เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รัฐปั้นแท็กซี่อีวีทั่วไทย ตั้งกองทุน 50 ล้าน ลุ้นส่วนลดคันละ 2 แสน
Economic รัฐปั้นแท็กซี่อีวีทั่วไทย ตั้งกองทุน 50 ล้าน ลุ้นส่วนลดคันละ 2 แสน
รัฐผุดแนวคิด “ประกันภัยพิบัติ” ดึงเอกชนร่วมจ่าย เบี้ยประกันอิงความเสี่ยงพื้นที่
Politics รัฐผุดแนวคิด “ประกันภัยพิบัติ” ดึงเอกชนร่วมจ่าย เบี้ยประกันอิงความเสี่ยงพื้นที่
ปอร์เช่ เปิดประสบการณ์ Raceborn สุดเอ็กซ์คลูซีฟ
Automotive ปอร์เช่ เปิดประสบการณ์ Raceborn สุดเอ็กซ์คลูซีฟ
ประเมิน SET Index วันนี้ (15 ก.ค.) กรอบ 1,620 – 1,640 จุด ต่างชาติซื้อสุทธิต่อเนื่อง
Finance ประเมิน SET Index วันนี้ (15 ก.ค.) กรอบ 1,620 – 1,640 จุด ต่างชาติซื้อสุทธิต่อเนื่อง
ค่าเงินบาทวันนี้ (15 ก.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.48 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (15 ก.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.48 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
พลพีร์ มิดฟิลด์ตัวรับ รัฐบาล มือปราบผู้มีอิทธิพล ‘ทำผิดกฎหมายเจอกัน’
Politics พลพีร์ มิดฟิลด์ตัวรับ รัฐบาล มือปราบผู้มีอิทธิพล ‘ทำผิดกฎหมายเจอกัน’
รมว.พลังงาน ยันน้ำมันในประเทศจะไม่ขึ้นแรงตามตลาดโลก ชี้สำรองไว้พอ
Politics รมว.พลังงาน ยันน้ำมันในประเทศจะไม่ขึ้นแรงตามตลาดโลก ชี้สำรองไว้พอ
ส่งออกโตกระจุกบริษัทต่างชาติ ไทยไม่ได้อานิสงส์-SMEs เจ๊ง
Economic ส่งออกโตกระจุกบริษัทต่างชาติ ไทยไม่ได้อานิสงส์-SMEs เจ๊ง
เมื่อบริษัทเยอรมันย้ายฐาน ‘เอเชีย’ ได้รับอานิสงส์
World เมื่อบริษัทเยอรมันย้ายฐาน ‘เอเชีย’ ได้รับอานิสงส์
พิพัฒน์ลุยบิ๊กโปรเจ็กต์ 2.2 แสนล้าน ดัน ‘โมเดลใหม่’ แก้เกมไฮสปีดล้ม
Real Estate พิพัฒน์ลุยบิ๊กโปรเจ็กต์ 2.2 แสนล้าน ดัน ‘โมเดลใหม่’ แก้เกมไฮสปีดล้ม
ดูทั้งหมด

ธปท.หนุนโลกใหม่ “แบงก์ไร้สาขา” เปิดแนวทางกำกับสินทรัพย์ดิจิทัล

07 ก.พ. 2565 | 06:48น.
ธปท.

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังปรับภูมิทัศน์ภาคการเงินไทยใหม่ เพื่อมุ่งหน้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและการเติบโตอย่างยั่งยืน โดย “เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ” ผู้ว่าการ ธปท. ได้ฉายภาพการดำเนินการเรื่องนี้ และขณะนี้อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากสาธารณชน ไปจนถึงวันที่ 28 ก.พ. 2565 ผ่านทางเว็บไซต์ www.bot.or.th/landscape หรืออีเมล์ [email protected]

