เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ADVANC ประกาศเข้าลงทุน ‘SHEN’ บริษัทโฮลดิ้งในสิงคโปร์ ถือหุ้น 49% มูลค่า 1,463 ล้าน
Finance ADVANC ประกาศเข้าลงทุน ‘SHEN’ บริษัทโฮลดิ้งในสิงคโปร์ ถือหุ้น 49% มูลค่า 1,463 ล้าน
ราคาน้ำมันดิบปรับลด ตลาดจับตาผลหารือไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด ตลาดจับตาผลหารือไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
บีบยักษ์ค้าปลีกจ่ายเงิน SMEs เร็วขึ้น
Economic บีบยักษ์ค้าปลีกจ่ายเงิน SMEs เร็วขึ้น
ราคาทองวันนี้ (21 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (21 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,450 บาท
โลกนี้มีรถบินได้จริง ๆ สักที
Automotive โลกนี้มีรถบินได้จริง ๆ สักที
กสิกรไทย กำไร 9 เดือน เพิ่มขึ้น 3.43% แรงหนุนรายได้ไม่ใช่ดอกเบี้ย
Finance กสิกรไทย กำไร 9 เดือน เพิ่มขึ้น 3.43% แรงหนุนรายได้ไม่ใช่ดอกเบี้ย
นักท่องเที่ยวต่างชาติ 3 ปี ร่วงต่อเนื่อง ‘สทท.-ท่องเที่ยวไทย-จีน’ ชง 8 แนวทางเร่งสร้างเชื่อมั่นตลาดจีน
Business นักท่องเที่ยวต่างชาติ 3 ปี ร่วงต่อเนื่อง ‘สทท.-ท่องเที่ยวไทย-จีน’ ชง 8 แนวทางเร่งสร้างเชื่อมั่นตลาดจีน
หุ้นไทยรีบาวด์จำกัด! InnovestX วางแนวต้าน 1,570 จุด ชู GULF-HANA หุ้นเด่น
Finance หุ้นไทยรีบาวด์จำกัด! InnovestX วางแนวต้าน 1,570 จุด ชู GULF-HANA หุ้นเด่น
ปิดฉากประชุม ‘IMF-WBG’ ก้าวแห่งความสำเร็จของประเทศไทย
Finance ปิดฉากประชุม ‘IMF-WBG’ ก้าวแห่งความสำเร็จของประเทศไทย
โฆษกคลังวอนใจเย็น ‘ภาษีขาออก’ รอสรุป-แผนปรับได้
Finance โฆษกคลังวอนใจเย็น ‘ภาษีขาออก’ รอสรุป-แผนปรับได้
ดูทั้งหมด

พ่อแม่น้องเปรม ส่งศพไปนิติเวช รพ.ตำรวจ ขอลูกตัวเองเป็นกรณีสุดท้าย

15 มี.ค. 2565 | 16:43น.

พ่อแม่น้องเปรมเข้ารับศพลูกชายที่ รพ.ค่ายสุรนารีแล้ว ส่งต่อนิติเวช รพ.ตำรวจชันสูตรต่อ ยันเอาเรื่องถึงที่สุด พร้อมขอให้กรณีลูกตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย 

วันที่ 15 มีนาคม 2565 มติชน รายงานว่า นายเอกชัย ชนภักดี อายุ 55 ปี และนางนิตยา ชนภักดี อายุ 42 ปี พ่อ-แม่ ของนายพัสยศ ชนภักดี หรือเปรม อายุ 19 ปี นักศึกษา ปวส.ชั้นปีที่ 1 ที่เสียชีวิตหลังการรับน้องนอกสถานที่ ได้เดินทางมารับศพลูกชายที่โรงพยาบาลค่ายสุรนารี เพื่อนำมาให้แพทย์นิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ชันสูตรศพ เนื่องจากโรงพยาบาลค่ายสุรนารีไม่มีห้องความดันลบ ไม่สามารถผ่าชันสูตรน้องเปรมที่ติดเชื้อโควิด-19 ได้

พ่อขอให้เป็นกรณีสุดท้าย

โดยนายเอกชัย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ทราบข่าว รู้สึกเสียใจอย่างมาก แทบเป็นลม ไม่คาดคิดว่าจะเกิดแบบนี้ขึ้นกับลูกชายของตนเอง เพราะมันเคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง น้องๆ หลายคนต้องมาเสียชีวิตเพราะการรับน้องโหด หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่มันเจ็บปวดมาก เพราะทุกคนต่างตั้งความหวังไว้กับลูก ส่งให้มาเรียนหนังสือ แต่สุดท้ายก็มาจบลงด้วยเหตุที่ไม่ควรเกิดแบบนี้ ยังทำใจไม่ได้ จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

