บรรยากาศของกิจกรรมสันทนาการภายในงาน
ตามรายงานสถานการณ์โลกด้านความปลอดภัยทางถนนขององค์การอนามัยโลก (WHO-World Health Organization) อุบัติเหตุกว่าครึ่งคร่าชีวิตผู้คนบนท้องถนน ทั้งคนเดินเท้า นักปั่นจักรยาน และผู้ขับขี่จักรยานยนต์ ดังนั้น บริษัท ไทยบริดจสโตน จํากัด ในฐานะเป็นหนึ่งในผู้ผลิตชั้นนำในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย จึงจัดทำโครงการ Bridgestone Global Road Safety ซึ่งเป็นกิจกรรมเพื่อสังคมของกลุ่มบริษัทบริดจสโตนทั่วโลกตามนโยบาย Our Way to Serve โดยนำร่องที่ไทยเป็นประเทศแรก
ทั้งนั้นเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย พร้อมส่งเสริมให้เป็นเยาวชนแชมเปี้ยนด้านความปลอดภัยบนท้องถนนของบริดจสโตน (Bridgestone Road Safety Youth Champions) เพื่อส่งต่อสังคมขับขี่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน ประกาศเปิดโครงการครั้งแรก ณ โรงเรียนกะทู้วิทยา จ.ภูเก็ต
“เคอิจิ ชูมะ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด กล่าวว่า นโยบาย Our Way to Serve มี 3 เสาหลัก คือ mobility (ยานยนต์), environment (สิ่งแวดล้อม) และ people (คน) เพื่อเสริมสร้างสังคมขับขี่ปลอดภัย ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็นประเทศแรกของกลุ่มบริษัท

“สำหรับโครงการล่าสุด Bridgestone Global Road Safety เป็นการร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรเครือข่าย มูลนิธิเพื่อความปลอดภัยทางถนน (Global Road Safety Partnership) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่อยู่ภายใต้สหพันธ์สภากาชาด และสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (International Federation of the Red Cross and Red Crescent Societies-IFRC) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างขีดความสามารถและการฝึกอบรมแก่ผู้ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยทางถนน”
“ทั้งยังมีส่วนร่วมในการรณรงค์ และประสานงานโครงการความปลอดภัยทางถนนในระดับโลก เพื่อเป็นแหล่งความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับความปลอดภัยทางถนนที่เป็นที่ยอมรับ”
“โครงการนี้จะมีประโยชน์ต่อประเทศไทย เพราะไทยมีอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุมากที่สุด เพราะจากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ในปี 2558-2560 นับเป็นอันดับ 2 ของโลก และในปี 2561 ถูกปรับลดลงเป็นอันดับ 9 ของโลก”
“เคอิจิ ชูมะ” กล่าวต่อว่า อุบัติเหตุทางถนนเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประเทศอย่างต่อเนื่องยาวนาน และสมควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยการสนับสนุนกระบวนการจัดการการเรียนรู้ในสถานศึกษาในรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อการสร้างจิตสำนึกในเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน และความสำคัญของการรักษากฎวินัยจราจรสู่เด็กและเยาวชน
“เราจึงมุ่งเน้นไปที่กลุ่มนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่ขับขี่จักรยานยนต์เป็นประจำ โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ อิงผลจากงานวิจัยที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ร่วมกับปัจจัยแวดล้อมในแต่ละพื้นที่ พร้อมแนวทางปรับปรุงสภาพแวดล้อมรอบโรงเรียนให้ปลอดภัย”
“รวมทั้งประเมินพื้นที่รอบ ๆ เพื่อให้แนวทางปรับปรุงถนนรอบโรงเรียนให้มีความปลอดภัยแก่นักเรียน คุณครู ผู้ปกครองและผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่โดยรอบตามมาตรฐานของ International Road Assessment Programme (iRAP) หน่วยงานการกุศลที่มีจุดเริ่มต้นจากประเทศในกลุ่มยุโรป ที่กำหนดเกณฑ์นานาชาติเพื่อยกระดับถนนให้มีความปลอดภัยภายใต้เกณฑ์มาตรฐานที่ถูกต้องตามหลักวิชาการและสามารถเข้าใจตรงกันทุกประเทศ”

“ผ่านมาโครงการนี้ประสบความสำเร็จเพราะความร่วมมือของภาคีในพื้นที่ เช่น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลเมือง โรงเรียน และพันธมิตรทางธุรกิจของบริดจสโตน เป็นต้น การดำเนินงานในครั้งแรกนี้มุ่งเป้าไปที่ 4 โรงเรียนในเมืองใหญ่ของแต่ละภูมิภาคทั่วประเทศ ได้แก่ ภูเก็ต, นครสวรรค์, เชียงราย และขอนแก่น ทั้งยังตั้งเป้าดำเนินโครงการนี้ให้ได้ปีละ 4 โรงเรียนตลอดระยะเวลา 5 ปี”
“ธนารักษ์ กาญจนขันธกุล” ผู้จัดการฝ่ายสร้างสรรค์ผลลัพธ์ที่ดีต่อสังคม บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด กล่าวถึงกิจกรรมในครั้งนี้ว่า โครงการ Bridgestone Global Road Safety ครั้งแรกนี้ มีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่กันยายน 2564-เมษายน 2565 ซึ่งวัตถุประสงค์ และกิจกรรมหลัก ๆ ประกอบด้วย 4 ด้าน คือ

