Skip to content

รัสเซีย-ยูเครน: เบื้องหลังเจรจาปูติน-มาครง เมื่อยุโรปเข้าสู่ช่วงอันตรายสุด

08 ก.พ. 2565 | 17:57น.
รัสเซีย-ยูเครน: เบื้องหลังเจรจาปูติน-มาครง เมื่อยุโรปเข้าสู่ช่วงอันตรายสุด

หัวหน้านโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรปเตือนว่า ระดับความอันตรายอยู่ในจุดสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงสงครามเย็น ขณะที่ผู้นำฝรั่งเศสเปิดโต๊ะเจรจากับผู้นำรัสเซีย

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 อัลจาซีรารายงานว่า “โจเซฟ บอร์เรล” หัวหน้านโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) กล่าวว่า ยุโรปกำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดนับตั้งแต่สงครามเย็น จากความกังวลว่ารัสเซียจะบุกยูเครน

“ตามความเข้าใจของผม เรากำลังมีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดในการรักษาความมั่นคงในยุโรป หลังสิ้นสุดสงครามเย็น” บอร์เรลกล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น

ความเห็นของเขาเกิดขึ้นหลังจาก “เอ็มมานูเอล มาครง” ประธานาธิบดีฝรั่งเศส บอกกับ “วลาดิมีร์ ปูติน” ประธานาธิบดีรัสเซียว่า เขามุ่งมั่นที่จะหลีกเลี่ยงการทำสงคราม และพยายามสร้างความไว้วางใจในระหว่างที่เขาเดินทางเยือนกรุงมอสโก

การเดินทางไปรัสเซียครั้งนี้ ทำให้มาครงกลายเป็นผู้นำชาติตะวันตกคนแรกที่ได้ไปเยือนกรุงมอสโก หลังจากรัสเซียเริ่มระดมกำลังเข้าประชิดชายแดนที่ติดกับยูเครน

มาครงซึ่งคาดว่าจะลงเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้งในเดือนเมษายนนี้ วางตำแหน่งให้ตัวเองเป็น “ผู้ไกล่เกลี่ย” ในวิกฤตยูเครน สะท้อนจากการที่ฝรั่งเศสแสดงความกังขากรณีที่สหรัฐและชาติตะวันตกอื่น ๆ คาดการณ์ว่ารัสเซียกำลังจะเปิดฉากโจมตียูเครนในเร็ว ๆ นี้

มาครงกล่าวกับประธานาธิบดีรัสเซียว่า เขากำลังมองหาการโต้ตอบที่มีประโยชน์ “ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้พวกเราไม่ต้องเข้าสู่สงคราม และเป็นการสร้างความไว้วางใจ ความมั่นคง ความชัดเจน”

ขณะที่ปูตินกล่าวว่า รัสเซียและฝรั่งเศสมีความกังวลร่วมกันเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในขอบเขตความมั่นคงในยุโรป

“ผมเห็นถึงความพยายามอย่างหนักของผู้นำฝรั่งเศส ที่ต้องการแก้วิกฤตที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความมั่นคงอย่างเท่าเทียมในยุโรป สำหรับมุมมองทางประวัติศาสตร์ที่จริงจัง” ปูตินกล่าว

ก่อนการเดินทางเยือนรัสเซีย มาครง ซึ่งมีกำหนดเดินทางเยือนกรุงเคียฟของยูเครนในวันอังคาร ให้สัมภาษณ์สื่อว่า เป้าหมายทางภูมิศาสตร์การเมืองของรัสเซียในทุกวันนี้ เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ยูเครน แต่เป็นการทำให้กฎเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันระหว่างนาโต้กับอียู มีความชัดเจนยิ่งขึ้น”

เมื่อเดินทางถึงรัสเซีย มาครงให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า “ผมเป็นคนมองโลกในแง่ดีพอสมควร แต่ผมไม่เชื่อในปาฏิหาริย์”

นักข่าวอัลจาซีราห์รายงานจากมอสโกว่า ปูตินปรากฏตัวด้วยท่าทีครื้นเครงเมื่อพบกับมาครง แต่หลังการเจรจาสิ้นสุดลง ท่าทีของเขาดูแตกต่างออกไปเล็กน้อย

“ปูตินไม่ได้แสดงความเบิกบานใจมากนัก เขายังยึดมั่นในความเห็นและความเชื่อของตัวเอง และบางครั้งสิ่งที่เขาพูดนั้น ตรงประเด็นและเป็นงานเป็นการ” นักข่าวอัลจาซีราห์กล่าว

“ตอนนี้ไม่มีการป้อนความหวานใด ๆ เขากล่าวว่าหากยูเครนเข้าร่วมกับนาโต้ หรือพยายามยึดไครเมียกลับคืน ก็จะเกิดสงครามขึ้น”

“ดมิทรี เปสคอฟ” โฆษกทางการรัสเซีย กล่าวก่อนหน้าการเจรจาว่า “สถานการณ์นี้มีความซับซ้อนเกินกว่าที่จะคาดหวังให้เกิดความก้าวหน้าอย่างเด็ดขาด ภายในการประชุมเพียงครั้งเดียว”

