นักลงทุนเอเชียแห่เล่นหุ้นไทย ตลท.ปลื้มยอดถือครองโตเฉียด 12%
จับสัญญาณตลาดหุ้นไทยเนื้อหอม ฝ่ายวิจัย ตลท.เผยข้อมูล ณ สิ้น พ.ค. 2560 นักลงทุนเอเชียถือครองหุ้นไทยแตะ 1.68 ล้านล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ชี้โตแซงหน้าปี’59 เกือบ 12% ระบุ “สิงคโปร์-ญี่ปุ่น-ฮ่องกง” ขึ้นแท่นแชมป์ถือหุ้นไทย 3 อันดับแรก เน้นลงทุนกระจุกตัวในกลุ่มหุ้น “การเงินและเทคโนโลยี”
นางสาวสุมิตรา ตั้งสมวรพงษ์ ฝ่ายวิจัยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นเดือน พ.ค. 2560 พบว่ามูลค่าการถือครองหลักทรัพย์ (หุ้นไทย) ของนักลงทุนในเอเชียปรับเพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมาอยู่ที่ระดับ 1.68 ล้านล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 11.88% จากปี 2559 ที่อยู่ระดับ 1.49 ล้านล้านบาท และคิดเป็น 36.4% ของมูลค่ารวมการถือครองหลักทรัพย์ของนักลงทุนต่างประเทศทั้งหมด ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมการถือครองหลักทรัพย์ของนักลงทุนต่างประเทศในตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ปัจจัยหลักที่สนับสนุนการลงทุน คือ ราคาหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่ดัชนี (SET Index) ปรับเพิ่มขึ้นในระดับ 9.65% (จากเดือน พ.ค. 2559 ที่ดัชนีอยู่ที่ 1,424.28 จุด มาปิดที่ระดับ 1,561.66 จุดในเดือน พ.ค. 2560) และมีนักลงทุนต่างประเทศเข้ามาในตลาดหุ้นไทยเพิ่มมากขึ้นทั้งในด้านจำนวนหลักทรัพย์ที่ถือครองและจำนวนนักลงทุนในตลาดหุ้น โดยปี 2560 มีจำนวนนักลงทุนเอเชียในตลาดหุ้นไทยประมาณ 9,418 ราย จาก 37 สัญชาติ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีจำนวน 9,368 ราย จาก 34 สัญชาติ
สำหรับประเทศที่มีมูลค่าการถือครองหุ้นไทยสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ นักลงทุนจากสิงคโปร์ มีมูลค่ารวม 950,493 ล้านบาท หรือมีสัดส่วน 56.64% รองลงมาคือนักลงทุนจากญี่ปุ่น มูลค่า 310,450 ล้านบาท หรือราว 18.50% และนักลงทุนจากฮ่องกง มูลค่า 280,034 ล้านบาท หรือราว 16.69% ซึ่งทั้ง 3 ประเทศมีมูลค่าการถือครองหลักทรัพย์รวม 1.54 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 91.83% ของมูลค่าการถือครองหลักทรัพย์รวมของนักลงทุนในเอเชียทั้งหมด
ขณะเดียวกัน ยังพบว่ามูลค่าการถือครองหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ราว 96.72% จะเป็นนักลงทุนสถาบันหรือนักลงทุนนิติบุคคลในต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทแม่หรือผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย และหน่วยงานให้บริการดูแลรักษาหลักทรัพย์ให้ลูกค้าต่างประเทศ โดยสัดส่วน 50% ของมูลค่าการถือครองหลักทรัพย์โดยรวมของนักลงทุนเอเชีย มักกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มธุรกิจการเงิน มีมูลค่าการถือครองหลักทรัพย์คิดเป็น 26.51% ของมูลค่าการถือครองหลักทรัพย์รวมของนักลงทุนเอเชีย รองลงมาคือ กลุ่มเทคโนโลยีที่มีสัดส่วนการถือครอง 26.47% และอันดับถัดไปคือ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และสิ่งก่อสร้างที่ 12.34%, กลุ่มทรัพยากรที่ 11.68%, กลุ่มบริการที่ 11.18% และกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ๆ 11.82%
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า ศักยภาพของตลาดหุ้นไทยยังสามารถดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนได้ เพราะว่าอัตราการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ยังค่อนข้างดี และอีกส่วนหนึ่งยังได้อานิสงส์จากค่าเงินบาทที่แข็งค่า จึงยังเห็นสัญญาณเงินไหลเข้ามาพักในตลาดหุ้นไทย
โดยปัจจุบัน นักลงทุนต่างชาติถือครองหุ้นไทยสัดส่วนอยู่ที่ 30% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ระดับ 25% และคาดว่าหากปีหน้าภาวะเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวมากขึ้น อาจจะผลักดันให้มีเงินลงทุนระยะยาวของต่างชาติไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้นกว่าปีนี้
“ในช่วงที่ผ่านมาทิศทางฟันด์โฟลว์ต่างชาติในตลาดหุ้นไทยเริ่มไหลเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าบางช่วงจะมีการไหลออกไปบ้าง เนื่องจากยังมีแรงกดดันจากปัจจัยในต่างประเทศอยู่ในระยะนี้ แต่เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อตลาดหุ้นไทยมากนักเพราะเศรษฐกิจไทยเริ่มแข็งแรงและสัดส่วนการถือครองก็ยังไม่ได้เยอะมาก” นางภัทธีรากล่าว