เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เพชรบุรีน้ำท่วม “การค้า-เกษตร” อ่วม เอกชนเตรียมปลุกท่องเที่ยวฟื้นเศรษฐกิจส่งท้ายปี

03 ธ.ค. 2560 | 17:45น.

คนเมืองเพชรช้ำ น้ำท่วมติดต่อกันเป็นปีที่ 2 ป่วนภาคเกษตร-ประมง-การค้า คาดพื้นที่เกษตรเสียหาย 1.3 แสนไร่ ประมง 5.5 พันไร่ ขณะที่ร้านค้าหนีน้ำไม่ทันเสียหายเพียบ เกษตร-ประมงจังหวัดเผยใช้สำรวจ 15-30 วัน ประมงเตรียมแจกจุลินทรีย์เตรียมเพาะสัตว์น้ำรอบใหม่ ด้านประธานหอการค้าเพชรบุรีเตรียมจับมือผู้ประกอบการนำสินค้าที่ยังไม่เสียหายมากมาจัดฮาร์ดเซล พร้อมปลุกท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี

ชดเชยนาข้าว 1,113 บาท/ไร่

นายวันชัย คนงาม เกษตรจังหวัดเพชรบุรี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากภัยพิบัติน้ำท่วมครั้งนี้ ได้ประเมินความเสียหายภาพรวม มีพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายประมาณ 130,000 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าวประมาณ 112,000 ไร่ อยู่ระหว่างช่วงการเก็บเกี่ยว แตกกอ ออกรวง และกำลังหว่าน นอกจากนั้นเป็นไม้ผล ได้แก่ กล้วย พืชไร่ พืชผัก เป็นต้น มีเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนประมาณ 10,000 กว่าราย ครอบคลุม 8 อำเภอ โดยส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบมากที่อำเภอเมืองเพชรบุรี บ้านลาด บ้านแหลม และท่ายาง โดยตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 เป็นต้นไป จะเริ่มสำรวจ ซึ่งจะใช้เวลาในการสำรวจ 15 วัน จึงจะรู้ว่ามีกี่ไร่ กี่ราย ที่ได้รับผลกระทบ หลังจากนั้นเมื่อได้ข้อมูลแล้วก็จะสรุปส่งให้ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้ชดเชยเกษตรกรต่อไป

ขณะที่สำนักงานเกษตรจังหวัดจะเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน คือ สำหรับพื้นที่นาข้าว จะจ่ายเงินชดเชยให้ไร่ละ 1,113 บาท ซึ่งถือว่าน้อยมาก บรรเทาได้เพียงบางส่วนเท่านั้น สำหรับการช่วยเหลือระยะยาว บางพื้นที่ก็อาจจะต้องปรับเปลี่ยน ต้องดูสภาพ ถ้าหากท่วมซ้ำซากก็ต้องมาวิเคราะห์ และปรับเปลี่ยนไปทำอย่างอื่น เช่น พื้นที่ลุ่มต่ำทำประมง แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูความพร้อมของเกษตรกรด้วย

ท่วมซ้ำ – จังหวัดเพชรบุรีประสบภัยน้ำท่วมต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยปี 2560 น้ำท่วมหนักกว่าปี 2559 สร้างผลกระทบโดยเฉพาะภาคเกษตร และการค้า เนื่องจากน้ำเข้าท่วมในหลายพื้นที่ที่ไม่เคยท่วมมาก่อน โดยหลังจากนี้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเตรียมสร้างความคึกคักให้เศรษฐกิจส่งท้ายปี

กุ้งขาว-ปลาน้ำจืดอ่วม 5 พันไร่

นายประพันธ์ ลีปายะคุณ ประมงจังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อเกษตรกรประมาณ 600 ราย มีพื้นที่ทำการประมงได้รับผลกระทบประมาณ 5,500 ไร่ โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่ อำเภอเมืองเพชรบุรี และบ้านแหลม ส่วนใหญ่เป็นประมงน้ำจืด ได้แก่ ปลานิล ปลาสลิด เป็นต้น รวมถึงกุ้งขาว มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบกว่า 500 ไร่ มีเกษตรกร 100 ราย

ขณะที่ส่วนของเกษตรกรที่เลี้ยงหอยแครงนั้น ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำจืดลง รวมถึงมวลน้ำจากแม่น้ำ ทั้งแม่น้ำเจ้าพระยา ท่าจีน บางปะกง ก็มีผลกระทบในห้วงก่อนหน้าแล้ว ขณะที่ลักษณะการเก็บเกี่ยวผลผลิตจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงก่อนเดือนกันยายนหรือตุลาคม ส่วนที่เหลือจะเก็บไว้ขายหลังช่วงปีใหม่ หรือตรุษจีน เพราะฉะนั้นในภาพรวมของหอยแครง หอยแมลงภู่ หอยนางรม ได้รับผลกระทบมาก่อนหน้านั้นแล้ว และก็ก่อนหน้าที่จะได้รับผลกระทบเดือนตุลาคม เกษตรกรได้เก็บเกี่ยวไปบ้างแล้ว ดังนั้นผลกระทบมันก็มีอยู่บ้าง แต่ว่าเนื่องจากประสบการณ์ในปีที่ผ่าน ๆ มาของเกษตรกร ก็จะช่วยให้เกษตรกรสามารถเตรียมรับมือหรือเก็บเกี่ยวได้