ในกรุงวอชิงตัน “โจ ไบเดน” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาจะเป็นเจ้าบ้านต้อนรับ “โอลาฟ โชลซ์” นายกรัฐมนตรีเยอรมนี พร้อมระบุว่า พวกเขาจะทำงานร่วมกันตามลำดับขั้นตอนเพื่อจัดการกับวิกฤตนี้ ไบเดนกล่าวด้วยว่า การทูตจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดสำหรับทุก ๆ ฝ่าย ในการเผชิญหน้า

รัสเซียได้ส่งกำลังมากกว่า 1 แสนนายเข้าใกล้พรมแดนยูเครน แต่มักปฏิเสธเรื่องแผนบุกรุก อย่างไรก็ตาม รัสเซียระบุว่ามีความพร้อมที่จะใช้มาตรการต่าง ๆ ที่เป็นเทคนิกทางการทหาร หากข้อเรียกร้องของรัสเซียไม่เป็นไปตามที่ต้องการ ซึ่งรวมถึงสัญญาจากนาโต้ว่าจะไม่ยอมรับยูเครน และให้ถอนกำลังบางส่วนออกจากยุโรปตะวันออก

กระทรวงกลาโหมสหรัฐ เผยเมื่อวันจันทร์ว่า รัสเซียยังคงเพิ่มกำลังทหารตามแนวชายแดนที่ติดกับยูเครน

“จอห์น เคอร์บี” โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวว่า แม้ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เรายังเห็นว่าปูตินเพิ่มกำลังพลของตัวเองไปตามแนวชายแดนที่ติดกับยูเครนและเบลารุส กำลังพลทางเหนือมีประมาณ 1 แสนนาย และยังคงขยายมากขึ้นเรื่อย ๆ”

การรับประกันความปลอดภัยจากรัสเซีย

ทางการสหรัฐฯปฏิเสธข้อเรียกร้องต่าง ๆ ของรัสเซีย แต่ระบุว่ายินดีจะเจรจาเกี่ยวกับการควบคุมอาวุธ และขั้นตอนการสร้างความมั่นใจ ซึ่งทางการรัสเซียกล่าวว่า “ไม่มีความสำคัญ”

“ในช่วงไม่กี่วันมานี้ ยังไม่มีความคืบหน้าในเรื่องการรับประกันความปลอดภัยจากรัสเซีย และตัวแทนเจรจาจากชาติตะวันตก ไม่ต้องการพูดถึงเรื่องนี้” เปสคอฟกล่าว

สหรัฐและพันธมิตรของสหรัฐ ไม่ยอมรับการปกป้องยูเครนด้วยกำลังทหาร แต่ระบุว่าพวกเขาจะตอบโต้ต่อการรุกรานใด ๆ ด้วยมาตรการคว่ำบาตร การจัดส่งอาวุธ และการเสริมกำลังของประเทศสมาชิกนาโต้ที่อยู่ใกล้เคียง

สัปดาห์ที่แล้วไบเดนได้สั่งให้ทหารเกือบ 3,000 นาย เข้าประจำการในโปแลนด์และโรมาเนีย เพื่อปกป้องปีกตะวันออกของนาโต้ นายพลสหรัฐรายหนึ่งได้เดินทางถึงโปแลนด์เมื่อวันเสาร์ คาดว่ากองกำลังใหม่จะเดินทางถึงในวันจันทร์นี้

เยอรมนีประกาศเมื่อวันจันทร์ว่า จะส่งทหาร 350 นายไปยังลิทัวเนีย เพื่อเสริมกับกำลังกองกำลังนาโต้

ผู้นำการแบ่งแยกดินแดนที่สนับสนุนรัสเซียในยูเครนตะวันออกเตือนว่า สงครามเต็มรูปแบบอาจปะทุขึ้นที่นั่น พร้อมเรียกร้องให้ทางการรัสเซียส่งทหาร 30,000 นายไปเสริมกำลังกลุ่มกบฏ ขณะที่ยูเครนระบุว่ามีพลเรือน 15,000 รายถูกสังหารระหว่างการต่อสู้ของกองกำลังรัฐบาลกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในภูมิภาคโดเนตสก์ที่แยกตัวออกไปเมื่อปี 2557 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่รัสเซียผนวกดินแดนคาบสมุทรไครเมียของยูเครน

ขณะเดียวกัน โฆษกของ “บอริส จอห์นสัน” นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า ความกังวลของรัสเซียเกี่ยวกับการรุกรานของนาโต้นั้นไม่มีเหตุผล เนื่องจากนาโต้เป็นพันธมิตรที่เน้นด้านการป้องกันเป็นสำคัญ

“อังกฤษต้องการทำงานร่วมกับรัสเซียเพื่อให้เกิดความมั่นใจในประเด็นนั้น”

 

 

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ยุโรป รัสเซีย