เบื้องต้น กลุ่มรุ่นพี่ 6 คน ที่ทำร้ายน้องเปรมมาเข้าพบแล้ว ซึ่งก็ไม่ใจร้ายใจดำ บอกไปว่า อย่าให้เกิดเหตุการณ์เลวร้าย หรือไปทำกับรุ่นน้องคนอื่นอีก ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับครอบครัวของใคร เพราะคนที่เจ็บที่สุดคือพ่อและแม่ ส่วนทางมหาวิทยาลัยก็เข้ามาพบและยินดีช่วยเหลือประสานงานเรื่องการส่งต่อไปตรวจชันสูตร ตอนนี้ทาง รพ.ค่ายสุรนารี ต้องขอตรวจสอบในเบื้องต้นก่อน

แม่เชื่อถูกรุ่นพี่ซ้อมหลายคน

ด้านนางนิตยา เปิดใจว่า ปกติน้องเปรมเป็นคนร่างกายแข็งแรง เป็นนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียนในจังหวัดมาหลายปี ถ้าน้องเปรมถูกรุ่นพี่เพียง 1 คนทำร้าย ก็เชื่อว่าอาการคงไม่หนัก แต่น้องเปรมกลับได้รับบาดเจ็บ อาการสาหัสจนถึงแก่ชีวิต คงจะโดนรุ่นพี่หลายคนรุมรับน้อง เพราะเพื่อนที่ไปรับน้องด้วยกันบอกว่า ทุกคนโดนรับน้องหมด โดยต่อยที่หน้าอก และน่าจะโดนที่จุดอื่นด้วย

นางนิตยากล่าวทิ้งท้ายว่า ที่สำคัญคือน้องเปรมน่าจะโดนอย่างรุนแรงหลายครั้งจากหลาย ๆ คน จึงทำให้เสียชีวิตลงได้ เพราะจากภาพข่าวมีรุ่นพี่ที่มานั่งขอขมาก็เกือบ 20 คน ซึ่งไม่รู้ว่าจริง ๆ ว่า น้องเปรมโดนรุ่นพี่กี่คนรับน้องกันแน่ ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับลูกหลานของใคร ขอให้เป็นกรณีสุดท้าย ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก

มหาลัยพร้อมช่วยเหลือ-ไล่ออก

ขณะที่ ผศ.ณรงค์ ผลวงษ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ม.เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน กล่าวว่า มหาวิทยาลัยไม่ได้นิ่งนอนใจ ให้ความช่วยเหลือกับครอบครัว โดยยินดีจะชดใช้และออกค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้

ส่วนการดำเนินคดี ตำรวจอยู่ระหว่างการเชิญตัวนักศึกษารุ่นพี่ 6-7 คนที่อยู่ในเหตุการณ์รับน้องไปสอบปากคำ ซึ่งจะมีการตั้งข้อหาหรือไม่นั้นยังไม่ทราบรายละเอียด ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน แต่หากตำรวจระบุว่ามีความผิด ทางมหาวิทยาลัยก็มีมาตรการลงโทษสูงสุดคือไล่ออก ซึ่งขึ้นอยู่กับพฤติการณ์และพยานหลักฐานเพราะปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการสอบสวนและกลุ่มรุ่นพี่ยังมีสถานะเป็นนักศึกษา

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว ทราบว่าเกิดขึ้นระหว่างคืนวันที่ 13-14 มีนาคม โดยเป็นกิจกรรมที่กลุ่มรุ่นพี่แอบจัดขึ้น โดยไม่ได้แจ้งกับทางมหาวิทยาลัย และเลือกสถานที่ที่อยู่ห่างไกลซึ่งกิจกรรมแบ่งเป็นฐาน มีการร้องเพลง และมีบทลงโทษ คือการต่อยเข้าที่ท้องนายพัดยศ

ส่วนรายละเอียดเหตุการณ์ยังไม่ได้สอบถามแน่ชัด ส่วนที่มีข่าวว่ามหาวิทยาลัยเคยจัดกิจกรรมรับน้องจนมีผู้เสียชีวิตมาแล้วก่อนหน้านี้ ยืนยันว่าขณะที่ตนดำรงตำแหน่งเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ กรณีนี้เป็นกรณีแรก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รับน้อง