เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
ดูทั้งหมด

‘ฮ่องกง’ หนักกว่า ‘อู่ฮั่น’ COVID Zero ทุบธุรกิจโคม่า

23 ก.พ. 2565 | 09:30น.

ฮ่องกง เขตบริหารพิเศษภายใต้ “หนึ่งประเทศ สองระบบ” บัดนี้ได้กลายเป็น “หนึ่งประเทศ หนึ่งระบบ” ทั้งในแง่การเมืองและการรับมือกับโควิด-19 เป็นเรียบร้อย

จากการที่ฮ่องกงถูกปักกิ่งบีบให้ต้องใช้นโยบาย “โควิดเป็นศูนย์” (COVID Zero) แบบเดียวกับที่จีนแผ่นดินใหญ่ใช้อยู่จนประสบความสำเร็จถึงปัจจุบัน ทว่าด้วยสถานะเขตบริหารพิเศษที่มีความเสรีด้านการเงินและการค้ามาอย่างยาวนาน การใช้นโยบายโควิดเป็นศูนย์อย่างเข้มงวดตามแนวทางของแผ่นดินใหญ่ กำลังส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมการทำธุรกิจของเกาะแห่งนี้

หากติดตามสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนจะเห็นข้อมูลการระบาดของเชื้อมีความย้อนแย้งกันระหว่างแนวโน้มที่รุนแรงขึ้น กับการระบาดที่แผ่วลง ในต่างประเทศหลายชาติจะพบว่าการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอนแม้จะมีอัตราติดเชื้อสูง

แต่จำนวนคนป่วยหนักและเสียชีวิตมีแนวโน้มลดลง ดังจะเห็นได้ว่าหลายชาติคืบหน้าในการปรับนโยบาย หันมาเปิดประเทศ พร้อมคลายเข้มงวดข้ามพรมแดนมากขึ้นตามลำดับ

“ฮ่องกง” กำลังเผชิญกับการระบาดที่ขยายวงกว้างกว่าการระบาดในเมืองอู่ฮั่น โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2022 สูงถึง 7,533 ราย เป็นการพุ่งสูงขึ้นในเวลาไม่ถึงเดือนหลังรัฐบาลบังคับให้ทั้งเกาะเข้าตรวจเชื้อ กักกัน และเข้ารักษาตัว ผู้ที่ติดเชื้อโควิดแม้จะมีอาการเพียงเล็กน้อยจนถึงไม่มีอาการก็ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล

แต่ด้วยตัวเลขป่วยใหม่รายวันที่สูงขึ้น ฮ่องกงจำต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ โดยให้ผู้ที่ไม่มีอาการเข้ารับการกักตัวภายในโรงแรมหรือที่บ้านแทน ขณะเดียวกันก็มีแผนเปลี่ยนเทอร์มินอลท่าเทียบเรือสำราญ ซึ่งร้างจากการต้อนรับนักท่องเที่ยวมานาน ให้เปลี่ยนเป็นโรงพยาบาลสนามแทน

บรูซ แปง หัวหน้าฝ่ายวิจัยด้านมหภาคและกลยุทธ์ของ China Renaissance Securities กล่าวว่า มีแนวโน้มที่ฮ่องกงจะยังคงใช้แนวทางนี้ต่อไป ซึ่งแม้ดูเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมในช่วงแรก (ของการระบาด) แต่ตอนนี้ไม่เหมาะสมอีกต่อไป

“โควิดซีโร่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของฮ่องกงทำให้ชะลอการฟื้นตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมค้าปลีก การท่องเที่ยว การค้าขาย ขนส่ง บริการทางการเงิน และภาคบริการแรงงานมีฝีมือ จนส่งผลให้เกิดปัญหาราคาอาหารนำเข้าพุ่งสูงขึ้น จนกระทั่งขาดแคลนเป็นอีกประเด็นที่น่ากังวล” แปงกล่าว