เพิ่มผู้เล่น-เพิ่มการแข่งขัน

ทั้งนี้ ทิศทางสำคัญของ ธปท. มุ่งเปิดโอกาสให้ภาคการเงินใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและข้อมูล ภายใต้หลักการ 3 open ได้แก่ 1) เปิดให้แข่งขัน (open competition) โดยเปิดให้มีธนาคารที่ให้บริการในรูปแบบใหม่บนช่องทางดิจิทัล (virtual bank) ซึ่งเป็นแบงก์ที่ไม่ต้องมีสาขา ทั้งผู้เล่นเดิม และผู้เล่นใหม่ ทั้งสถาบันการเงินและผู้ให้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (น็อนแบงก์) แต่ขอบเขตการประกอบธุรกิจจะเหมือนธุรกิจแบงก์ดั้งเดิมเต็มรูปแบบ และต้องจดทะเบียนจัดตั้งและมีสำนักงานใหญ่หรือบริษัทแม่ในไทย สอดคล้องกับแนวทางของประเทศมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์

ขณะเดียวกัน ธปท.ยังมีแนวคิดยกเลิกเพดานการลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) ที่ไม่รวมสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ จากเดิมกำหนดเพดานไว้ไม่เกิน 3% ของเงินกองทุนของแบงก์ รวมไปถึงการขยายให้น็อนแบงก์ทำธุรกิจได้หลากหลายขึ้น เช่น ให้ผู้ประกอบธุรกิจการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา (escrow agent) และให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนในกระบวนการรู้จักลูกค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC)

ขณะที่ผู้ประกอบธุรกิจโอนเงินระหว่างประเทศ และผู้ประกอบธุรกิจซื้อขายและแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ จะแก้ไขใบอนุญาตขยายการบริการลูกค้าได้กว้างขึ้นและมีวงเงินทำธุรกรรมสูงสุดเพิ่มขึ้น

“บาทดิจิทัล” ทางเลือกชำระเงิน

2) เปิดให้ผู้เล่นต่าง ๆ เข้าถึงโครงสร้างพื้นฐาน (open infrastructure) ได้อย่างเท่าเทียมมากขึ้น เช่น ระบบการชำระเงิน การใช้สกุลเงินดิจิทัลสำหรับประชาชนที่ออกโดยธนาคารกลาง (retail CBDC) เพื่อเป็นสกุลเงินทางเลือกสำหรับประชาชนที่มีความปลอดภัย ประสิทธิภาพสูง และต้นทุนต่ำ คาดว่าจะเริ่มทดสอบการใช้งานในวงจำกัด ประมาณปลายปี 2565

และ 3) เปิดให้มีการใช้ประโยชน์จากข้อมูล (open data) โดยจะผลักดันให้มีกลไกที่ผู้ใช้บริการสามารถส่งข้อมูลของตนที่อยู่กับผู้ให้บริการแต่ละแห่งไปยังผู้ให้บริการรายอื่นได้สะดวกมากขึ้นเป็นลำดับ ภายใต้นโยบาย open banking และการเชื่อมต่อฐานข้อมูลของภาคการเงินกับแหล่งอื่นเพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์และพัฒนาบริการทางการเงิน

แนวทางกำกับสินทรัพย์ดิจิทัล

ขณะที่เรื่องการกำกับดูแลนั้น ธปท.จะเพิ่มความยืดหยุ่นและลดภาระในการกำกับดูแลมากขึ้น โดยกำกับให้เท่าทันความเสี่ยงโลกใหม่ ซึ่ง ธปท.มีแนวนโยบายที่สำคัญ คือ ไม่ต้องการเห็นสินทรัพย์ดิจิทัลถูกใช้เป็นสื่อการชำระเงินแทนเงินบาทในวงกว้าง สอดคล้องกับผู้กำกับดูแลในหลายประเทศ อาทิ สหรัฐ ยุโรป เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และมาเลเซีย

