ธุรกิจเดินหน้าออกหุ้นกู้ปี’65 บริษัทเจ้าสัวเร่งระดมทุนก่อนดอกเบี้ยขาขึ้น
หุ้นกู้-ธนบัตร
ส่องเทรนด์ธุรกิจออกหุ้นกู้ปี 2565 ครบดีล 6 แสนล้านบาท “สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย” ประเมินการออกหุ้นกู้ยังคึกคัก แม้อยู่ในช่วงแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น จับตาไตรมาสแรก “ไทยเบฟ-ทรู-โตโยต้าลีสซิ่ง-ไมเนอร์-เบอร์ลี่ ยุคเกอร์”ครบดีลลอตใหญ่ ล่าสุด “ทรู” ยื่นไฟลิ่งเตรียมระดมทุนแล้ว 1.6 หมื่นล้านบาท ด้าน “อนันดาฯ” ออกหุ้นกู้ 2 รุ่น กว่า 3 พันล้านบาท “แอชตัน อโศก” ยังไม่กระทบเครดิตเรตติ้ง ฟาก “ซีพีเอฟ”จ่อไถ่ถอนหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ต้นปี

นางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในปี 2565 มีแนวโน้มว่าในช่วงครึ่งหลังของปี อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (governmentbond yield) อาจจะมีการปรับขึ้นตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐที่มีความเป็นไปได้สูงที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับดอกเบี้ยขึ้นในปีหน้า แต่ตลาดวิเคราะห์ว่าอาจจะเห็นการปรับดอกเบี้ยเร็วขึ้น 1-2 เดือนจากคาดการณ์เดิม โดยเฉพาะหลังสิ้นสุดมาตรการคิวอี (QE tapering) ในเดือน มี.ค.
“หากเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยทันทีจะมีผลให้บอนด์ยีลด์ขยับขึ้นเร็วกว่าคาดการณ์เดิม แต่การขยับขึ้นของบอนด์ยีลด์คงเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่กระชากแรง เนื่องจากตลาดซึมซับข้อมูลไปแล้ว คงไม่เซอร์ไพรส์ ซึ่งหลังผลประชุมเฟดเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2564 ตลาดบอนด์ไทยก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร เช่นเดียวกับตลาดบอนด์สหรัฐไม่ได้ตกใจ โดยปัจจุบันบอนด์ยีลด์ 10 ปีของไทยยังแกว่งเฉลี่ยอยู่ที่ 1.9% ต่อปี”
ทั้งนี้ คงต้องติดตามปัจจัยเงินเฟ้อทั่วโลก เพราะตอนนี้เงินเฟ้อสหรัฐกระชากขึ้นไปแรง ส่วนเงินเฟ้อไทยมีการปรับตัวขึ้นไปตามราคาพลังงาน ซึ่งที่ผ่านมามองกันว่าเป็นแค่ปัจจัยชั่วคราว แต่หากควบคุมการระบาดโควิดสายพันธุ์โอไมครอนได้ ทยอยเปิดประเทศ และเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวมากขึ้น ก็เป็นไปได้ว่าเงินเฟ้อไทยจะค่อย ๆ ปรับขึ้น
สำหรับแนวโน้มการระดมทุนออกหุ้นกู้ภาคเอกชน (corporate bond) ในปี 2565 นางสาวอริยากล่าวว่า หากทุกอย่างมีความชัดเจน โอไมครอนไม่มีความรุนแรง และเศรษฐกิจฟื้นตัวต่อเนื่องคาดว่าคงจะไม่มีผลกระทบต่อการระดมทุนออกหุ้นกู้ โดยเชื่อว่าปีหน้าจะเป็นอีกปีที่ยอดออกหุ้นกู้จะยังสดใส เนื่องด้วยต้นทุนผู้ออกหุ้นกู้ไม่ได้สูงขึ้น จากส่วนชดเชยความเสี่ยง (credit spread) ที่เห็นแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจนในทุกระดับเรตติ้ง
“ภาคธุรกิจมีการเตรียมความพร้อมที่จะระดมทุน หลายธุรกิจมีการควบรวมกิจการ แต่ทั้งนี้ ปัจจัยเหล่านี้อยู่ภายใต้สมมุติฐานว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปและเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้แล้ว”
นางสาวอริยากล่าวว่า ตลอดปี 2565 จะมีหุ้นกู้ครบกำหนดราว 6 แสนล้านบาท แต่ยอดออกหุ้นกู้จะมากกว่ายอดครบกำหนด โดยในช่วงไตรมาส 1 มีหุ้นกู้ครบกำหนด 191,663 ล้านบาท จาก 74 บริษัท
ซึ่ง 5 อันดับบริษัทที่มีมูลค่าครบกำหนดสูงสุด คือ 1.บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ 2.บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น 3.บริษัทโตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) 4.บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล และ 5.บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (ดูตาราง)