“แคร์รี่ แลม” ผู้บริหารฮ่องกงยืนยันว่า รัฐบาลไม่มีแผนปิดเมืองล็อกดาวน์ในวงกว้าง แต่ก็เตรียมใช้มาตรการกึ่งล็อกดาวน์หลายประการ อาทิ การสั่งปิดร้านตัดผม หรือจำกัดเวลานั่งรับประทานอาหารในร้านในช่วงสัปดาห์หน้า

โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ “ฟิตซ์ เรตติ้งส์” ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของฮ่องกงลงครึ่งหนึ่งเหลือ 1.5% ซึ่งทำให้เศรษฐกิจฮ่องกงอยู่ในกลุ่มเขตเศรษฐกิจที่มีผลการดำเนินงานที่อ่อนแอที่สุดในโลก

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาอาหารสดในฮ่องกง เช่น เนื้อสัตว์และผักพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากคนขับรถบรรทุกมีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวกที่ชายแดนจีนแผ่นดินใหญ่จำนวนมาก

บรรดาเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กกำลังเข้าสู่ภาวะโคม่า จากผลกระทบโควิดเข้าสู่ปีที่ 3 ซึ่งยังไร้วี่แววสิ้นสุด “ไซม่อน หว่อง คา-โว” ประธานสหพันธ์ร้านอาหารและการค้า คาดการณ์ว่าผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กจะปิดตัวลงอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าจะมีร้านอาหารมากถึง 500 แห่งที่ต้องปิดตัวในเดือน มี.ค.

“วิลสัน แปง” หนึ่งในผู้ประกอบการร้านตัดผมที่ได้รับผลกระทบ เพราะธุรกิจร้านทำผมกำลังจะถูกสั่งปิดภายในสัปดาห์หน้าจากมาตรการของรัฐ ซึ่งก่อนหน้าโควิดระบาดในปี 2020 แปงถือว่าประสบความสำเร็จจากการเป็นเจ้าของร้านตัดผม 2 สาขา ช่วงล็อกดาวน์คราวก่อนเขาสูญเสียรายได้จากทั้งสองสาขาถึงวันละ 30,000 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือราว123,000 บาท

เช่นเดียวกับช่างทำผมส่วนใหญ่ แปงเริ่มให้บริการตัดผมถึงบ้านแต่นั่นก็เสี่ยงกับการละเมิดกฎเว้นระยะทางสังคมของรัฐบาลที่อาจถูกค่าปรับถึง 10,000 ดอลลาร์ฮ่องกง ค่าปรับนี้เท่ากับรายได้พื้นฐานของช่างทำผมหลายราย

แปงยอมรับว่า เขายังไม่รู้ชะตากรรมของธุรกิจตัวเองว่าจะรอดพ้นวิกฤตรอบนี้หรือไม่ เช่นเดียวกับ เอียน ซุย และหุ้นส่วนของเขาซึ่งเป็นเจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่นยอมรับว่า มาตรการห้ามนั่งกินอาหารในร้านตั้งแต่หลังเวลา 18.00 น.

ทำให้ธุรกิจตกในภาวะเสี่ยงรายได้ลดลงมากกว่า 80% จากช่วงปกติ อีกทั้งยังถูกปัญหาขาดแคลนสินค้านำเข้าผ่านพรมแดนซ้ำเติม ต้นทุนวัตถุดิบที่ต้องนำเข้าจากญี่ปุ่นพุ่งสูงอีก 20% จากเดือนธันวาคมปีก่อน จากการระงับเที่ยวบินขนส่งสินค้าทำให้ซัพพลายเชนหยุดชะงัก

“แม้ก่อนหน้านี้ร้านอาหารจะได้รับอนุญาตให้เปิดตามปกติ แต่การติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นเพียงครั้งเดียว ฉุดเรากลับไปสู่จุดวิกฤตได้ นั่นเป็นสิ่งที่น่าผิดหวังที่สุดคุณแทบมองไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ โควิดไม่ใช่โรคระบาดที่น่ากลัวแต่นโยบายคุมระบาดจากระบบการเมืองต่างหากที่น่ากลัว”

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สถานการณ์โควิด-19 ฮ่องกง