ชาวบ้านหมู่บ้านปิล๊อก ต่อสู้เสือโคร่งในป่า ได้รับบาดเจ็บ กรมอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จับมือองค์กรเอกชน IUCN อนุรักษ์และฟื้นฟูเสือโคร่งป่าตะวันตก ผลักดันนำเข้าป่าลึก
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2565 นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ได้รับแจ้งเหตุว่า มีชาวบ้านในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ทราบชื่อ คือ นายหวาน ไม่ทราบนามสกุล ไม่มีบัตร (กะเหรี่ยง) อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30 หมู่ 4 ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ถูกเสือโคร่งเข้ามาทำร้าย ขณะเข้าป่าเพื่อไปนำสัตว์เลี้ยง ได้แก่ สุนัข 3 ตัว ควาย 9 ตัว กลับเข้าหมู่บ้าน ได้ต่อสู้และปืนขึ้นต้นไม้จึงหนีรอดมาได้ แต่สุนัขได้ตายไป 2 ตัว และเมื่อเสือโคร่งกลับเข้าป่า จึงรีบกลับเข้าหมู่บ้าน พร้อมกับบาดแผลทั่วร่างกาย
นายนิพนธ์ระบุว่า ได้สั่งการให้หัวหน้าอุทยานเขาแหลม นำกำลังประมาณ 10 นาย เดินทางไปบริเวณดังกล่าวเพื่อปกป้องราษฎรและเฝ้าระวังไม่ให้เสือโคร่งกลับเข้ามาบริเวณดังกล่าวอีก และในช่วงนี้ห้ามชาวบ้านเข้าไปในบริเวณเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม และอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิอีก
เว้นต่อกรณีที่มีเหตุจำเป็น ต้องขออนุญาตกับหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม หรือหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิให้ทราบก่อน เพื่อจะได้จัดเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเข้าไปในป่าด้วยเพื่อดูแลเฝ้าระวังภัยให้กับราษฎรที่มีความจำเป็นจะเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ เพื่อให้ปลอดภัยจากเสือโคร่งดังกล่าว
ด้วยเหตุดังกล่าว นายนิพนธ์จึงได้จัดประชุมแนวทางความร่วมมือในการอนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งในพื้นที่ป่าตะวันตกตอนใต้ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำเสนอผลการสำรวจประชากรเสือโคร่งและเหยื่อในพื้นที่ผืนป่าตะวันตกตอนใต้ และระดมความคิดเห็นในการอนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรเสือโคร่ง
Mr.Tim Redford มูลนิธิฟรีแลนด์ประเทศไทย ได้รายงานผลการดำเนินโครงการประเมินประชากรเสือโคร่ง และเหยื่อในอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ในผืนป่าตะวันตกตอนใต้ของประเทศไทย (WEFCOM) โดยยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ด้านตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่ทำกินของราษฎรบ้านปิล๊อกคี่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม
โดยจะเร่งดำเนินการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพเสือโคร่ง บริเวณป่าบ้านปิล๊อกคี่ ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม โดยอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ และเขตป่ารอยต่อของประเทศไทย-พม่า จะเริ่มติดตั้งกล้องตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นไป เพื่อดักถ่ายภาพเสือโคร่ง และเหยื่อ ในบริเวณดังกล่าว โดยนำข้อมูลมาวางแผนในการผลักดันเสือโคร่งเข้าป่าลึก รวมทั้งนำมาวางแผนอนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งในเขตป่ารอยต่อชายแดนไทยและพม่าต่อไปด้วย
นายนิพนธ์ได้เปิดเผยมติที่ประชุมว่า จะมีแนวทางการดำเนินการ ดังนี้
1. เห็นชอบให้ร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานแบบบูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่ายในการอนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งและเหยื่อ ระยะเวลา 10 ปี โดยเสนอกรมอุทยานแห่งชาติฯ พิจารณาต่อไป
2. เร่งสำรวจข้อมูล วัว ควาย ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ในโซนป่าตะวันตก ให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน เพื่อวางแผนแก้ไขปัญหาในการเลี้ยงวัว ควาย ในป่าอนุรักษ์ต่อไป
3. เมื่อได้ข้อมูล วัว ควายในเขตอุทยานแห่งชาติ และในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแล้ว จะดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูล โดยแยกข้อมูลว่าเป็นกลุ่มนายทุนนอกพื้นที่ที่จ้างให้ราษฎรในพื้นที่มาเลี้ยงวัว ควาย ในป่าอนุรักษ์ ก็ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ถ้าเป็นราษฎรในพื้นที่เป็นเจ้าของเลี้ยงวัว ควาย ในป่าตามวิถีชีวิตของชุมชนในป่า ก็ให้หามาตราการที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวกับชุมชนต่อไป รวมถึงออกประกาศห้ามเลี้ยงวัว ควาย ในเขตอุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในผืนป่าตะวันตกตอนใต้ทั้งหมด เว้นแต่ในพื้นที่ผ่อนปรน ตามมติ ครม. 30 มิถุนายน 2541
หากฝ่าฝืน มีความผิดตามมาตรา 21 ประกอบมาตรา 48 วรรคสอง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับหรือ มีความผิดตามมาตรา 55 (6) ประกอบมาตรา 102 พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ในการนี้ สำนักงานแผนงานประเทศไทย IUCN ได้ให้การสนับสนุนอุปกรณ์การลาดตระเวนเชิงคุณภาพ จำนวนทั้งสิ้น 170 ชุด (1 ชุดประกอบด้วย เป้ร็อคแซค เปลสนาม ฟลายชีต และหม้อสนาม) ให้แก่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าในพื้นที่โครงการ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานเสริมสร้างศักยภาพของเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าต่อไป