มีความพยายามเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงภัยคุกคามจากสงคราม ในขณะที่กองทัพรัสเซียนับหมื่นประชิดชายแดนยูเครน
วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 เอพีรายงานว่า “วลาดิมีร์ ปูติน” ประธานาธิบดีรัสเซีย คาดว่าจะปรากฏตัวร่วมกับนายกรัฐมนตรีฮังการี และมีแนวโน้มสูงที่ปูตินจะกล่าวในที่สาธารณะเกี่ยวกับวิกฤตระหว่างรัสเซียกับยูเครนเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์
ขณะที่ “บอริส จอห์นสัน” นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กำลังพักจากปัญหาวุ่น ๆ ในประเทศเพื่อเข้าร่วมการประชุมกับ “โวโลดีมีร์ เซเลนสกี” ประธานาธิบดียูเครน ที่กรุงเคียฟ และทางการรัสเซียประกาศว่าปูตินจะพบกับ “เอ็มมานูเอล มาครง” ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เป็นการส่วนตัว “ในอนาคตอันใกล้”
สหรัฐกับยุโรปทำอะไรเพื่อรับมือกับการโจมตีทางไซเบอร์
เจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับสูงของทำเนียบขาว ตอนนี้กำลังอยู่ในยุโรปเพื่อพบปะกับพันธมิตรของสหรัฐ เพื่อช่วยประสานความพยายามในการป้องกันและตอบสนองต่อการโจมตีทางอินเทอร์เน็ตที่อาจเกิดขึ้น ในกรณีที่รัสเซียโจมตียูเครนและประเทศอื่น ๆ
เจ้าหน้าที่ทีมบริหารของไบเดน เผยว่า “แอนน์ นอยเบอร์เกอร์” รองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติด้านไซเบอร์และเทคโนโลยีเกิดใหม่ กำลังเดินทางไปกรุงบรัสเซลส์และวอร์ซอ เพื่อพบปะกับพันธมิตรนาโต้
จุดประสงค์ของการเดินทางเป็นเวลา 1 สัปดาห์ครั้งนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าสหรัฐและพันธมิตรมีการเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับไซเบอร์ที่อาจจะเกิดขึ้น หากสถานการณ์ในยูเครนรุนแรงขึ้น
รัสเซียได้เริ่มการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งสำคัญกับยูเครนไปแล้วก่อนหน้านี้ และอาจจะทำเช่นนั้นอีก ซึ่งจะส่งผลต่อยูเครนเป็นวงกว้างเหมือนเมื่อครั้งที่ถูกมัลแวร์นอตเพตยา (NotPetya) โจมตีเมื่อปี 2560
ยูเครนจะสกัดอย่างไร
เมืองคาร์คิฟทางตะวันออกของยูเครนถูกแบ่งเป็น 2ฝั่ง ได้แก่ ฝั่งที่กระตือรือร้นจะร่วมต่อต้านต่อการรุกรานของรัสเซีย และฝั่งที่ต้องการมีชีวิตอยู่เท่านั้น
ฝั่งใดก็ตามที่ได้รับชัยชนะในเมืองคาร์คิฟ (ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของยูเครน และอยู่ห่างจากจุดที่กองทัพรัสเซียตั้งจุดประจำการเพียง 40 กิโลเมตร) ฝั่งนั้นจะสามารถกำหนดชะตากรรมของประเทศได้
นักวิเคราะห์และเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของสหรัฐมองว่า การรบแบบกองโจรโดยทันตแพทย์ โค้ช และแม่บ้าน ที่ต้องการปกป้องบ้านเกิดของตัวเอง จะเป็นฝันร้ายสำหรับนักวางแผนทางทหารของรัสเซีย และการรบลักษณะนี้เป็นสิ่งที่คนจำนวนมากในเมืองคาร์คิฟและทั่วยูเครนบอกว่า พวกเขากำลังวางแผนที่จะทำ
