หุ้น ซีพีเอฟ
ซีพีเอฟ (CPF) เตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนชุดใหม่ หรือหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ เพื่อทดแทนหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนชุดเดิม ให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้ด้อยสิทธิเดิม-ประชาชนทั่วไปช่วงต้นปี 2565 ยังไม่เคาะดอกเบี้ย แต่คาดผลตอบแทนสูง เผยอันดับความน่าเชื่อถือองค์กรที่ A+ ส่วนหุ้นกู้อยู่ที่ A-
วันที่ 13 ธันวาคม 2564 นายไพศาล จิระกิจเจริญ ประธานผู้บริหารฝ่ายการเงิน บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ “ซีพีเอฟ” (CPF) เปิดเผยว่า “ซีพีเอฟ” มีแผนที่จะใช้สิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน ไถ่ถอนเมื่อเลิกบริษัท (หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์) ที่เสนอขายเมื่อปี 2560 และจะทำการเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิชุดใหม่
ทั้งนี้เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้นกู้ด้อยสิทธิชุดเดิม บริษัทจะให้สิทธิพิเศษให้สามารถจองซื้อหุ้นกู้ด้อยสิทธิชุดใหม่ได้ก่อนในช่วงต้นปี 2565 สำหรับอัตราผลตอบแทนและรายละเอียดการจองซื้อจะเปิดเผยให้ทราบในภายหลัง
สถาบันการเงินผู้จัดจำหน่ายให้ความเห็นว่า “หุ้นกู้ด้อยสิทธิของบริษัท เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนสูง และสามารถรับความเสี่ยงได้มากกว่าหุ้นกู้ทั่วไป รวมถึงเป็นผู้ลงทุนที่ต้องการกระจายการลงทุนให้มีความหลากหลายด้วยการจัดสรรเงินลงทุนบางส่วนมาลงทุนในหุ้นกู้ด้อยสิทธิของบริษัท ซึ่งความน่าสนใจของหุ้นกู้ด้อยสิทธินั้น
นอกจากจะได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนที่ A- และอันดับความน่าเชื่อถือองค์กรที่ A+ จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ซึ่งสะท้อนความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารในระดับสากลแล้ว บริษัทยังมีเป้าหมายในการเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้วิสัยทัศน์ ‘ครัวของโลก’ อย่างแข็งแกร่งอีกด้วย”
ทั้งนี้ “ซีพีเอฟ” ดำเนินธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจรใน 17 ประเทศทั่วโลก โดยจำแนกประเภทธุรกิจหลักได้เป็น 3 ประเภท คือ 1.ธุรกิจอาหารสัตว์ (Feed) 2.ธุรกิจผลผลิตจากการเลี้ยงสัตว์และแปรรูปเนื้อสัตว์ (Farm and Processing) และ 3.ธุรกิจอาหาร (Food) ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งสู่การเป็น “ครัวของโลก” ซีพีเอฟจึงได้ขยายธุรกิจไปยังประเทศต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ที่ทันสมัย สนับสนุนการผลิตและการแปรรูปเนื้อสัตว์อย่างมีคุณภาพ ขยายการผลิตอาหารพร้อมรับประทานเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจ
รวมไปถึงการคิดค้นนวัตกรรมด้านเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารอย่างต่อเนื่อง และยังให้ความสำคัญในการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม และสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างเหมาะสมด้วยความใส่ใจในผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน