เงินบาทอ่อนค่า หลังสถานการณ์ รัสเซีย-ยูเครน ทวีความรุนแรง
ค่าเงินบาทอ่อนค่า หลังสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่รมว.คลัง ยอมรับวิกฤตโควิดครั้งนี้ อาจใช้เวลายาวนานกว่าวิกฤตต่าง ๆ แม้ปัจจุบันสถานการณ์จะคลี่คลายไปในระดับหนึ่ง ก่อนที่เงินบาทจะปิดตลาดที่ระดับ 32.54/56 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (24/2) ที่ระดับ 32.34/36 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (23/2) ที่ระดับ 32.26/28 บาท
โดยเช้าวันนี้ (24/2) ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลง หลังสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กองกำลังรัสเซียได้ยิงขีปนาวุธถล่มหลายเมืองในยูเครน และวางกำลังทหารบริเวณชายฝั่งของยูเครนในวันนี้ หลังจากที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย อนุมัติให้เริ่มปฏิบัติการทางทหารพิเศษในภาคตะวันออกของยูเครน
นอกจากนี้ สหภาพยุโรป (EU) ยังประกาศมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียในวันพุธ (23 ก.พ.) โดยมีผลบังคับใช้ในทันที โดยมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวพุ่งเป้าไปยังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซีย และธนาคารบางแห่ง รวมทั้งสมาชิกรัสสภารัสเซียที่ได้ลงมติเห็นชอบต่อการอนุมัติร่างกฎหมายรับรองสถานะการเป็นรัฐอิสระของสาธารณรัฐประชาชนโดเนสตก์-ลูฮันสก์ ซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาคดอนบาสของยูเครน ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ฝักใฝ่รัสเซีย
สำหรับปัจจัยในประเทศ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ยอมรับว่าวิกฤตโควิด-19 ในครั้งนี้ อาจใช้เวลายาวนานกว่าวิกฤตต่าง ๆ แม้ปัจจุบันสถานการณ์จะคลี่คลายไปในระดับหนึ่ง เพราะความรุนแรงของสายพันธุ์ใหม่ที่น้อยลง แต่กระจายเร็ว ทำให้สถิติผู้ติดเชื้อพุ่งไปถึง 2 หมื่นคนต่อวัน
โดยการแพร่กระจายอย่างรวดเร็วนี้ ทำให้หลายฝ่ายมีความกังวล และรัฐบาลก็เป็นห่วงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น อย่างไรก็ดี เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยในปัจจุบนได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้น ส่วนจะฟื้นตัวได้ดีแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการบริหารนโยบายด้านเศรษฐกิจและการควบคุมโรคว่าทำได้อย่างเหมาะสม อย่างดี และสมดุลเพียงใด หากรัฐบาลสามารถบริหารเศรษฐกิจไม่มีติดขัด ก็เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมาเติบโตต่อได้
โดยในปีนี้คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 4% สำหรับแรงส่งที่สำคัญต่อเนื่องมาจากปี 2564 มาจากภาคการส่งออกที่ยังขยายตัวได้ดี แม้ที่ผ่านมาจะเจอปัญหาซับพลายเชน แต่ภาคเอกชนก็สามารถฝ่าฟันไปได้ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวก็เริ่มฟื้นตัว หลังจากรัฐบาลกลับมาเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และใช้มาตรการ Test&Go อีกครั้ง
ขณะนี้ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่แสดงความจำนงเข้าประเทศไทยแล้วกว่า 3 แสนราย สะท้อนว่าความต้องการของนักท่องเที่ยวต่างชาติยังมีอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.30-32.56 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.54/56 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้านี้ (24/2) ที่ระดับ 1.1289/90 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (23/2) ที่ระดับ 1.1347/49 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยสถาบัน GFK ของเยอรมนีเปิดเผยในวันนี้ว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเยอรมนีคาดว่าจะปรับตัวลดลงในเดือน มี.ค. เนื่องจากยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงต้นเดือน ก.พ. ขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้อบดบังการคาดการณ์เชิงบวก
สถาบัน GfK ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเยอรมนีเดือน มี.ค. จากการสำรวจความเห็นของชาวเยอรมนี 2,000 คน ร่วงลงมาอยู่ที่ระดับ -8.1 จากระดับ -6.7 ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขึ้นแตะ -6.3 ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1209-1.1313 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1220/24 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (24/2) ที่ระดับ 114.87/89 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (23/2) ที่ระดับ 115.13/15 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ จากสภาวะตึงเครียดในยูเครน ทำให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง และเพิ่มการถือครองสกุลเงินปลอดภัยอย่างสกุลเงินเยนมากขึ้น
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 114.42-115.11 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 114.70/72 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (24/2), ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนสหรัฐเดือน ม.ค. (25/2), ดัชนีการใช้จ่ายส่วนบุคคลพื้นฐานเดือน ม.ค.ของสหรัฐ (25/2)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ +0.50/+0.60 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -24/-1.4 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