เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แผนแก้เจ้าพระยาท่วมซ้ำซาก สทนช.เร่งคลองระบายน้ำชัยนาท-บางไทร
Economic แผนแก้เจ้าพระยาท่วมซ้ำซาก สทนช.เร่งคลองระบายน้ำชัยนาท-บางไทร
ฟังเสียงคนขับตุ๊กตุ๊ก: หลังรัฐชงห้ามรถสันดาปวิ่งเกาะรัตนโกสินทร์ ‘มลพิษ’ หรือ ‘เหยื่อ’ การจัดระเบียบ ?
Interview ฟังเสียงคนขับตุ๊กตุ๊ก: หลังรัฐชงห้ามรถสันดาปวิ่งเกาะรัตนโกสินทร์ ‘มลพิษ’ หรือ ‘เหยื่อ’ การจัดระเบียบ ?
กูรูโลจิสติกส์มองแผนรถไฟไทย-จีน เฟส 2 เตือนเสี่ยงสูญ 5 แสนล้าน ปม ‘สะพานข้ามโขง’ ไร้คำตอบ-ไร้รอยต่อจริง
Interview กูรูโลจิสติกส์มองแผนรถไฟไทย-จีน เฟส 2 เตือนเสี่ยงสูญ 5 แสนล้าน ปม ‘สะพานข้ามโขง’ ไร้คำตอบ-ไร้รอยต่อจริง
สะพัด ! คลังเคาะลดหย่อน TISA เหลือ 6 แสนบาท-ตัดทิ้ง ‘ตัวคูณ’ สิทธิภาษี
Finance สะพัด ! คลังเคาะลดหย่อน TISA เหลือ 6 แสนบาท-ตัดทิ้ง ‘ตัวคูณ’ สิทธิภาษี
CPALL ออกมาตรการสกัดรีเซล สินค้า ALL Café
Business CPALL ออกมาตรการสกัดรีเซล สินค้า ALL Café
ดีมานด์นักท่องเที่ยวยุโรปพุ่ง หนุนไฟลต์บินตรงเข้าไทยผู้โดยสารทะลัก
Business ดีมานด์นักท่องเที่ยวยุโรปพุ่ง หนุนไฟลต์บินตรงเข้าไทยผู้โดยสารทะลัก
‘โกลเด้น คอสเมติก’ เมืองตราด พลิกวิกฤตปิดด่าน ลุยยุโรป-ตะวันออกกลาง
Economic ‘โกลเด้น คอสเมติก’ เมืองตราด พลิกวิกฤตปิดด่าน ลุยยุโรป-ตะวันออกกลาง
เซวตาระอุ! ชาวโมร็อกโกนับหมื่นแห่ว่ายน้ำข้ามแดน หนีวิกฤตไร้งานทำ
Economic เซวตาระอุ! ชาวโมร็อกโกนับหมื่นแห่ว่ายน้ำข้ามแดน หนีวิกฤตไร้งานทำ
ศาลสั่งคืนภาษีทรัมป์! Amazon รับ 2 หมื่นล้าน ลุยคืนเงินลูกค้า-หั่นราคาสินค้า
Business ศาลสั่งคืนภาษีทรัมป์! Amazon รับ 2 หมื่นล้าน ลุยคืนเงินลูกค้า-หั่นราคาสินค้า
2 เดือน “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เงินสะพัดกว่า 8.64 หมื่นล้าน
Politics 2 เดือน “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เงินสะพัดกว่า 8.64 หมื่นล้าน
ดูทั้งหมด

ดูเฟซบุ๊กผู้สมัครงาน ดีหรือไม่ ?

16 ธ.ค. 2564 | 11:12น.
ประกอบบทความ
เอชอาร์ คอร์เนอร์

ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์
https://tamrongsakk.blogspot.com

ปัญหาหนึ่งเกี่ยวกับการสัมภาษณ์ที่มักจะเกิดการตั้งกระทู้แล้วมีดราม่าตามมาในโลกโซเชียล คือเรื่องที่ผมจั่วหัวเอาไว้ข้างต้นแหละครับ ผู้สมัครงานที่เจอคำขอแบบนี้ในห้องสัมภาษณ์ก็มักจะนำมาขอความเห็นในห้องต่าง ๆ บนโลกออนไลน์

ลองมาดูกันไหมครับว่า มีคำตอบอะไรจากชาวเน็ตกลับมาบ้าง ?

1.ดูได้ครับ แต่ดูได้แล้ว ผมขอยกเลิกเพื่อนนะครับ เพราะเป็นสิทธิส่วนตัวของผม

2.เป็นสิทธิของเขาครับ เขากำลังรับคนแปลกหน้ามีความเสี่ยง เขาควรมีสิทธิรู้ตื้นลึกหนาบางก่อนจะเปิดให้เข้ามาในบ้าน

3.ต่างฝ่ายต่างใช้สิทธิก็เท่านั้น HR อาจต้องทำตามนโยบาย คุณใช้สิทธิของคุณ

4.ผมถือว่าเสียมารยาท เป็นผมคงไม่ไปร่วมงานด้วย

5.ถือว่าละเมิดพื้นที่ส่วนตัว ขัดแย้งกับหลัก privacy และ diversity คงร่วมงานกันไม่ได้

