Skip to content

“ศรีวราห์”‘ลงพื้นที่ด่านมะขามเตี้ย เช็กบิลนายทุนรุกที่ราชพัสดุ 1.2 พันไร่ 100 ล้านบาท

06 ธ.ค. 2560 | 15:45น.
“ศรีวราห์”‘ลงพื้นที่ด่านมะขามเตี้ย เช็กบิลนายทุนรุกที่ราชพัสดุ 1.2 พันไร่ 100 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจสอบและจับกุมดำเนินคดีนายทุนบุกรุกที่ราชพัสดุ อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี

โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีนายเอ (นามสมมุติ) ร้องเรียนไปยังนายกรัฐมนตรีว่ามีกลุ่มนายทุนบุกรุกยึดถือครอบครองปลูกสวนปาล์ม เหตุเกิดที่หมู่ 5 ต.จรเข้เผือก อ.ด่านมะขามเตี้ย นายกรัฐมนตรี จึงสั่งการให้ตรวจสอบ จากนั้นชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้และตน สั่งการให้มีการบูรณาการกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว พบว่ามีการบุกรุกจริง ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ พฤติการณ์ของกลุ่มนายทุนเข้าข่ายเป็นบุคคลที่ดำรงชีพด้วยการกระทำผิดกฎหมาย ขัดคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 13/59 ลงวันที่ 29 มี.ค.59 เรื่อง การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดบางประการที่เป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อย หรือบ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ผลปรากฏดังนี้ 1.พื้นที่ร้องเรียนแปลงแรก สภาพพื้นที่เป็นเชิงเขามีการปลูกต้นปาล์มน้ำมัน อายุ 1-5 ปี และต้นยางพารา อายุ 1-3 ปี มีการปลูกสร้างอาคารบ้านพักคนงาน 4 หลัง มีคนงานสัญชาติลาว 10 คน ได้ค่าจ้างคนละ 300 บาทต่อวัน ทำงานมาประมาณ 5 ปี จากการสืบสวนทราบว่า มีนายประสาน บุศปพงศ์ อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/8 หมู่ 6 ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร เป็นผู้แจ้งหลักฐานแบบแสดงรายการที่ดินเพื่อชำระภาษีบำรุงท้องที่ ปี 2557-2560 เนื้อที่ 700 ไร่ สภาพปัจจุบันมีการบุกรุกเพิ่มเติมเกินกว่าพื้นที่ที่ได้แจ้งไว้กับทางราชการ ประมาณ 162 ไร่ รวมเป็นเนื้อที่ 862 ไร่

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวต่อว่า 2.นอกจากนี้ พบว่ามีพื้นที่บุกรุกเพิ่มเติมแปลงที่ 2 มีนายศิริชัย บุศปพงศ์ อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45 หมู่ 5 ต.จรเข้เผือก อ.ด่านมะขามเตี้ย นายประสงค์ บุศปพงศ์ และนายศุภชัย บุศปพงศ์ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วม และได้ยื่นหลักฐานเป็นแบบแสดงรายการที่ดินเพื่อชำระภาษีบำรุงท้องที่ ปี 2557-2560 เนื้อที่ 362 ไร่ แต่จากการตรวจสอบสภาพปัจจุบัน พบว่าพื้นที่มีการปลูกต้นปาล์มน้ำมัน อายุ 1-5 ปี เป็นการบุกรุกเพิ่มเติมเกินกว่าพื้นที่ที่ได้แจ้งกับทางราชการไว้อีก 15 ไร่ รวมเป็นเนื้อที่ 377 ไร่

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวอีกว่า 3.จากการตรวจสอบที่ดินทั้ง 2 แปลง โดยใช้ภาพถ่ายทางอากาศโครงการ WWS ช่วงปี พ.ศ.2495 และภาพถ่ายทางอากาศโครงการ VAP61 พ.ศ.2511 ปรากฏว่าพื้นที่มีสภาพป่าสมบูรณ์ ไม่มีร่องรอยการทำประโยชน์ในพื้นที่มาก่อน แต่สภาพปัจจุบัน พบว่ามีการตัดไม้ ทำไม้ในพื้นที่ป่าสมบูรณ์เพื่อให้เป็นที่โล่ง ใช้ในการเพาะปลูก ทั้งนี้ พื้นที่ดังกล่าวไม่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติและไม่อยู่ในเขตป่าไม้ถาวร แต่อยู่ในเขตที่ราชพัสดุตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามที่ดินในท้องที่ อ.เมืองกาญจนบุรี อ.วังขนาย อ.บ้านทวน และ อ.วังกะ จ.กาญจนบุรี พ.ศ.2481 เพื่อใช้ประโยชน์ในราชการทหาร (พื้นที่รับผิดชอบของกองพลทหารราบที่ 9) จากความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 294/2534 ที่ดินที่ราชพัสดุเป็นป่า ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวด้วยว่า วันนี้ได้ประชุมและตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ พบว่ามีการบุกรุกที่ดินราชพัสดุจริงประมาณ 862 ไร่ (700+162 ไร่) และ 377 ไร่ (362+15 ไร่) รวม 1,239 ไร่ คิดเป็นค่าเสียหายประมาณ 100 ล้านบาท เป็นความผิดฐาน ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือหรือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ เข้าไปยึดถือ ครอบครอง รวมถึงการก่นสร้างหรือเผาป่า ทำด้วยประการใด ให้เป็นอันตราย หรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดิน ที่หิน ที่กรวด หรือที่ทราย หรือทำด้วยประการใดอันเป็นอันตรายแก่ทรัพยากรในที่ดิน ทำไม้หรือเผา หรือทำอันตรายโดยประการใดๆ แก่ไม้หวงห้ามในป่า โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และประมวลกฎหมาย ขณะตรวจสอบพื้นที่พบอาคารที่พักอาศัยถาวร 4 หลัง ต้นปาล์มน้ำมัน และยางพารา อยู่ระหว่างการตรวจสอบจำนวนที่แน่ชัด คดีนี้เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้เป็นผู้เสียหาย จะได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนพื้นที่ เพื่อให้ดำเนินคดีกับ กลุ่มนายทุนดังกล่าวต่อไป

 

ที่มา : มติชนออนไลน์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ที่ราชพัสดุ