คอลัมน์ : SD Talk
ผู้เขียน : พิชญ์พจี สายเชื้อ
วันก่อนได้อ่านบทวิเคราะห์ทิศทางเศรษฐกิจและตลาดแรงงานไทยปี 2026 มีเรื่องหนึ่งน่าสนใจคือ “การลดคน”
หลายองค์กรในวันนี้ไม่ได้เป็นมาตรการระยะสั้นแล้ว แต่กำลังก้าวไปสู่ “การปรับโครงสร้างองค์กร” อย่างจริงจัง
หลายองค์กรเลิกจ้างต่อเนื่อง เลือกใช้แนวทาง Freeze Headcount และโยกย้ายงานให้กับคนเดิมมากขึ้น
ซึ่งผู้นำธุรกิจจำนวนมากเริ่มพูดตรงกันว่า ปีนี้อาจไม่ใช่ปีของการเติบโต แต่เป็นปีของการอยู่รอด จึงไม่แปลกที่คำว่า Lean Organization จะกลับมาเป็นเรื่องหลักขององค์กรอีกครั้ง
เรื่องนี้สำคัญมาก ลองนึกภาพองค์กรที่ลดคน แต่ “ไม่ได้ลดงาน” จะเกิดอะไรขึ้นคะ
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ งานถูกกระจายไปให้คนเดิมมากขึ้น โดยเฉพาะคนเก่ง ๆ จะกลายเป็นคนที่ต้องรับภาระเพิ่ม (เพราะเก่ง ให้ทำอะไรก็ได้หมด) ในระยะสั้นทุกอย่างอาจดูดี Cost ลดลง Productivity ต่อหัวเพิ่มขึ้น (เพราะแต่ละคนรับงานมากขึ้น)
แต่ระยะกลาง สิ่งที่เริ่มเห็นคือ การ Burnout แบบเงียบ Engagement ที่ลดลง คนเก่งที่ค่อย ๆ เหนื่อยล้า และ Disengage (ทำไมทุกอย่างมาลงที่เราหมด ?)
นี่คือจุดที่คำว่า Lean ถูกใช้ “ผิดความหมาย” มากที่สุด เพราะ Lean Organization ที่แท้จริง ไม่ใช่การมี “คนน้อยลง” แต่คือการทำให้องค์กรสร้าง Value ได้มากขึ้น ด้วยโครงสร้างที่มีประสิทธิภาพ พูดให้ชัดขึ้น
องค์กรที่เก่งไม่ใช่องค์กรที่ “ผอมที่สุด” แต่คือองค์กรที่ “ฟิตที่สุด” ต่างหาก
หัวใจเรื่องนี้อยู่ที่แนวคิดง่าย ๆ คือ Cut Fat, Not Muscle คือ “ตัด Fat จริง ๆ คือตัดสิ่งที่ไม่สร้างคุณค่า หรือ Value ออก” โดยรักษา Muscle หรือ “สิ่งที่ทำให้องค์กรแข็งแรง” เอาไว้
ในความเป็นจริงหลาย ๆ องค์กร Fat มักไม่ใช่แค่คน แต่คือ “ความซับซ้อนและความเคยชิน” ที่สะสมมานาน เช่น ขั้นตอนทำงานที่ซ้ำซ้อน การอนุมัติหลายชั้น การประชุมที่ลากยาว ไม่มีการตัดสินใจ หรือโครงสร้างหลายระดับที่ทำให้งานช้า
ทั้งหมดทั้งปวงถูกดำเนินการโดยคนที่มี Mindset เดิม ๆ ทำอย่างไรมาก็ทำ (แบบเดิม) ไป ?
หลายองค์กรใช้วิธี “ลดเท่ากันทั้งองค์กร” หรือดูแค่ตัวเลขต้นทุนเป็นหลัก อาจส่งผลลัพธ์คือ กำลัง “ตัดกล้ามเนื้อ” ที่สร้างคุณค่าโดยไม่รู้ตัว
อีกประเด็นสำคัญคือหลายองค์กรลดคน แต่ไม่ได้ออกแบบงานใหม่ ปริมาณงานยังเท่าเดิม แต่เอาไปเพิ่มให้คนที่ “ยังอยู่” ทำ ซึ่งสุดท้ายไม่ได้ทำให้องค์กร Lean ขึ้น แต่ทำให้ “คนเหนื่อยขึ้น”
ถ้ามององค์กรระดับโลก จะเห็นว่าบริษัทที่ Lean ได้จริง ไม่ได้เริ่มจากการลดคน แต่เริ่มจากการ “ออกแบบงานใหม่” เช่น Amazon ที่ลดความซ้ำซ้อนของงาน ลด Layer การบริหาร ทำให้ตัดสินใจเร็วขึ้น
ทีมมี Ownership มากขึ้น หรือบริษัท Salesforce ที่ใช้ AI ลดงานที่ไม่สร้าง Value ให้คนไปโฟกัสกับงานที่สำคัญจริง ๆ
สิ่งที่น่าสนใจคือ บริษัทเหล่านี้ไม่ได้ Lean เพื่อลดต้นทุนอย่างเดียว แต่ Lean เพื่อ “ทำให้องค์กรเก่งขึ้น ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้นต่างหาก”
สรุป โจทย์ของผู้นำอาจไม่ใช่แค่เรื่องลดคน ลดต้นทุน แต่คือการลด “ภาระส่วนเกิน (Fat)” ที่ไม่กระทบ “ความสามารถ (Muscle) ขององค์กร” โดยการ “ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปได้อย่างแม่นยำ”
เพราะสุดท้ายแล้วองค์กรที่จะชนะ ไม่ใช่องค์กรที่ “เล็ก” ที่สุด แต่คือองค์กรที่ “ฟิตแอนด์เฟิร์ม” ที่สุด
ดังนั้น ขั้นตอนที่ควรทำคือ 1) หากระบวนการที่ซ้ำซ้อน ซ้ำซาก ทำแล้วทำอีก (ส่วนมากมาจากความเคยชินเดิม ๆ)
2) Cut Fat ตรงนี้
3) คนที่เหลือจากการลด Fat ตรงนี้ ก็ Reskill/Upskill ให้ไปทำงานที่อื่นที่มีคุณค่า
4) ควบคู่ไปกับการพัฒนา Mindset ให้มีความเป็นเจ้าของ (งานของตนเอง) คิดหาวิธีการทำงาน พัฒนางานให้ดีที่สุดตลอดเวลา (ไม่ใช่เคยทำอย่างไรมาก็ทำไป)
เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถลดต้นทุน เพิ่ม Productivity ได้อย่างเหมาะสมค่ะ