ททท.เร่งบูสต์ตลาดซาอุฯ เตรียมโรดโชว์ปลุก “ศก.-ท่องเที่ยว”
นักท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบีย นับเป็นตลาดใหม่ (new market) สำหรับภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย หลังจากที่รัฐบาลไทยโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเยือนซาอุดีอาระเบีย ตามคำเชิญของ เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด มงกุฎราชกุมาร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เพื่อฟื้นความสัมพันธ์ในรอบ 32 ปีที่ผ่านมา
จากข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า ในช่วง 5 ปีย้อนหลัง (ช่วงก่อนโควิด-19) ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบียเดินทางเข้ามาไม่มากนัก เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 20,000-30,000 คนต่อปี
โดยปี 2562 มีจำนวน 36,783 คน ปี 2561 มีจำนวน 35,090 คน ปี 2560 มีจำนวน 42,610 คน ปี 2559 มีจำนวน 33,038 คน และปี 2558 จำนวน 25,153 คน
ซาอุฯเข้าไทยกว่า 3 หมื่นคนต่อปี
“ฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา” รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า ซาอุดีอาระเบียเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูง โดยปี 2562 มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยจำนวน 36,783 คน คิดเป็นรายได้ 3,220.15 ล้านบาท
ซาอุดีอาระเบียมีจำนวนประชากรราว 35 ล้านคน นิยมเดินทางท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันออกกลาง รองลงมาคือ ยุโรป และอเมริกาเหนือ และส่วนใหญ่เดินทางท่องเที่ยวแบบครอบครัวขนาดใหญ่ 7-8 คนขึ้นไป
โดยกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม ประกอบด้วย ทะเล/ชายหาด สถานบันเทิง ธรรมชาติ และช็อปปิ้ง ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทยที่ได้รับความนิยม ได้แก่ กรุงเทพฯ พัทยา เชียงใหม่ ภูเก็ต สมุย กระบี่ พังงา เป็นต้น
ทั้งนี้ ประเทศที่คนซาอุดีอาระเบียนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวมากที่สุด 5 อันดับแรกคือ บาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) กาตาร์ จอร์แดน และตุรกี ส่วนประเทศได้รับความนิยมอยู่ในอันดับที่ 30
เน้นขาย “เวลเนส-ชายหาด”
สำหรับแนวทางการส่งเสริมและเสริมสร้างความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวนั้น “ฉัททันต์” บอกว่า ททท.จะเน้นนำเสนอมุมมองใหม่และนำเสนอการแลกเปลี่ยน และการส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างกัน
โดยเน้นจับกลุ่มคนรุ่นมิลเลนเนียล เดินทางครั้งแรก กลุ่มรักษาพยาบาล และกลุ่มครอบครัว พร้อมทั้งนำเสนอสินค้าท่องเที่ยว 3 กลุ่มหลักคือ สินค้าด้านการรักษาพยาบาล ชายหาด และช็อปปิ้ง
“ตอนนี้เราอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในประเทศ ด้วยการประชุมร่วมกับผู้ประอบการท่องเที่ยวในเซ็กเตอร์ที่เกี่ยวข้อง ทั้งกลุ่มโรงแรม เวลเนสช็อปปิ้ง บริษัทนำเที่ยว ฯลฯ เพื่อวางแผนนำสินค้าและบริการไปนำเสนอ รวมถึงเตรียมทำแคมเปญร่วมกับพันธมิตรในการส่งเสริมการขายประเทศไทย เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลวันหยุดสำคัญของตลาดซาอุดีอาระเบีย”
เตรียมจัดโรดโชว์กระชับสัมพันธ์
จากนั้น คาดว่าจะจัดกิจกรรม B2B นำคณะเอกชนไทย จำนวนประมาณ 35 ราย ไปโรดโชว์ เจรจาธุรกิจกับบรรดาตัวแทนบริษัทนำเที่ยวเมืองละ 80-100 ราย ที่กรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย มีประชากรกว่า 4.2 ล้านคน และเมืองเจดดาห์ ซึ่งมีประชากรราว 4 ล้านคน ในช่วงประมาณปลายมีนาคม 2565 นี้ เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของคนซาอุดีอาระเบีย ที่นิยมออกเดินทางท่องเที่ยวในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคม (หลังเทศกาลถือศีลอด เดือนรอมฎอน)
นอกจากนี้ ยังเตรียมแผนจัดกิจกรรมร่วมโปรโมชั่นกับสายการบินซาอุดีอาระเบีย (Saudia Airlines และสายการบินไทย และกิจกรรมต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ระหว่างประเทศ จากซาอุดีอาระเบียมาประเทศไทยในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคมนี้
รวมทั้งเตรียมจัดงาน Thai Festival ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด และสถานกงสุลใหญ่ เมืองเจดดาห์ เพื่อสร้างการรับรู้ประเทศไทยว่าเป็น preferred destination สำหรับนักท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบีย เป็นต้น
ดึงเที่ยวไทยปีนี้ 2 แสนคน
ขณะที่ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ระบุว่า เพื่อเป็นการเดินหน้าฟื้นความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยและซาอุดีอาระเบีย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยจะนำคณะหอการค้า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และภาคเอกชนของไทยไปซาอุดีอาระเบีย ในวันที่ 26-27 กุมภาพันธ์นี้
จากนั้นกระทรวงการท่องเที่ยวฯได้วางแผนในการนำผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยไปโรดโชว์ช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการท่องเที่ยวไทย โดยตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบียเข้าไทยในปี 2565 ประมาณ 2 แสนคน สร้างรายได้ราว 20,000 ล้านบาท
“ไทยเราเสียโอกาสในตลาดนี้ไปกว่า 30 ปีที่ผ่านมา เมื่อโอกาสกลับมาเราจึงต้องรีบเดินหน้า ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวฯจะนำคณะเข้าไปเซ็นเอ็มโอยูระหว่างกัน ในการทำตลาดท่องเที่ยวแบบ 2 ทาง คือ ชาวซาอุฯสามารถมาเที่ยวไทยได้ และคนไทยสามารถไปเที่ยวซาอุฯได้”
นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯยังมีแผนเสนอให้กระทรวงการต่างประเทศช่วยหารือนโยบายการขอวีซ่าของ 2 ประเทศด้วย ทั้งนี้ เพื่อช่วยให้การเดินทางระหว่างกันมีความสะดวกมากขึ้น
พร้อมระบุว่า ตลาดซาอุดีอาระเบียนั้นถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพ หากมีการวางแผนที่ดีมีโอกาสที่จะได้มากกว่า 2 แสนคนต่อปี โดยในอนาคตคาดว่าน่าจะได้มากถึง 5 แสนคนต่อปี
ซาอุฯคาดปี 2030 นทท. 55 ล้าน
สำหรับประเทศซาอุดีอาระเบียนั้น ตั้งเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติสำหรับปี 2565 นี้ ไว้ที่ 29.5 ล้านคน หรือคิดเป็น 5.3% ของ GDP และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 55 ล้านคน หรือคิดเป็นมากกว่า 10% ของ GDP ในปี 2030 หรือในอีก 8 ปีข้างหน้า
ตามนโยบาย Saudi Vision 2030 ที่มุ่งพัฒนาซาอุดีอาระเบียไปสู่ยุคสมัยใหม่ ที่คาดหวังให้ประเทศเป็นอิสระจากน้ำมัน และสร้างเสถียรภาพให้กับเศรษฐกิจของประเทศ