โดยขณะนี้มี 9 บริษัทอยู่ระหว่างการยื่นไฟลิ่งขอออกหุ้นกู้รุ่นใหม่ทดแทนรุ่นที่ครบกำหนด ได้แก่ 1.บมจ.สยามแก๊ส แอนด์ปิโตรเคมีคัลส์ ครบกำหนด 3,000 ล้านบาท2.บมจ.ทรีนีตี้ วัฒนา ครบกำหนด 309 ล้านบาทแต่จะออกหุ้นกู้ใหม่ 100 ล้านบาท
3.บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ครบกำหนด 16,846 ล้านบาท 4.บมจ.อารียา พรอพเพอร์ตี้ ครบกำหนด 1,551 ล้านบาทเตรียมออกใหม่ 2,000 ล้านบาท5.บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ครบกำหนด 3,050 ล้านบาท 6.บมจ.ชีวาทัยครบกำหนด 379 ล้านบาท เตรียมออกใหม่ 400 ล้านบาท
7.บมจ.ภัทรเฮ้าส์ แอนด์ พร็อพเพอร์ตี้ ครบกำหนด 300 ล้านบาท เตรียมออก 320 ล้านบาท 8.บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น ครบกำหนด 2,595 ล้านบาท เตรียมออก 1,000 ล้านบาท และ 9.บมจ.แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ ครบกำหนด 1,489 ล้านบาท และเตรียมออก1,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ ข้อมูลจาก ThaiBMA รายงานว่า ในช่วง 11 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-พ.ย. 2564) มียอดออกหุ้นกู้สูงกว่า 1,006,087 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 48%เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มียอดออกหุ้นกู้ 678,891 ล้านบาท โดยยอดออกหุ้นกู้ประมาณ 843,192 ล้านบาทเป็นกลุ่มเรียลเซ็กเตอร์ ส่วนที่เหลืออีก 162,895 ล้านบาท เป็นกลุ่มธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงิน
เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายเสริมศักดิ์ ขวัญพ่วง ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือANAN เปิดเผยว่า บริษัทจะเสนอขายหุ้นกู้ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไปและผู้ลงทุนสถาบันระหว่างวันที่ 11-13 ม.ค. 2565 โดยกำหนดอัตราผลตอบแทนหุ้นกู้รุ่นอายุ 1 ปี 6 เดือน ที่ระดับ 4.50% ต่อปี และรุ่นอายุ 2 ปี 6 เดือน ที่ระดับ 5.40% ต่อปี
ล่าสุด ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันของ บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ที่ระดับ “BBB-” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “stable” หรือ “คงที่” และคงอันดับเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิลักษณะคล้ายทุน ไม่มีประกันและไถ่ถอนเมื่อเลิกกิจการ (hybrid debentures) ที่ระดับ “BB”
ในขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้งยังคงอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 5 พันล้านบาท ซึ่งได้รับการจัดอันดับเครดิตโดยทริสเรทติ้งที่ระดับ “BBB-” ไปเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2564 ด้วย โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ดังกล่าวไปทดแทนหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันที่จะครบกำหนดชำระในปี 2565
ทั้งนี้ ทริสมองว่าคำสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างโครงการคอนโดมิเนียมแอชตัน อโศก ยังไม่มีผลกระทบต่อสถานะเครดิตของบริษัทในทันที เนื่องจากระยะเวลาในการพิจารณาการอุทธรณ์จะใช้เวลาอีกหลายปี และผลของคำพิพากษาก็ยังไม่มีความแน่นอนอีกด้วย
ด้านนายไพศาล จิระกิจเจริญ ประธานผู้บริหารฝ่ายการเงิน บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ “ซีพีเอฟ” (CPF) เปิดเผยว่า ซีพีเอฟมีแผนที่จะใช้สิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน ไถ่ถอนเมื่อเลิกบริษัท (หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์) ที่เสนอขายเมื่อปี 2560 และจะทำการเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิชุดใหม่
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้นกู้ด้อยสิทธิชุดเดิมบริษัทจะให้สิทธิพิเศษให้สามารถจองซื้อหุ้นกู้ด้อยสิทธิชุดใหม่ได้ก่อนในช่วงต้นปี 2565 อย่างไรก็ดี อัตราผลตอบแทนและรายละเอียดการจองซื้อจะเปิดเผยให้ทราบในภายหลัง