หนึ่ง school-base education การจัดแผนการเรียนรู้ และเพิ่มพูนทักษะตามหลักสูตรความปลอดภัยทางถนนที่ออกแบบให้สอดคล้องกับปัจจัยแวดล้อมด้านการจราจรในแต่ละพื้นที่โรงเรียน
สอง empowerment เพิ่มขีดความสามารถของเยาวชนที่เปี่ยมด้วยพลังและความกระตือรือร้นในฐานะผู้สนับสนุนความปลอดภัยทางถนนในชุมชนท้องถิ่นของตน สร้างเยาวชนแชมเปี้ยนด้านความปลอดภัยของบริดจสโตนรุ่นแรก เพื่อปลูกฝังภาวะผู้นำและความตระหนักด้านความปลอดภัยทางถนน
โดยจะคัดเลือกนักเรียน 2 คนจากโรงเรียนเป้าหมายแต่ละแห่ง รวม 8 คนเข้าร่วมหลักสูตรอบรมเร่งรัดเกี่ยวกับความปลอดภัยทางถนนในกรุงเทพฯ
สาม road safety assessments (RSAs) การประเมินเขตความปลอดภัยของโรงเรียนในเชิงลึกโดยเครื่องมือและมาตรฐานของ iRAP และใช้หลักความรู้ด้านวิศวกรรมจราจรที่โรงเรียนเป้าหมาย เพื่อกำหนดการปรับปรุงที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัยบนทางเท้าและการจราจรในละแวกใกล้โรงเรียนให้มากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีการประเมินความปลอดภัยของถนนโดยใช้เครื่องมือการให้คะแนนระดับดาวสำหรับโรงเรียน (star rating for school-SR4S) ในประเทศไทยเป็นครั้งแรกด้วย
โดยการประเมินระดับความปลอดภัยบนท้องถนนมีมาตรฐานระดับดาวคือ 0-5 ดาว ซึ่งจะพิจารณาองค์ประกอบต่าง ๆ ของถนน ประกอบกับสภาพของการจราจร โดยพิจารณาจากมิติของกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ผู้ใช้จักรยาน และคนเดินเท้า โดยบริดจสโตนจะเลือก 1 โรงเรียนในทุกปี เพื่อทำการปรับปรุงพื้นที่บริเวณโดยรอบโรงเรียน ให้ได้มาตรฐาน 3 ดาวขึ้นไป
สี่ local engagement หลังจากการประเมินเขตความปลอดภัยแล้วจะมีการประสานงานกับภาคีในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง ในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานในโรงเรียนเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยการใช้ถนนในฐานะส่วนหนึ่งของชุมชนอย่างยั่งยืน
“ธนารักษ์” กล่าวด้วยว่า ปัจจุบัน Road Assessment Programmes ถูกนำไปใช้กว่า 100 ประเทศทั่วโลก โดยหน่วยงานที่ให้ทุนสนับสนุนในการปรับปรุงความปลอดภัยทางถนน เช่น United Nations Road Safety Trust Fund หรือ World Bank ต่างให้ความสำคัญที่จะสนับสนุนก่อสร้างเส้นทางใหม่ หรือปรับปรุงเส้นทางเดิมให้มีค่า star rating ตั้งแต่ 3 ดาวขึ้นไป (3-star or better)

“มีหลายประเทศที่สามารถลดการชนทางถนนลงเหลือหนึ่งในสาม หรือหนึ่งในสี่ ระหว่างปี 2523 ถึงปี 2556 เช่น อังกฤษ, เนเธอร์แลนด์, เยอรมนี, เดนมาร์ก ได้ใช้แนวคิดระบบที่ปลอดภัย หรือ safe system ซึ่งถือว่าร่างกายมนุษย์เปราะบางต่อแรงกระทบกระแทกจากการชน และมนุษย์มีความผิดพลาดได้เสมอ”
ดังนั้น ระบบ safe system จึงสร้างปัจจัยปลอดภัยที่เอื้อต่อคน รถ ถนน ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการจัดการให้เกิดความเร็วที่ปลอดภัยกับบริบทของพื้นที่ โดยมีมาตรการด้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทั้งให้การศึกษา การบังคับใช้กฎหมาย การมียานพาหนะปลอดภัย
ซึ่งปัจจุบันมีมาตรฐานที่เรียกว่า New Car Assessment Programme (NCAP) สำหรับด้านถนนปลอดภัย International Road Assessment Programme (iRAP) เป็นมาตรการสำคัญที่จะทำให้ถนนปลอดภัยมากขึ้น