อย่างไรก็ตาม สำหรับบริการและระบบเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลบางประเภทที่เป็นประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการชำระเงินและการต่อยอดนวัตกรรมทางการเงิน ธปท.จะพิจารณาแนวทางการกำกับดูแลที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการและป้องกันความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงินและระบบการชำระเงิน

ไม่ปิดกั้น “สเตเบิลคอยน์”

โดยตัวอย่างของบริการเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลที่จะพิจารณากำกับดูแล อาทิ การออกใช้สินทรัพย์ดิจิทัลที่หนุนหลังด้วยเงินบาท (Thai Baht-backed stablecoin) โดยจะพิจารณากำกับดูแลในด้าน 1.ขอบเขตการประกอบธุรกิจ 2.การสร้างความเชื่อมั่นในสินทรัพย์ดิจิทัลที่ออก 3.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและข้อมูลส่วนบุคคล

ไม่ห้ามแบงก์ถือครอง-ดูรายกรณี

ทั้งนี้ สำหรับสถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจที่ต้องการนำเทคโนโลยีการประมวลผลแบบกระจายศูนย์ (เช่น blockchain) ที่จะต้องมีการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการทางการเงิน หรือบริษัทในกลุ่มธุรกิจที่ต้องการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล สามารถมาหารือ ธปท.ได้เป็นรายกรณี ธปท.จะพิจารณาบนพื้นฐานของประโยชน์ แนวทางการดำเนินงาน การบริหารความเสี่ยงต่อกลุ่มธุรกิจ และสถาบันการเงิน รวมทั้งการคุ้มครองผู้ฝากเงินและผู้บริโภคที่เหมาะสม

ซึ่งรูปแบบการนำไปใช้ หรือรูปแบบการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลจะต้องไม่เป็นการสนับสนุนการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการในวงกว้าง อันกระทบต่อเสถียรภาพระบบการชำระเงินและเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ

ทรานส์ฟอร์มแบงก์ต้องใช้เวลา

“ธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล” รองกรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า การปรับภูมิทัศน์การเงินของ ธปท.เป็นการพยายามแก้จุดอ่อนทุกจุด ซึ่งเป็นโจทย์ค่อนข้างใหญ่ ทำให้ต้องมองภาพใหญ่ เพื่อให้บริการทางการเงินมากกว่าเรื่องการเงิน โดยมีการเปิดประตูให้ผู้เล่นรายใหม่เข้ามา เพื่อให้เกิดการแข่งขัน เพื่อไปถึงเป้าหมายใหญ่ คือ การให้บริการที่ดีขึ้น ลูกค้าที่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ โดยระบบการเงินยังคงมีเสถียรภาพ และปรับตัวทันต่อการเปลี่ยนแปลง และการถูก disruption ของเทคโนโลยีที่มาเร็วและแรงกว่าคาด

“เชื่อว่าธนาคารแบบดั้งเดิมก็จะยังคงอยู่ แต่จะถูก transform ให้เปลี่ยนไปอยู่รูปแบบอื่น เช่น การให้บริการบนแพลตฟอร์ม หรือบนสมาร์ทโฟนมากขึ้น แต่จะค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากยังคงมีฐานลูกค้าจำนวนมาก เช่น กลุ่มคนสูงอายุ คนพื้นที่ห่างไกล หรือกลุ่มเกษตรกร ที่ยังต้องการได้รับบริการจากธนาคารแบบดั้งเดิมอยู่ ส่วนแนวทางเรื่อง virtual bank ก็สอดคล้องกับในหลายประเทศ แต่ก็อาจจะต้องใช้เวลา”

ทั้งหมดนี้เป็นทิศทางการกำกับดูแลธุรกิจการเงินในประเทศไทยที่ ธปท.วางลู่วิ่งเอาไว้ในเบื้องต้น หลังจากนี้ผู้เกี่ยวข้องคงต้องร่วมกันให้ความเห็นเพื่อกำหนดทิศทางของประเทศต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)