กทม.เปิดสถิติจดทะเบียนสมรส-หย่าปี 64 พบ “บางรัก” ซิวแชมป์จดทะเบียนสมรสมากสุด 1,666 คู่ ส่วน “หลักสี่” ครองจดทะเบียนหย่ามากสุด พร้อมเปิดขั้นตอนการจดทะเบียนสมรสและหย่า
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565 แหล่งข่าวจากสำนักงานปกครองและทะเบียน สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ข้อมูลการจดทะเบียนสมรสและทะเบียนหย่าของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ประจำปี 2564 พบว่าการจดทะเบียนสมรสมีมากกว่าการจดทะเบียนหย่า
โดยการจดทะเบียนสมรสในปี 2564 มีจำนวนรวมทั้ง 50 เขตที่ 23,595 คู่ เขตที่มีคู่รักมาจดทะเบียนสูงสุดได้แก่
- เขตบางรัก 1,666 คู่
- เขตจตุจักร 1,359 คู่
- เขตบางขุนเทียน 878 คู่
- เขตบางกอกน้อย 831 คู่
- เขตหลักสี่ 817 คู่
ทั้งนี้ในปี 2564 ไม่ได้จัดงานจดทะเบียนสมรสในวันวาเลนไทน์ เพราะอยู่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกที่ 3 พอดี
ส่วนการจดทะเบียนหย่า พบว่าในปี 2564 มีคู่รักมาจดทะเบียนเลิกรากัน 10,258 คู่ เขตที่มีคู่รักมาจดทะเบียนหย่ามากที่สุด ได้แก่
- เขตหลักสี่ 532 คู่
- เขตดอนเมือง 453 คู่
- เขตลาดกระบัง 425 คู่
- เขตจตุจักร 383 คู่
- เขตบางขุนเทียน 373 คู่
ทั้งนี้ หากว่าเฉพาะวันวาเลนไทน์ ย้อนไปในปีที่มีการจัดงานคือปี 2563 พบว่าในวันวาเลนไทน์มีคู่รักมาจดทะเบียนสมรสมากที่สุดที่เขตบางรัก 773 คู่ อันดับที่ 2 เขตบางขุนเทียน 112 คู่ รองลงมาเป็นเขตลาดกระบัง 103 คู่ อันดับ 4 เขตบางซื่อ 97 คู่ และสายไหมในอันดับ 5 ที่ 82 คู่ โดยเขตที่มีผู้มาจดทะเบียนสมรสน้อยที่สุดคือเขตปทุมวันเพียง 9 คู่
ส่วนสถิติการหย่าร้างในวันวาเลนไทน์ปี 2563 มากที่สุดที่เขตบางแค 3 คู่ ส่วน 4 อันดับถัดมาเท่ากันที่ 2 คู่ ได้แก่ คลองเตย, บางบอน, สายไหม และหนองแขม

รัก:ขั้นตอนจดทะเบียนสมรส
สำหรับขั้นตอนการจดทะเบียนสมรส ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ระบุว่า เงื่อนไขที่จะทำให้เกิดการสมรสประกอบด้วย
- ชายหรือหญิงมีอายุครบ 17 ปี บริบูรณ์ หากอายุน้อยกว่านี้ต้องขออนุญาตจากศาลก่อน
- ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต หรือเป็นบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ
- ไม่เป็นพี่น้องที่มีพ่อแม่เดียวกัน หรือต่างพ่อต่างแม่ก็ไม่ได้
- ไม่เป็นคู่สมรสของคนอื่น
- ผู้รับบุตรบุญธรรมจะสมรสกับบุตรบุญธรรมไม่ได้
- กรณีหญิงหม้าย ต้องรอให้การสมรสครั้งก่อนจบลงไม่น้อยกว่า 310 วัน เว้นแต่คลอดบุตรแล้วในระหว่างนั้น, สมรสกับคู่สมรสเดิม, มีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์, ศาลมีคำสั่งให้สมรสได้ และมีคำสั่งของศาลให้สมรสได้
