เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไขปม “ศูนย์ CI” เมียนมาในไทย กางไทม์ไลน์-ขั้นตอนยื่นเอกสาร เช็กค่าใช้จ่ายในกระบวนการ
News ไขปม “ศูนย์ CI” เมียนมาในไทย กางไทม์ไลน์-ขั้นตอนยื่นเอกสาร เช็กค่าใช้จ่ายในกระบวนการ
Mr. Veto บุรุษนักตีตกร่างกฎหมาย
World Mr. Veto บุรุษนักตีตกร่างกฎหมาย
DONKI สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ดีเดย์ 11 พ.ย.นี้
Business DONKI สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ดีเดย์ 11 พ.ย.นี้
ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
‘อับดุล เอล-ซาเยด’ มุสลิมคนแรก นั่งวุฒิสภาสหรัฐ
World ‘อับดุล เอล-ซาเยด’ มุสลิมคนแรก นั่งวุฒิสภาสหรัฐ
KAsset จับตา Blue Sweep เขย่าหุ้นเทคสหรัฐ ชี้คานอำนาจทรัมป์อาจหนุนตลาด
Finance KAsset จับตา Blue Sweep เขย่าหุ้นเทคสหรัฐ ชี้คานอำนาจทรัมป์อาจหนุนตลาด
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเร่งเพิ่มไฟลต์บินตรง หวั่นปัญหายุโรปทุบท่องเที่ยว
Business การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเร่งเพิ่มไฟลต์บินตรง หวั่นปัญหายุโรปทุบท่องเที่ยว
ชมสินธุ์ นิลา และลา กริตต้า เครือออนิกซ์ฯ คว้ารางวัล TOP25 Restaurants Thailand Awards 2026
Biz Movement ชมสินธุ์ นิลา และลา กริตต้า เครือออนิกซ์ฯ คว้ารางวัล TOP25 Restaurants Thailand Awards 2026
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
คาราบาว-ตะวันแดง คว้ารางวัลจากเวทีนานาชาติต่อเนื่อง ตอกย้ำคุณภาพระดับโลก
Biz Movement คาราบาว-ตะวันแดง คว้ารางวัลจากเวทีนานาชาติต่อเนื่อง ตอกย้ำคุณภาพระดับโลก
ดูทั้งหมด

จุรินทร์ สั่งทูตพาณิชย์ จับตา โอไมครอน กระทบส่งออกไทย

25 ธ.ค. 2564 | 10:19น.

“จุรินทร์” สั่งทูตพาณิชย์ทั่วโลก จับตาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ “โอไมครอน” อย่างใกล้ชิด หวั่นส่งออก พร้อมปรับกิจกรรมให้สอดคล้องสถานการณ์

วันที่ 25 ธันวาคม 2564 นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) เตรียมการรับมือสถานการณ์การค้าที่อาจได้รับผลกระทบจากโอไมครอน เพื่อยังรักษาการขยายตัวของการส่งออกไทยให้ได้อย่างต่อเนื่อง

การแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์โอมิครอนในระยะสั้นจะยังไม่ส่งผลกระทบต่อมูลค่าการส่งออกของไทย แต่ถ้าสถานการณ์ยืดเยื้อออกไป จะส่งผลกระทบต่อระบบ Supply Chain ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนการขนส่งสินค้าสูงขึ้น แต่ในทางกลับกันก็มีความต้องการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าสุขอนามัยจากไทยเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

“ปัจจุบันมีการสั่งการให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเตรียมกิจกรรมส่งเสริมการค้าให้เข้าสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 อยู่แล้ว โดยเฉพาะหากมีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง การจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้า ให้ผู้ประกอบการไทยมีทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์

เช่น การจัด Online Business Matching การจัดงานแสดงสินค้าในประเทศในรูปแบบ Virtual/Online Exhibition กิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ได้แก่ TMALL, Bigbasket, Blibli, Amazon, Ozon รวมถึงการประชุมเพื่อหารือแนวทางส่งเสริม แก้ไขปัญหาการค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19”

ทั้งนี้ โดยการส่งออกของไทยในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2564 มีมูลค่า 7,731,390.8 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 17.48% จากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา สินค้าเกษตรและอาหารสำคัญที่ไทยส่งออกไปทั่วโลก ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ยางพารา ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ข้าว

สำหรับรายงานจากสถานการณ์การติดตามการแพร่ระบาดของโควิด-19 สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ 58 แห่ง ระบุว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดและมาตรการรับมือในแต่ละภูมิภาคนั้นมีโดยสรุปดังนี้ คือ 1.ภูมิภาคแอฟริกา มีหลายประเทศพบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอน ซึ่งส่วนใหญ่เดินทางมาจากแอฟริกาใต้

