เทสลาเผยความสำเร็จ ยอดส่งมอบรถยนต์ปี 2654 กว่า 936,172 คัน แม้ซัพพลายเชนโลกสะดุด
วันที่ 3 มกราคม 2565 ซีเอ็นบีซีรายงานว่า เทสลา (Tesla) ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเปิดเผย บริษัทได้ส่งมอบรถยนต์ไปแล้วถึง 308,600 คันในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2564 ซึ่งมากเป็นสองเท่ากว่าที่เคยคาดการณ์ไว้แม้จะมีความท้าทายด้านห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก ทำลายสถิติของไตรมาสเดียวกันเมื่อปี 63 ที่มียอดส่งมอบรถทั้งหมด 305,840 คัน
ยอดส่งมอบรถไตรมาส 4 ทำให้ตลอดปีทั้งปี 2564 ที่ผ่านมา เทสลาส่งมอบรถยนต์ไปแล้วทั้งสิ้น 936,172 คัน พุ่งสูงกว่ายอดส่งมอบของทั้งปี 2563 ถึง 87%
การส่งมอบรถยนต์ของเทสลาเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ไตรมาสสามของปี 2564 โดยมีการส่งมอบรถยนต์ถึง 241,300 คัน โดยได้แรงหนุนครั้งใหญ่ในเดือนตุลาคมเมื่อบริษัทได้รับคำสั่งซื้อรถยนต์ไฟฟ้า 100,000 คันจากบริษัทเช่ารถ “เฮิรตซ์” (Hertz)
จากคาดการณ์ของ FactSet นักวิเคราะห์ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทระบุว่าไตรมาส 4 ของปี 64 เทสล่ามีกำลังผลิตและส่งมอบรถได้ราว 267,000 และราว 897,000 สำหรับทั้งปี 2564 ทว่าอัตราที่เทสลาเปิดเผยนับว่าสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เป็นเท่าตัว
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขยอดส่งมอบรถของทั้งปี 2564 ที่เทสลาเปิดเผยนั้น เป็นการรวมยอดการส่งมอบของทั้งรุ่นโมเดลเอส โมเดลเอ็กซ์ โมเดลทรี และรุ่นโมเดลวาย ซึ่งไม่ได้ระบุเป็นการเฉพาะถึงสัดส่วนการส่งมอบของรถยนต์แต่ละรุ่น รวมถึงไม่ได้ระบุถึงตัวเลขของรถที่มาจากโรงงานประกอบรถเทสลาในแต่ละแห่ง
หลังเปิดเผยตัวเลขการส่งมอบรถ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเทสลา ระบุว่า นี่เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของทีมเทสลาทั่วโลก เราสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ได้โดยใช้การออกแบบชิปใหม่และเขียนซอฟต์แวร์ใหม่
ก่อนหน้านี้ในการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2564 เทสลายอมรับตรงไปตรงมาถึงปัญหาดด้านโลจิสติกส์และการหยุดชะงักของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่กระทบต่อห่วงโซ่อุปทานการผลิตรถยนต์เกือบทั้งระบบ ไม่เพียงแค่รถยนต์ไฟฟ้า ทว่าตลอดสองปีของการระบาดใหญ่ เทสลาสามารถเพิ่มการส่งมอบรถยนต์โดยเพิ่มการผลิตที่โรงงานในต่างประเทศแห่งแรกในเซี่ยงไฮ้ และทำการเปลี่ยนแปลงเชิงเทคนิคกับรถยนต์บางรุ่นที่ผลิตในเมืองฟรีมอนต์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ดังจะเห็นได้จากการที่เทสลาประกาศ เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วว่า จะถอดเซ็นเซอร์เรดาร์ออกจากรถยนต์รุ่น 3 และรุ่น Y ที่สร้างขึ้นสำหรับลูกค้าในอเมริกาเหนือ
จากความสำเร็จดังกล่าว มัสก์ ประกาศว่าเขาต้องการเพิ่มศักยภาพการผลิตรถเทสลาให้ได้เป็น 20 ล้านคันทั่วโลก ภายในอีก 9 ปีข้างหน้า หลังจากเดินหน้าแผนการสร้างโรงงานขนาดใหญ่ในเซี่ยงไฮ้ของจีน ที่นอกกรุงเบอร์ลิน ของเยอรมนี ขณะเดียวกันบริษัทกำลังอยู่ระหว่างย้ายสำนักงานใหญ่จากรัฐแคลิฟอร์เนีย ไปยังเมืองออสติน รัฐเท็กซัส ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2 ปีข้างหน้า