน ให้แก่ เดอะ เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ MILL เป็นรายแรก จากนั้นจะป้อนให้กับบริษัทอื่น ๆ ต่อไป อย่างไรก็ตามแหล่งผลิตเชื้อเพลิงพลังงาน ส่วนใหญ่จะมาจากขยะที่เกิดจากภายในบริษัท มิลล์คอนฯ
ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณขยะอุตสาหกรรม 150-250 ตัน/วัน อีกทั้งในพื้นที่ที่โรงงานเหล็กตั้งอยู่ก็มีโรงงานอุตสาหกรรมอีกมาก เชื่อว่าจะรองรับปริมาณความต้องการเชื้อเพลิงพลังงาน ในการผลิตไฟฟ้าจากขยะอุตสาหกรรมของเดอะ เมกะวัตต์ ได้
พร้อมกันนี้บริษัทได้ให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและลดโลกร้อน จากเดิมที่บริษัทดำเนินธุรกิจบริหารจัดการเศษเหล็กและซื้อขายเศษเหล็ก โดยเป้าหมายหลัก คือ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยบริษัทต้องการจะเป็นศูนย์กลาง carbon credit ของกลุ่มบริษัทในเครือมิลล์คอน สตีล นอกจากนี้ต้องมองหานวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จะช่วยสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือที่เรียกว่า Decarbonization
อย่างไรก็ตาม การดำเนินธุรกิจเดิมของบริษัทในการบริหารจัดการเศษเหล็ก บริษัทนำเทคโนโลยีของเครื่องจักรมาใช้บริหารจัดการเศษเหล็ก สามารถบดย่อยเศษเหล็กให้มีขนาดเล็กลง ก่อนส่งเข้าสู่กระบวนการหลอม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเป็นการประหยัดพลังงานในการหลอม (Recycle Process) เหล็กที่ได้จะถูกปรุงแต่งให้มีความบริสุทธิ์ก่อนนำกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง สำหรับชิ้นส่วนอื่นที่ไม่ใช่เหล็ก เช่น พลาสติก วัสดุยาง ที่ถูกคัดแยกสามารถนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตพลังงาน ซึ่งเป็นกระบวนการที่สามารถลดขยะที่เป็นมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมตามหลัก Zero waste ได้อย่างมีประสิทธิภาพ