เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

ศาลปกครองกลางยกฟ้อง ธาริต ร้อง ป.ป.ช.-เลขานายกฯ ไล่ออกราชการ

09 มี.ค. 2565 | 14:24น.
ศาลปกครอง

ศาลปกครองกลาง ยกฟ้อง “ธาริต” ยื่นฟ้องเพิกถอนคำสั่ง “ป.ป.ช.-เลขานายกฯ” ปมไล่ออกราชการปี 60 ชี้ 4 ประเด็นที่ยกอ้างฟังไม่ขึ้นทั้งสิ้น

วันที่ 9 มีนาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้องในคดีที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ฟ้องขอเพิกถอนคำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการ กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดว่า เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่ำรวยผิดปกติ อันเป็นการกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่

โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ประเด็นที่นายธาริตยกมา ได้แก่

1.การดำเนินการของ ป.ป.ช.ขัดกับมาตรา 80 วรรค 1 (2) แห่ง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2542 แท้จริงแล้วไม่ใช่ การดำเนินการของ ป.ป.ช. เป็นการปฏิบัติตามมาตรา 80 วรรค 1 (4) แห่งพ.ร.บ.ฉบับข้างต้นแล้ว

ซึ่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สามารถดำเนินการไล่ออกจากราชการได้ ไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแต่อย่างใด นอกจากนั้นพฤติกรรมการยักย้าย โอน แปรสภาพ หรือซุกซ่อนทรัพย์สินที่ได้มาผิดปกติ ถือเป็นพฤติการณ์แห่งการกระทำที่ร้ายแรงมาก

การนำคุณงามความดีในการป้องกันและปราบปรามทุจริต หรือประวัติการรับราชการที่ไม่เคยด่างพร้อย ก็ไม่เป็นเหตุที่จะต้องนำมาใช้ในการพิจารณาลดหย่อนโทษให้

เพราะนายธาริตเป็นผู้ถูกปลดออกจากราชการ และไม่ปรากฏว่าเลขาธิการนายกรัฐมนตรีใช้อำนาจโดยไม่ชอบตามกฎหมาย แถมในระหว่างการพิจารณาศาลแพ่งมีคำพิพากษาให้ทรัพย์สินของนายธาริตและภรรยารวม 341 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดินด้วย

2.การแจ้งสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ว่ากำลังฟ้องเพิกถอนคำสั่ง ป.ป.ช.อยู่ ควรรอให้มีคำตัดสินก่อน โดยอ้างแนวคำพิพากษาศาลปกครองกลางในคดีหมายเลขดำที่ บ.226/2559 นั้น ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ไม่มีบทบัญญัติไหนให้เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ต้องรอให้คำพิพากษาถึงที่สุดก่อน แล้วค่อยดำเนินการ ข้ออ้างนี้จึงฟังไม่ขึ้น

3.การที่ ป.ป.ช. นำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 2/2546 มาอ้างอิงในการแจ้งข้อหาร่ำรวยผิดปกติ ซึ่งนายธาริตอ้างว่า ไม่มีผลทางกฎหมาย เพราะศาลรัฐธรรมนูญในขณะนั้นสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญปี 2540 แล้วนั้น

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ป.ป.ช. ไต่สวนข้อเท็จจริงและพิจารณาวินิจฉัยว่าร่ำรวยผิดปกติ เป็นไปตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2542 มาตรา 80 วรรค 1 (4) ที่ให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนผู้ถูกกล่าวหา สั่งลงโทษ ไล่ออกหรือปลดออก

โดยให้ถือว่ากระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ ไม่ใช่ การไต่สวนข้อเท็จจริงและพิจารณาวินิจฉัยมีมติชี้มูลความผิดว่า กระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรงทุจริตต่อหน้าที่ ดังนั้น จึงไม่อาจนำมาเทียบเคียง ข้อนี้จึงฟังไม่ขึ้น

และ 4. การอ้างเอาคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สิน นายสมบัติ อุทัยสาง อดีต รมช.มหาดไทย ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 นางสุจิวรรณ อุทัยสาง กับพวกรวม 4 คน ตกเป็นของแผ่นดินในประเด็นว่า การชี้มูลในขณะที่ดำรงตำแหน่ง อธิบดีดีเอสไอ เข้านิยาม “ผู้บริหารระดับสูง” ตามมาตรา 4 แห่งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2542

ซึ่งจะมีผลให้เข้ากับมาตรา 80 วรรค 1 (1) ของพ.ร.บ.ฉบับเดียวกัน ที่จะต้องให้ประธาน ป.ป.ช.ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดยื่นคำร้องต่อศาล ซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณา พิพากษาคดีเพื่อขอให้ศาลสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเท่านั้น

ศาลเห็นว่า คำพิพากษาดังกล่าวเป็นการวินิจฉัยถึงอำนาจการไต่สวนของ ป.ป.ช. เท่านั้น และกรณีที่จะต้องบังคับแก่ทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวหาเท่านั้น ไม่อาจตีความตามที่นายธาริตอ้างได้

สรุปแล้วข้อกล่าวอ้างของนายธาริตในฐานะผู้ฟ้องคดีไม่อาจรับได้ พิพากษายกฟ้อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธาริต เพ็งดิษฐ์