กลุ่มรุ่นพี่ทำพิธีเชิญวิญญาณ “น้องเปรม” เหยื่อรับน้อง พ่อเอาเรื่องถึงที่สุด
กลุ่มรุ่นพี่ทำพิธีเชิญวิญญาณ “น้องเปรม” รุ่นน้องที่เสียชีวิต โดยมีแฟนสาวอุ้มท้อง 3 เดือนร่วมด้วย ญาติผู้ตายรุมก่นด่าหนัก พ่อลั่นดำเนินคดีถึงที่สุด
วันที่ 15 มีนาคม 2565 ข่าวสด รายงานว่า พ่อของ น้องเปรม อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ที่ถูกรุ่นพี่รับน้องจนเสียชีวิต เผยว่า หลังจากทราบข่าวการเสียชีวิตของลูกชาย ก็ได้เดินทางกลับมาจาก จ.นครศรีธรรมราช เพื่อมาดูศพที่โรงพยาบาลค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา เมื่อมาถึงตนก็เจอกับกลุ่มรุ่นพี่ที่ทำร้ายน้องเปรมจนเสียชีวิตแล้ว โดยมีทั้งหมด 6 คน เป็นผู้ชายทั้งหมด โดยรุ่นพี่ทั้ง 6 คนได้กราบเท้า และกล่าวขอโทษกับตน
“ก็ถามว่า ทำไมต้องทำกันรุนแรงอย่างนี้ พร้อมทั้งต่อว่าไปหลายอย่าง โดยที่รุ่นพี่ทุกคนก็ยอมรับผิด ช่วงสายวันนี้ ตนจะเดินทางไปรับศพน้องเปรมที่โรงพยาบาลค่ายสุรนารี เพื่อนำศพส่งไปตรวจพิสูจน์ที่กรุงเทพฯ โดยเบื้องต้นแพทย์แจ้งผลการตรวจร่างกายว่า น้องเปรมติดโควิด-19 แต่เป็นเชื้ออ่อน ๆ” พ่อผู้เสียชีวิตระบุ
หลังเกิดเหตุผู้บริหารของมหาวิทยาลัยได้ติดต่อมาเบื้องต้นแล้ว และอธิบายว่าการรับน้องดังกล่าวอยู่นอกมหาวิทยาลัยนอกเหนือการควบคุม แต่จะขอร่วมแสดงความรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยจะเยียวยาช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทางมหาวิทยาลัยจะเรียกรุ่นพี่ที่ก่อเหตุและผู้ปกครองมาสอบสวนข้อเท็จจริงและจะมีมาตรการลงโทษตามระเบียบมหาวิทยาลัยถึงขั้นให้ออกจากการเป็นนักศึกษา
ส่วนคดีความก็จะปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ซึ่งก็ต้องรอพูดคุยกันอีกครั้งว่าจะรับผิดชอบอย่างไร อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับรุ่นพี่และผู้เกี่ยวข้องให้ถึงที่สุด
ทำพิธีเชิญวิญญาณ ญาติรุมด่า
ข่าวสด รายงานอีกว่า บริเวณทุ่งนาบ้านหนองระเวียง อ.เมืองนครราชสีมา ซึ่งเป็นที่เกิดเหตุ กลุ่มรุ่นพี่ได้มาร่วมประกอบพิธีเชิญดวงวิญญาณของน้องเปรมกลับบ้านตามความเชื่อ โดยกลุ่มรุ่นพี่ได้เดินทางไปทำพิธีขอขมา และเชิญวิญญาณ มีแฟนสาวของน้องเปรมซึ่งกำลังตั้งท้อง 3 เดือน มาจุดธูปด้วยความโศกเศร้า
โดยระหว่างประกอบพิธี มีญาติของน้องเปรมมามุงดูและรุมตะโกนต่อว่า ใจความหลัก ๆ คือ
“น้องเปรม ไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าลูก ลูกไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าพ่อ กำพร้าตั้งแต่ในท้อง ไม่เป็นพ่อแม่คนไม่รู้กันหรอก”
“น้องเปรม ไม่ใช่เด็กเกเร ไปรับจ้างทำงานเรียนหนังสือ มันแสนสาหัสขนาดไหนสิ่งที่ทำ การรับน้องแบบนี้มันล้าสมัย พ่อแม่หาเงินมาให้เรียน ไม่มีก็หายืมให้เรียนสูง ๆ ไม่อยากให้ลำบาก แล้วก็มาเป็นแบบนี้ เรียนจบจะได้หาเงินเลี้ยงพ่อแม่ สุดท้ายก็ไม่เหลืออะไรเลย”