เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

คิดแบบ “เมดโทรนิค” ดึงพนักงานสร้างที่ทำงานยอดเยี่ยม

19 ก.พ. 2565 | 11:22น.

ความสัมพันธ์ที่ดีในองค์กร และบรรยากาศที่ดีในการทำงาน เป็นส่วนสำคัญของการทำงานที่มีประสิทธิภาพ แต่หลายองค์กรยังไม่สามารถพัฒนาไปสู่จุดหมายนั้นได้ เหตุผลหนึ่งเพราะยังไม่เคยเปรียบเทียบระดับความสามารถองค์กรของตนกับองค์กรภายนอกที่มีมาตรฐานสากล เพื่อให้เข้าใจวิธีและความต้องการในการเปลี่ยนแปลง เพื่อปรับปรุงการปฏิบัติงานและการประยุกต์ใช้กับองค์กรของตัวเองอย่างเหมาะสม

ด้วยเหตุนี้ บริษัท เมดโทรนิค (ประเทศไทย) จำกัด จึงเข้าร่วมสำรวจความรู้สึกของพนักงานทั้งองค์กร โดยใช้หน่วยงานภายนอกชื่อว่า “Great Place to Work-Certified™” (รางวัลสถานที่ทำงานที่ยอดเยี่ยม) ที่มีประสบการณ์ได้สำรวจพนักงานมากกว่า 100 ล้านคนทั่วโลกตั้งแต่ปี 2535 โดยใช้ข้อมูลเชิงลึกนั้นเพื่อพิจารณาว่าอะไรเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เป็นบริษัทที่ยอดเยี่ยมและได้รับความไว้วางใจ

โดยจากผลสำรวจปี 2564 เมดโทรนิคทั่วโลกได้รับคัดเลือกในรางวัล Great Place to Work-Certified™ มากถึง 8 ประเทศในเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งเมดโทรนิค ประเทศไทย เป็น 1 ใน 8 ประเทศที่ได้รับรางวัลครั้งนี้

“รานีวรรณ รามศิริ” ผู้อำนวยการ บริษัท เมดโทรนิค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เมดโทรนิคเป็นบริษัทเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากว่า 20 ปี (ก่อตั้งปี 2544) ปัจจุบันเมดโทรนิคมีพนักงานในไทยมากกว่า 400 คน โดยหลัก ๆ เป็นพนักงานฝ่ายขาย 80% และพนักงานผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค (technical specialist) แนะนำผลิตภัณฑ์และนำส่งเครื่องมือ ส่วนที่เหลือเป็นพนักงานฝ่ายสนับสนุน

“ก่อนจะเข้าร่วมการสำรวจกับ Great Place to Work-Certified™ เมดโทรนิคให้ความสำคัญกับการรับฟังฟีดแบ็กของพนักงานตลอด โดยจัดให้มีการสำรวจความผูกพันของพนักงานกับองค์กร (employee engagement survey) ปีละ 2 ครั้ง เพื่อจะได้ทราบมุมมองและรับฟังเสียงจากพนักงานว่ามีอะไรที่ดีแล้ว และอะไรที่ต้องปรับปรุงบ้าง

หลังจากนั้น เราเกิดความคิดว่าหากให้องค์กรภายนอกมาตรวจสอบและให้คะแนนจะยิ่งเป็นประโยชน์กับบริษัทมากขึ้นไปอีก โดยเฉพาะการสำรวจโดยองค์กรระดับโลก (world class) ที่น่าเชื่อถือ เราจึงร่วมกับ Great Place to Work-Certified เป็นครั้งแรก”

“จนทำให้บริษัทได้รับคะแนนความพึงพอใจสูงสุด 98% ในด้านการปฏิบัติงานอย่างยุติธรรม และความเท่าเทียมแก่พนักงาน โดยไม่คำนึงถึงเพศ เชื้อชาติ ศาสนา และที่มา นอกจากนั้น พนักงาน 95% มีระดับความภาคภูมิใจในองค์กรสูงจากการร่วมทำงานกับเมดโทรนิค

ทั้งยังได้รับการสนับสนุนในด้านทรัพยากรความรู้ และอุปกรณ์ในการทำงาน การที่บริษัทได้รับคะแนนความพึงพอใจ และความภาคภูมิใจในองค์กรของพนักงานที่สูงมาก เป็นผลจากการที่เมดโทรนิคมีผู้บริหารทุกคนเห็นความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้”

“ด้วยการใช้กลยุทธ์ tone from the top หมายถึงการที่ผู้นำดำเนินการเป็นแบบอย่างที่ไม่ใช่เพียงแค่การสื่อสารจากเบื้องบน แต่ปฏิบัติตนหรือทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง และ walk the talk (ทำตามที่พูด) ด้วย นอกจากนั้น บริษัทยังมีนโยบายมุ่งมั่นการสร้างสรรค์วัฒนธรรมองค์กรที่มีความหลากหลาย พร้อมขับเคลื่อนด้วยหลักความเป็นธรรมในการดำเนินธุรกิจและตอบแทนสังคม

ที่สำคัญยังพร้อมเปิดโอกาสให้ทุกคนในองค์กรมีส่วนร่วมในการออกแบบสไตล์การทำงานวิถีใหม่ในยุค new normal รวมถึงองค์กรยังให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงานให้มีความพร้อมในทุกด้าน อาทิ สุขภาพ, ความปลอดภัย, พัฒนาทักษะ และดูแลสุขภาพจิต (mental health) ที่พนักงานต้องเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ในช่วงสถานการณ์โควิด-19”

“รานีวรรณ” กล่าวต่อไปว่าปัจจุบันบริษัทนำเทคโนโลยีและระบบโปรแกรมออนไลน์ต่าง ๆ เข้ามาเสริม เพื่อให้พนักงานทุกคนทำงานสะดวกสบายมากขึ้น แม้ในช่วงเวลาที่ทำงานจากบ้าน (work from home) รวมถึงการใส่ใจดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจของพนักงานทุกคน โดยผ่านกิจกรรมและโปรแกรมต่าง ๆ ขององค์กร ได้แก่

หนึ่ง Raneewan’s Inbox (รานีวรรณอินบอกซ์) ช่องทางการสื่อสารระหว่างผู้บริหาร รวมถึงพนักงานทุกคนในองค์กรสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นโดยไม่เปิดเผยตัวตน ด้วยการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ในการรับคำติชม ช่วยให้พนักงานทุกคนมีพื้นที่ในการแสดงออกทางความคิดเห็นอย่างอิสระ เพื่อนำความคิดเห็นนั้นมาปรับใช้ในการพัฒนาองค์กรร่วมกัน

สอง Health & Wellbeing Programs ใส่ใจในด้านสุขภาพความปลอดภัยของพนักงานเป็นสำคัญ ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 บริษัทดำเนินนโยบายให้พนักงานทุกคนทำงานจากที่บ้าน 100% ให้ความคุ้มครองในเรื่องการรักษาพยาบาล รวมถึงการจัดส่งชุดอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นในการดูแลสุขภาพมอบให้กับพนักงาน, จัดทำโครงการเมดโทรนิคร่วมใจ สู้ภัยโควิด-19 เพื่อระดมทุนจากพนักงานและบริษัทด้วยการมอบเงินสมทบสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี เพื่อช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนกว่า 1.4 ล้านบาท ทั้งยังระดมทุนจัดทำถุงยังชีพให้แก่ชุมชนต่าง ๆ ในกรุงเทพฯเพื่อบรรเทาความทุกข์ร้อนจากวิกฤตการณ์ครั้งนี้อีกด้วย

สาม Medtronic Employee Assistance Program (MEAP) บริการสำหรับพนักงานที่ต้องการคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ โดยเน้นให้คำปรึกษาเพื่อให้พนักงานสามารถรับมือกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตที่ส่งผลต่อจิตใจ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการทำงาน ครอบครัว หรือความเป็นอยู่ส่วนตัว โดยให้ความช่วยเหลือพนักงานตลอด 24 ชั่วโมง ใน 365 วัน

สี่ Focus Friday Campaign ส่งเสริมให้พนักงานมีความสมดุลในชีวิตส่วนตัว ปลูกฝังการจัดประชุมให้พนักงานทุกคนเคารพเวลาร่วมกัน และหลีกเลี่ยงการรบกวนเวลาส่วนตัวของพนักงานหลังจากชั่วโมงทำงานหรือในช่วงสุดสัปดาห์เพื่อให้ทุกคนมี work life balance พร้อมกับหลีกเลี่ยงการนัดประชุมในทุกวันศุกร์เพื่อให้พนักงานมีเวลาสะสางงานในช่วงสัปดาห์เพื่อจะพักผ่อนในช่วงสุดสัปดาห์อย่างเต็มที่

“รานีวรรณ” อธิบายต่อว่า ตลาดงานด้านการแพทย์มีความต้องการคนสูง และสำหรับเมดโทรนิคถ้ามองหาคนเพิ่ม คนที่เหมาะกับบริษัทจะเป็นคนที่กล้าทำในสิ่งที่ดีและแตกต่าง ที่สำคัญต้องเป็นคนที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด มีความมุ่งมั่นในการแข่งขันและพัฒนาทักษะตนเองอยู่เสมอ

“สัดส่วนพนักงานหญิงและชายของเราตอนนี้ คือ หญิง 76% และชาย 24% ซึ่งเราจะพยายามทำให้อยู่ในระดับที่เท่ากัน คือ 50 : 50 แต่อุตสาหกรรมด้านการดูแลสุภาพในไทยมีผู้หญิงเรียนจบสายนี้มากกว่าผู้ชาย ตรงนี้เป็นความท้าทายพอสมควร

ที่สำคัญอีกอย่าง คือ การสร้างความหลากหลายและการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียมให้เกิดขึ้นภายในองค์กร ตรงนี้คือสิ่งสำคัญที่จะต้องเริ่มจากกระบวนการสรรหา เพราะเป็นเหมือนด่านแรกที่จะเปิดโอกาสให้ผู้คนที่มีความหลากหลายทั้งมุมมอง ความคิด และประสบการณ์เข้ามามีส่วนร่วมในองค์กร”

“นอกจากนั้น เรายังตั้งเป้าสร้างการเติบโตในสายงานวิศวกรรมชีวการแพทย์ ด้วยการหาคนเชิงรุกด้วยการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ รับนักศึกษามาฝึกงานและพัฒนาศักยภาพของพวกเขา พร้อมกับให้โอกาสนักศึกษาจบใหม่ด้วย”

นับว่าเมดโทรนิคสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของบริษัทในการสร้างองค์กรให้เป็นสถานที่ทำงานที่ยอดเยี่ยมสำหรับพนักงานทุกคน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

องค์กร