- ผู้เยาว์ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้มีอำนาจให้ความยินยอมได้ตามกฎหมายก่อน
เอกสารที่ต้องใช้ประกอบด้วย
- บัตรประจำตัวประชนหรือบัตรอื่นที่ทางราชการออกให้
- สำเนาหนังสือเดินทางกรณีชาวต่างประเทศ
- หนังสือรับรองสถานภาพบุคคลจากสถานทูตหรือสถานกงสุลหรือองค์การของรัฐบาลประเทศนั้น มอบหมาย พร้อมแปล (กรณีชาวต่างประเทศขอจดทะเบียนสมรส)
- สำเนาทะเบียนบ้าน
ขั้นตอนประกอบด้วย
- ยื่นคำร้องขอจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่หรือนายทะเบียน ณ ที่ว่าการอำเภอ กิ่งอำเภอ หรือสำนักทะเบียนเขตใดก็ได้ ทุกแห่ง ไม่จำเป็นต้องตรงกับภูมิลำเนาของแต่ละคน
- คู่สมรสที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องนำพ่อแม่หรือผู้ปกครองของแต่ละคนมาด้วย
- ต้องมีพยานมาด้วย 2 คน
- หากเป็นบุคคลต่างด้าวไม่ว่าคนเดียวหรือทั้งคู่ ต้องขอหนังสือรับรองสถานภาพบุคคล จากสถานทูตหรือกงสุลสัญชาติที่สังกัด พร้อมกับต้องแปลป็นภาษาไทยและมีคำรับรอง การแปลถูกต้อง
- จดทะเบียนสมรสที่สำนักทะเบียนไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่หากต้องการจดนอกสำนักทะเบียนต้องเสียค่าธรรมเนียม 200 บาท และต้องจัดรถรับส่งเจ้าหน้าที่ด้วยหากอยู่ห่างไกล

เลิก: ขั้นตอนการหย่า
อย่างไรก็ตาม หากประคองคู่กันผ่านมาได้ แต่สุดท้ายเมื่อรักไม่ช่วยอะไรเลย ก็คงมาถึงปลายทางที่การหย่าร้าง ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ระบุว่า การหย่าถือเป็น 1 ใน 3 สาเหตุที่ทำให้การสมรสสิ้นสุดลง ซึ่งการหย่ามี 2 แบบคือ พร้อมใจกันหย่าและฟ้องศาลสั่งให้หย่า
เอกสารที่ใช้ ประกอบด้วย
- บัตรประจำตัวประชาชน
- ใบสำคัญการสมรส
- หนังสือหย่าหรือหนังสือสัญญาหย่า
- พยานบุคคลจำนวน 2 คน
ส่วนขั้นตอนประกอบด้วย
หากไปจดทะเบียนหย่าที่สำนักทะเบียน
- คู่หย่าต้องตกลงเรื่องทรัพย์สิน การดูแลลูกหรือเรื่องอื่น ๆ (ถ้ามี) ให้เรียบร้อย โดยทำเป็นหนังสือหย่า
- คู่หย่ายื่นคำร้องพร้อมหนังสือหย่าต่อนายทะเบียน
หากเป็นการหย่านอกสำนักทะเบียน
- ก็ต้องตกลงเรื่องทรัพย์สิน ลูก และอื่นๆให้เรียบร้อยก่อนเช่นกัน
- ตกลงกันก่อนว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้ยื่นคำร้องก่อนหลัง และแต่ละฝ่ายจะยื่นคำร้อง ณ สำนักทะเบียนใด
- คู่หย่ายื่นคำร้องพร้อมหนังสือหย่าต่อนายทะเบียน ณ สำนักทะเบียนตามที่ได้ตกลงกัน
และกรณีศาลสั่งให้หย่า หากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด คู่หย่าไม่ต้องจดทะเบียนหย่าอีก และหากกำหนดเงื่อนไขก็ให้ไปจดทะเบียนการหย่าต่อนายทะเบียน การสมรสจึงจะสิ้นสุด