6.มองในแง่พนักงานก็ถือว่าเป็นการก้าวล้ำ มองในภาพของบริษัทก็ถือว่าเป็นการป้องกัน ไม่มีผิดไม่มีถูกเสมอกันทั้งสองฝั่ง

7.ฯลฯ

ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้นนะครับ ผมเชื่อว่าแต่ละคนจะมีเหตุผลเป็นของตัวเองที่จะตัดสินใจว่าควรให้บริษัทดูหรือไม่ให้ดู แต่สำหรับผม ผมมีข้อคิดอย่างนี้ครับ

1.เรื่องนี้เป็น “นโยบายของบริษัท” หรือเป็น “ความต้องการส่วนตัวของผู้สัมภาษณ์แต่ละคน” ถ้าเป็นนโยบายของบริษัท ผู้สัมภาษณ์จะต้องขอดูทุกคน (ด้วยการ add friend กับผู้สมัคร) แต่ถ้าเป็นความต้องการส่วนตัวของผู้สัมภาษณ์ก็จะมีการขอดูบ้าง ไม่ขอดูบ้าง เรื่องนี้ผู้บริหารควรจะต้องมีความชัดเจนว่าจะเอายังไง

2.บริษัทจะใช้เกณฑ์อะไรที่ชัดเจนเพื่อใช้ในการตัดสินใจหรือไม่ว่าการโพสต์แบบไหนบริษัทจะรับ หรือไม่รับเข้าทำงาน เช่น การโพสต์เรื่องการเมือง, เรื่องศาสนา, ความเชื่อแบบมูเตลู ฯลฯ ถ้าไม่มีเกณฑ์ที่ชัดเจนแล้วปล่อยให้เป็นดุลพินิจของผู้สัมภาษณ์แต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน การขอดูเฟซบุ๊กก็ไม่มีประโยชน์ เพราะผู้สัมภาษณ์ก็จะตีความและตัดสินไปตามความรู้สึกของตัวเอง

3.บริษัทให้น้ำหนักกับการขอตรวจสอบเฟซบุ๊กกี่เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปัจจัยอื่น ๆ ของผู้สมัครแต่ละคน เช่น ผลงานใน portfolio, ความรู้และทักษะที่ตรงกับตำแหน่งงาน, บุคลิกภาพ, ไหวพริบและการแก้ปัญหา, การสื่อสารประสานงาน, การทำงานเป็นทีม, มนุษยสัมพันธ์ ฯลฯ

4.ถ้าผู้สมัครงานไม่ให้ดูเฟซบุ๊กเพราะถือสิทธิส่วนบุคคลและรู้สึกว่าตนเองกำลังถูกละเมิดความเป็นส่วนตัว (รู้สึกถูกบังคับให้รับ add friend ทั้งที่ไม่ใช่ friend) โดยที่ผู้สมัครรายนั้นไม่เคยโพสต์เรื่องเสียหายอะไร และผู้สมัครรายนั้นก็มีคุณสมบัติเหมาะตรงกับงานในตำแหน่งที่สมัคร บริษัทจะปฏิเสธไม่รับผู้สมัครรายนี้หรือไม่ หรือตัวผู้สมัครเองอาจจะปฏิเสธบริษัทเพราะไม่พอใจหรือไม่

5.ถ้าผู้สมัครเปิดเฟซบุ๊กไว้หลายบัญชีแล้วให้ผู้สัมภาษณ์ดูบัญชีที่แต่งไว้แบบเฉพาะกิจ บริษัทจะว่ายังไง

6.บริษัทมีเครื่องมือในการคัดกรองผู้สมัครงานที่ดีแล้วหรือยัง เคยให้ความรู้กับผู้สัมภาษณ์เพื่อเพิ่มทักษะในการสัมภาษณ์ เช่น structured interview บ้างหรือไม่ หรือยังปล่อยให้มีการสัมภาษณ์แบบจิตสัมผัส (unstructured interview) อยู่

7.ผู้สัมภาษณ์มีทักษะในการสัมภาษณ์และสังเกตผู้สมัครงานที่มีคุณสมบัติเหมาะตรงกับตำแหน่งงานมากน้อยแค่ไหน เพราะการสัมภาษณ์คือทักษะ และทักษะการสัมภาษณ์ก็ไม่ได้มาตามตำแหน่ง

8.ถ้าบริษัทรับผู้สมัครเข้ามาทำงานโดยไม่ต้องขอดูเฟซบุ๊ก แล้วไปประเมินกันในช่วงทดลองงานว่ามีคุณสมบัติที่เหมาะสมควรจะบรรจุหรือไม่ผ่านทดลองงานจะดีกว่าหรือไม่

สุดท้ายแล้วคงเป็นสิทธิของทั้งสองฝ่ายแหละครับว่าทางฝั่งของบริษัทยังอยากจะขอดูเฟซบุ๊กผู้สมัครงาน หรือทางฝั่งผู้สมัครงานจะยินยอมให้ดูเฟซบุ๊กของตัวเองหรือไม่

ปิดท้ายด้วยคำถามว่า ถ้าบริษัทไม่ได้ขอดูเฟซบุ๊กจะมีผลกระทบกับการตัดสินใจรับผู้สมัครมากน้อยแค่ไหน ?

ฝากให้คิดครับ