แรงหนุนหุ้น “พลังงาน-แบงก์” ลุ้น SET 1,700 จุด เฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เดือนนี้
บล.ฟิลลิป ประเมินตลาดหุ้นไทยเช้านี้ผันผวนอิงทางบวกยังคงมีลุ้นขึ้นทดสอบ 1,700 จุด ในกรอบระหว่าง 1,680-1,700 จุด แรงหนุนหุ้นกลุ่ม “พลังงาน-ธนาคาร” หลังราคาน้ำมันพุ่ง-เฟดส่งสัญญาณตามถ้อยแถลงต่อสภาคองเกรสวานนี้ พร้อมขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า ตลาดคาดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เดือนนี้ ฟาก “ดัชนี MSCI” ย้ายตลาดหุ้นรัสเซียไปยังกลุ่ม Standalone status คาดกระทบต่อเงินทุนเคลื่อนย้าย 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์ หนุนน้ำหนักการลงทุนตลาดหุ้นไทยถูกปรับขึ้น
วันที่ 3 มีนาคม 2565 บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ว่า ดัชนี SET Index เช้านี้คาดว่าจะผันผวนอิงทางบวกและยังคงมีลุ้นขึ้นทดสอบ 1,700 จุด ในกรอบระหว่าง 1,680-1,700 จุด ด้วยแรงหนุนจาก 1.หุ้นกลุ่มพลังงาน ตามทิศทางการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก นอกจากนี้ราคาถ่านหินยังปรับตัวขึ้นกว่า 27.80% เช่นเดียวกับสินค้าโภคภัณฑ์อื่นหลังความตึงเครียดรัสเซีย-ยูเครน ยังไม่มีวี่แววคลี่คลาย และเมื่อคืนนี้การเจรจาครั้งที่ 2 ได้ถูกเลื่อนออกไป
2.หุ้นกลุ่มธนาคาร หลังประธานกลางสหรัฐ (Fed) ส่งสัญญาณการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายชัดเจนในเดือนนี้ และ 3.เงินทุนต่างชาติ (Fund flow) ยังเป็นกำลังหลักผลักดันตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อดัชนีสำคัญ ๆ อย่าง FTSE Russell และ MSCI ประกาศปรับหุ้นรัสเซียออกจากการคำนวณดัชนี มีผล ณ ราคาเปิดวันที่ 7 มี.ค. และราคาปิด ณ วันที่ 9 มี.ค. ตามลำดับ ซึ่งจะส่งผลให้น้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นอื่นรวมถึงไทยถูกปรับขึ้น
โดยกลยุทธ์การลงทุน ภาพรวมหุ้นขนาดใหญ่ยังได้ประโยชน์จากทิศทางฟันด์โฟลว์ต่างชาติที่ไหลเข้าต่อเนื่องกว่า 84,000 ล้านบาท ตั้งแต่ต้นปี แนะนำเก็งกำไรระยะสั้นใน 1.หุ้นกลุ่มธนาคาร โดยเฉพาะหลังประธาน Fed ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยออกมา (KBANK, SCB, BBL) และหุ้นกลุ่มพลังงานและโรงกลั่นยังเล่นได้ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ (BCP) 2.Domestic play วันนี้แนะนำ PLANB และ 3.หุ้นปันผลโดดเด่น
ในส่วนของ MSCI ได้ย้ายตลาดหุ้นรัสเซียออกจากดัชนีหลักไปยังกลุ่ม Standalone status ร่วมกับ Panama, Lebanon, Palestine, Botswana and Zimbabwe เบื้องต้นคาดส่งผลกระทบต่อเงินทุนเคลื่อนย้ายราว 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
ด้านที่ประชุม OPEC+ มีมติคงการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบในเดือน เม.ย. 2565 ไว้ที่ 400,000 บาร์เรลต่อวันตามเดิม ขณะที่ในการประชุมไม่ได้กล่าวถึงวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน ทั้งนี้ต้องติดตามมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียจากนานาชาติที่ล่าสุดเริ่มมีการถอนการลงทุนของบริษัทน้ำมันในรัสเซียบ้างแล้ว (Exxon Mobil)
นอกจากนี้การคว่ำบาตรเริ่มลุกลามไปยังเบลารุสฐานที่สนับสนุนการก่อสงครามของรัสเซีย จึงมองว่าราคาน้ำมันยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นอีกมีโอกาสแตะ 115 เหรียญต่อบาร์เรลภายในเดือน มี.ค. 2565
ส่วนประธาน Fed มีถ้อยแถลงต่อสภาคองเกรสวานนี้ชี้พร้อมขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้าตามเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นแรงและจะทำการลดขนาดงบดุลในปีนี้ ส่วนเรื่องรัสเซีย-ยูเครน ยังคงมีความไม่แน่นอนสูงจากมาตรการคว่ำบาตร เบื้องต้นตลาดมองว่า Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนยบายในการประชุมเดือนนี้ 0.25%