“ทั้งรุ่นเราและรุ่นลูกหลานต่างพร้อมที่จะปกป้องตัวเอง สงครามครั้งนี้จะไม่ใช่เรื่องง่าย” แมรีนา เซลุยโก คนทำขนมปังวัย 40 ปี ที่สมัครเป็นกองหนุนพร้อมกับลูกสาววัย 18 ปีในกรุงเคียฟกล่าว
รัสเซียปฏิเสธว่าไม่รับข้อเสนอสหรัฐ
รัสเซียปฏิเสธว่าไม่ได้สนองตอบต่อข้อเสนอต่าง ๆ ของสหรัฐ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อลดความตึงเครียดวิกฤตยูเครน
เจ้าหน้าที่ทีมบริหารของไบเดนหลายคนกล่าวว่า รัฐบาลรัสเซียได้ตอบกลับเป็นลายลักษณ์อักษรต่อข้อเสนอของสหรัฐ แต่ “อเล็กซานเดอร์ กรุชโค” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ปฏิเสธผ่านสื่อท้องถิ่นว่า “ไม่เป็นความจริง”
สื่อท้องถิ่นยังอ้างถึงนักการทูตอาวุโสรายหนึ่งในกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ที่กล่าวว่า “เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ” รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ได้ส่งข้อความไปถึงรัฐมนตรีต่างประเทศของรัฐบาลต่าง ๆ ซึ่งรวมถึง “แอนโทนี บลิงเกน” รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐเกี่ยวกับ “หลักการความมั่นคงที่ไม่สามารถแบ่งแยกได้” แต่ยืนยันว่ารัสเซียไม่ได้ตอบสนองต่อข้อเสนอของทางการสหรัฐ
“ดิมิทรี เปสคอฟ” โฆษกของปูติน กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอังคารว่า มีความสับสนเกิดขึ้น การตอบสนองของรัสเซียที่มีต่อข้อเสนอของสหรัฐนั้นยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ และสิ่งที่สหรัฐเสนอมานั้นมีข้อพิจารณาอื่น ๆ ในประเด็นที่แตกต่างออกไป
ทั้งนี้ ลาฟรอฟกับบลิงเกนมีกำหนดหารือกันในวันอังคาร
ฝ่ายความมั่นคงยูเครนเตือนถึงความไม่สงบภายใน
หัวหน้าหน่วยรักษาความมั่นคงของยูเครนกล่าวว่า กองกำลังรัสเซียที่เข้าประชิดชายแดนยังไม่ได้เตรียมการในลักษณะที่ส่งสัญญาณถึงการบุกรุก และเขาเตือนว่าความตื่นตระหนกอาจนำไปสู่ความไม่สงบภายใน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทางการรัสเซีย
“โอเล็กซีย์ ดานิลอฟ” เลขาธิการสภาความมั่นคงและการป้องกันแห่งชาติของยูเครน ให้สัมภาษณ์เอพีว่า กองทัพรัสเซียประมาณ 120,000 นาย รวมตัวบริเวณใกล้กับยูเครนและมอสโก แต่หากจะมีการบุกรุกจริงจะต้องมีการเตรียมการครั้งใหญ่ ที่สังเกตเห็นได้ง่าย
“เราไม่สามารถปล่อยให้เกิดความตื่นตระหนกไปทั่วประเทศได้” ดานิลอฟกล่าว และว่า “มันยากมากสำหรับเราที่จะควบคุมสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ เมื่อสื่อทั้งหมดรายงานว่าสงครามจะเริ่มในวันพรุ่งนี้ ความตื่นตระหนกนำมาซึ่งความพ่ายแพ้”
เขากล่าวด้วยว่า ปูตินหวังว่าจะบรรลุเป้าหมายในการทำลายยูเครนผ่านการทำให้เกิดความไม่มั่นคงภายใน แม้จะไม่มีการบุกรุกก็ตาม