โดยเฉลี่ยพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นวันละประมาณ 1,000 – 2,000 คน สำหรับประเทศแอฟริกาใต้มีการแพร่ระบาดมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นวันละประมาณกว่า 30,000 คน และยังคงมาตรการล็อกดาวน์ประเทศบางส่วน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด แต่โดยรวมยังไม่พบผลกระทบรุนแรงกับการส่งออกของไทยไปภูมิภาคนี้

2.ภูมิภาคอเมริกาและแคนาดา มีรายงานการติดเชื้อสะสมร่วม 52 ล้านคน เสียชีวิต 76,144 คน พบการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธ์โอไมครอนในอัตราที่สูงในมลรัฐทางตอนเหนือ ได้แก่ อิลลินอยส์ นิวยอร์ก โอไฮโอ เพนซิเวเนีย และมิชิแกน และมลรัฐเหล่านี้ได้เตรียมความพร้อมในการรับมือกับการแพร่ระบาดระลอกใหม่ ทั้งทางด้านบุคลากร สถานพยาบาล และอุปกรณ์ทางการแพทย์

กระตุ้นให้ประชาชนมารับการฉีดวัคซีนรวมทั้ง วัคซีน Booster ให้มากขึ้น และขยายเวลาบังคับให้ต้องสวมหน้ากากในที่สาธารณะจากเดิมเป็นจนถึง 18 มี.ค. 2565 รวมถึงต้องมีหลักฐานการฉีดวัคซีนเมื่อเข้าใช้บริการในร้านค้า ร้านอาหาร และสถานบริการบางแห่ง แต่ยังไม่มีการประกาศปิดประเทศหรือปิดเมือง บริษัทเอกชนเริ่มสั่งให้ WFH

3.ภูมิภาคยุโรป สถานการณ์ล่าสุดในเนเธอร์แลนด์พบว่า 25% ของจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นการติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอน และมีแนวโน้มชัดเจนว่าจะเป็นสายพันธุ์หลักของการแพร่ระบาดภายในสิ้นเดือน ธ.ค. 2564 ทั้งนี้ ในเยอรมนีคาดการณ์ 1 ใน 3 หรือครึ่งหนึ่งของผู้ติดเชื้อโควิด ในปัจจุบันเป็นสายพันธ์โอไมครอน โดยประเทศที่ได้ออกมาตรการล็อกดาวน์แล้ว

เช่น เนเธอร์แลนด์ รวมทั้งมาตรการอื่น ๆ ทั่วไป ได้แก่ บังคับให้สวมหน้ากากอนามัยในสถานที่สาธารณะ จำกัดจำนวนการรวมกลุ่ม ปิดสถานบันเทิง สนับสนุนการ Work from Home และเร่งรัดการฉีดวัคซีนเข็ม 1-2 และเข็มกระตุ้น เป็นต้น

ส่วนสหราชอาณาจักร มีรายงานมีผู้ติดเชื้อโควิด 11.6 ล้านคน จำนวนผู้ติดเชื้อสูงขึ้นอย่างมากในช่วง 10 วันที่ผ่านมา โดยมีผู้ติดเชื้อจำนวนเฉลี่ยวันละ 87,958 คน ณ วันที่ 21 ธันวาคม 2564 ประชาชนส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงการออกจากบ้าน และยกเลิกการจองร้านอาหารเพื่อฉลองวันคริสต์มาส และรัฐบาลบังคับใช้มาตรการเข้มงวดขึ้น ได้แก่ การบังคับการใส่หน้ากากอนามัยในการใช้บริการขนส่งสาธารณะ และร้านค้า บริษัทกลับมา WFH และการใช้วัคซีนพาสปอร์ตในการเข้าสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก เป็นต้น

4.ภูมิภาคตะวันออกกลาง เริ่มมีรายงานพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอนบ้างแล้ว เช่น อิสราเอล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ตะวันออกลางยังไม่ออกมาตรการควบคุมการควบคุมการแพร่ระบาดในระดับเข้มงวด และเร่งฉีดวัคซีนเข็ม 2-4 ให้ประชาชน รวมถึงห้ามผู้โดยสารจากประเทศกลุ่มเสี่ยงเข้าประเทศ ดังนั้น การดำเนินธุรกิจในตะวันออกกลางยังคงปกติ จึงยังไม่ส่งผลกระทบต่อมูลค่าการส่งออกของไทย