ทั้งนี้ขณะนี้จังหวัดเพชรบุรีได้ประกาศภัยพิบัติแล้ว เพราะฉะนั้นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นผู้นำท้องถิ่นที่อยู่ในพื้นที่ ก็จะเป็นคนสำคัญที่จะช่วยสำรวจความเสียหายด้วยเช่นกัน ก็จะส่งข้อมูลมาที่อำเภอ หลังจากนั้นก็จะทราบจำนวนผู้เสียหายและจำนวนพื้นที่ที่แท้จริง เพราะฉะนั้นในกระบวนการช่วยเหลือของทางราชการก็จะเริ่มขึ้น เมื่อได้ตัวเลขก็จะเสนอผ่านคณะกรรมการระดับอำเภอ ซึ่งคัดกรองก่อนว่าเป็นผู้เสียหายจริง แล้วจึงจะนำส่งมาที่จังหวัดต่อไป คาดว่าใช้ระยะเวลาสำรวจไม่น่าจะเกิน 1 เดือน เบื้องต้นมีระเบียบกรมประมงที่จะให้ความช่วยเหลือ ทั้งนี้หากเป็นเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้ความช่วยเหลือได้ไม่เกิน 5 ไร่

นายอนันต์ สุนทร ประมงอำเภอบ้านแหลม เปิดเผยว่า พื้นที่ประมงของอำเภอบ้านแหลมมีเนื้อที่ประมาณ 8,000 ไร่ จากการที่น้ำเข้าท่วมหลายหมู่บ้านมาประมาณ 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายนเป็นต้นมา จนถึงวันที่ 27 พฤศจิกายนที่น้ำเริ่มลดระดับ บางแห่งเป็นปกติ คาดการณ์ว่าจะมีพื้นที่เสียหาย 3,500 ไร่ อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะมีการสำรวจความเสียหายอีกครั้ง คาดว่าไม่เกิน 30 วัน สำหรับประมงที่ได้รับความเสียหาย ได้แก่ กุ้งขาว ปลานิล และปลาสลิด ซึ่งเมื่อสำรวจความเสียหายแล้ว คาดว่าจะมีการช่วยเหลือตามระเบียบของกระทรวงการคลัง ขณะที่ประมงอำเภอจะฟื้นฟูด้วยการแจกจุลินทรีย์ ปม.1 เนื่องจากหลังน้ำท่วมจะมีของเสียที่มากับน้ำท่วมจึงต้องเตรียมบ่อใหม่ ขณะที่ประมงในทะเลที่เลี้ยงหอยแครง และหอยแมลงภู่ พื้นที่รวมประมาณ 15,000 กว่าไร่นั้น ยังไม่ได้สำรวจ แต่เมื่อน้ำจืดลงไปก็เสียหาย โดยรวมคาดว่าจะเสียหายมากกว่าปี 2559

เตรียมบูมท่องเที่ยวปลายปี

ด้านนายธานินทร์ ดิตตยานุรักษ์ ประธานหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า เศรษฐกิจจังหวัดเพชรบุรีผูกติดกับภาคเกษตร เมื่อราคาผลผลิตตกต่ำ จีดีพีก็ไม่โต โดยทั้งปีจีดีพีของภาคเกษตร ประมง ปศุสัตว์ อยู่ที่ประมาณ 6,900 ล้านบาท รองลงมาเป็นภาคการค้า ประมาณ 5,200 ล้านบาท ขณะที่ท่องเที่ยวประมาณ 3,500 ล้านบาท ซึ่งจากภัยน้ำท่วมครั้งนี้กระทบภาคเกษตรเสียหายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะนาข้าวที่คาดว่าจะเสียหายประมาณ 30% หากคิดจากผลผลิตข้าวนาปีอยู่ที่ 120,000 ตัน คาดว่าความเสียหายจะอยู่ที่ 350 ล้านบาท

สำหรับน้ำท่วมครั้งนี้หนักกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากปริมาณฝนเยอะจนควบคุมไม่อยู่ โดยก่อนหน้าที่จะมีพายุลูกสุดท้าย มีฝนตกทั้งวัน และวันที่สองถึงมีการเตือน แต่ก็ไม่ทัน ทำให้เกิดความเสียหายทั้งภาคการค้า และรอบเมืองมีภาคเกษตร ต้องเร่งเก็บเกี่ยวข้าวที่กำลังเริ่มสุก ซึ่งมีเรื่องความชื้น ทำให้ราคาขายไม่ดี ขณะที่ภาคประมงที่บ้านแหลมก็มีทั้งเลี้ยงกุ้งขาว ปลาน้ำจืด และเลี้ยงหอยแครงตามชายฝั่ง ส่วนการท่องเที่ยวก็ได้รับผลกระทบ สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหารหลายแห่งถูกยกเลิก แต่ก็พอจะปรับตัวกันได้

“หลังจากนี้ต้องประชาสัมพันธ์ให้คนรู้ว่าทางเขตตะวันตกเป็นพื้นที่ติดทะเล น้ำท่วมไม่นานก็กลับสู่ปกติ ไม่ทำให้เกิดการทรุดโทรม โดยช่วงปลายปีทางสถานประกอบการ โรงแรม จะทำกิจกรรมการตลาดดึงนักท่องเที่ยวมาเที่ยว ซึ่งหลายพื้นที่ไม่โดนน้ำท่วม เช่น ชะอำ ส่วนผู้ประกอบการที่ข้าวของบางส่วนเสียหาย แต่ยังพอนำไปใช้ได้ ก็อาจจะมีการจัดฮาร์ดเซล บิลด์ตลาด เพื่อให้มีเม็ดเงินมาหมุนในระบบ”นายธานินทร์ กล่าว