5.ภูมิภาคลาตินอเมริกา สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธ์โอไมครอนยังมีไม่มากนัก คาดว่าจะติดเชื้อเพิ่มหลังจากปีใหม่และจะมากขึ้นช่วงฤดูหนาว (มิ.ย.-ก.ค. 2565) ซึ่งจำนวนผู้ติดเชื้อคาดว่าจะน้อยกว่าในปีที่ผ่านมาเนื่องจากมีการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนไปแล้วบางส่วน จนถึงขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเฝ้าระวังการแพร่กระจายในประเทศ มีการควบคุมการเดินทางระหว่างประเทศตามมาตรการสาธารณสุขโดยการตรวจหาเชื้อ (PCR test) ก่อนเดินทางเข้าประเทศและกักตัวตามระยะเวลาที่กำหนด ยังไม่มีการประกาศปิดประเทศหรือปิดเมือง

6.ในกลุ่มประเทศอาเซียนมีการรายงานผู้ติดเชื้อ Covid-19 สายพันธุ์โอมิครอนในจำนวนที่ยังน้อยกว่าภูมิภาคอื่นๆ แต่ก็ต่างออกมาตรการป้องกันโดยการจำกัดการเดินทางจากต่างประเทศ โดยผู้เดินทางต้องแสดงผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบ RT-PCR ยกเลิกการเดินทางเข้าประเทศในผู้เดินทางจากกลุ่มประเทศเสี่ยงสูงจากทวีปแอฟริกา มีการยกเลิกการจัดกิจกรรมที่รวมตัวของผู้คนจำนวนมากในช่วงเทศกาลปีใหม่ และกระตุ้นการฉีดวัคซีนเข็ม Booster

ส่วนที่ประเทศจีน ล่าสุดพบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอน 5 ราย เบื้องต้นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศจะต้องกักตัวในสถานที่ที่กำหนดอย่างน้อย 21 วัน ส่วนฮ่องกง พบผู้ติดเชื้อโอมิครอน 34 ราย ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2564 ผู้เดินทางเข้าฮ่องกงต้องแสดงผลตรวจปลอดเชื้อและต้องตรวจกรดนิวคลีอิกด้วยวิธีการ RT-PCR ที่ได้ทำการตรวจเป็นเวลาไม่เกิน 48 ชม. ก่อนกำหนดเวลาเครื่องออก และไต้หวันพบผู้ติดเชื้อโอไมครอน 12 ราย ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศต้องกักตัวในโรงแรม 10 วันและที่บ้านอีก 4 วัน และให้เพิ่มการตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบ PCR เป็น 2 ครั้ง และมีการปิดด่านตามแนวชายแดนจีน

ทำให้เกิดปัญหารถติดสะสมจำนวนมากตามด่านสำคัญ เช่น โม่ฮาน โหย่วอี้กวน และตงซิง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสินค้าเกษตร อาหารและผลไม้สด และผู้ประกอบการจะมีต้นทุนในการผลิตเพิ่มเนื่องจากต้องตรวจโควิดแรงงาน โดยใช้ RT-PCR ส่วนทางอินเดีย

ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอนจำนวน 213 ราย กระจายอยู่ใน 13 รัฐ ส่วนใหญ่มีประวัติเดินทางจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหราชอาณาจักร แอฟริกาใต้ แทนซาเนีย ซิมบับเว ขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบต่อการส่งออกของไทย

ทางด้านออสเตรเลีย Australian Technical Advisory Group (ATAGI) ได้ออกคำแนะนำเพื่อเป็นการรับมือการแพร่ระบาดสายพันธุ์โอมิครอน ให้ผู้ที่อายุ 18 ปีขึ้นไปที่ได้รับวัคซีนครบโดส (จำนวน 2 เข็ม) มาแล้วเป็นระยะเวลา 5 เดือน เข้ารับการฉีด Booster dose (เข็มที่ 3) เป็นวัคซีน Pfizer หรือ Moderna เท่านั้น (ยกเว้นกรณีที่ผู้มีการแพ้ให้ใช้วัคซีน AstraZeneca แทนได้) มาตรการควบคุมการเดินทางเข้าประเทศทำให้ภาคการผลิตประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานและไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่

โดยภาพรวมการค้าระหว่างประเทศในภูมิภาคต่างๆ สามารถสรุปได้เบื้องต้น คือ ภาพรวมตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก ณ วันที่ 23 ธันวาคม 2564 มีจำนวน 278,588,451 ราย โดยมีรายงานการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอนบางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเดนมาร์ก