พ่อน้องเปรม ย้ำไม่รับเงินเยียวยา เอาเรื่อง 7 รุ่นพี่ถึงที่สุด
เผาแล้ว เหยื่อรับน้องโหด “พ่อน้องเปรม” กร้าวไม่เอาเงินเยียวยาจากผู้ปกครอง 7 รุ่นพี่ ยันเอาเรื่องถึงที่สุด ขณะที่มหาวิทยาลัยช่วยเหลือเยียวยาครอบครัว-แฟนสาว
วันที่ 21 มีนาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่ นายพัสยศ ชลภักดี หรือเปรม อายุ 19 ปี นักศึกษา ปวส.ชั้นปีที่ 1 สาขาช่างกลโรงงาน วิทยาลัยนวัตกรรมอาชีพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) อีสาน นครราชสีมา ถูกรุ่นพี่ 7 คน ซึ่งเป็นนักศึกษา ปวส.ชั้นปีที่ 2 สาขาและสถาบันการศึกษาเดียวกัน ร่วมทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต เหตุเกิดช่วงกลางคืนวันที่ 13 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา
วันนี้ (21 มีนาคม 2565) ข่าวสด รายงานว่า วันประชุมเพลิงนายพัสยศ ที่ศาลาธรรมนิมิต วัดสีคิ้วคณารามหรือวัดน้อย อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ผู้บริหาร คณาจารย์และนักศึกษาที่เป็นกลุ่มเพื่อน ๆ รวมทั้งผู้ที่รู้จักมักคุ้น ได้ทยอยเดินทางมาร่วมพิธี ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า
ลมจับดูหน้าลูกครั้งสุดท้าย
จากนั้นนายเอกชัย ชลภักดี อายุ 55 ปี นางนิตยา ชลภักดี อายุ 42 ปี พ่อแม่ของน้องเปรมและ น.ส.พิมพรรณ เพ็ชรยิ้ม แฟนสาวรวมทั้งเครือญาติได้ช่วยกันต้อนรับแขก จากนั้นนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เป็นประธานทอดผ้าบังสุกุล และ น.ส.พิมพรรณ แฟนสาวน้องเปรม จะเป็นผู้อ่านประวัติ
ก่อนเคลื่อนย้ายศพขึ้นเมรุเพื่อประชุมเพลิงเวลา 16.35 น. นายเอกชัยได้ขอดูหน้าลูกชายเป็นครั้งสุดท้ายแล้วเป็นลมล้มพับ ด้านแม่และน้องสาวปล่อยโฮออกมา สร้างความสะเทือนใจต่อผู้พบเห็น ส่วนผู้ปกครองรุ่นพี่ได้ฝากเงินกับอาจารย์เป็นการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายพิธีปลงศพไม่ได้เดินทางมาร่วมพิธีด้วย
นายเอกชัยกล่าวภายหลังว่า ต้องอยู่ทำธุระให้เสร็จก่อนจึงจะเดินทางลงใต้ ส่วนเรื่องหลานก็ต้องอยู่กับแม่เขาที่นี่ ใจก็อยากให้ไปอยู่ด้วย ส่วนเรื่องคดีได้คุยกับผู้ปกครองรุ่นพี่มาครั้งหนึ่ง ยืนยันไม่ขอรับเงิน ประสงค์ให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย สุดท้ายอยากให้วิญญาณลูกไปอยู่ภูมิภพที่ดี

ระดมทุนช่วยครอบครัว-แฟนสาว
ด้านนายกัมปนาท ถ่ายสูงเนิน รองคณบดีฝ่ายบริหาร สถาบันสหสรรพศาสตร์ เปิดเผยว่า วันนี้เพื่อนนักศึกษาทั้ง 2 กลุ่ม ประมาณ 60 คน ได้มาร่วมส่งวิญญาณน้องเปรมไปสู่ภูมิภพที่ดี เป็นเด็กใฝ่รู้ มีความกระตือรือร้น จบการศึกษาจะสามารถช่วยประเทศชาติได้มาก
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ช่วงวันอาทิตย์ไม่ใช่เราจะปฏิเสธความรับผิดชอบแต่อยู่นอกเหนือการควบคุม สุดวิสัยจริง ๆ ขณะนี้เราได้ช่วยเหลือเยียวยา โดยรวบรวมเงินบริจาคจองศิษย์เก่า 52 รุ่น ได้ประมาณ 4 แสนบาท ที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดี โดยนำมามอบให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต แนวทางปฏิบัติต่อไปต้องมีส่วนร่วมกับชุมชนรอบข้างให้ช่วยเป็นหูเป็นตาให้
ทั้งนี้ เครือข่ายศิษย์เก่าจากแผนกวิชาและสาขาวิชาต่าง ๆ ของ มทร.อีสาน ซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่จบการศึกษาจากสถาบันนี้ได้ร่วมจัดตั้งกองทุนรวบรวมเงินสำหรับการดูแลครอบครัวของนายพัสยศ ในชื่อ “กองทุนพี่และครูร่วมดูแลครอบครัวน้องพัสยศ ชลภักดี” เพื่อรวบรวมเงินสำหรับการดูแลค่าใช้จ่ายของ น.ส.พิมพรรณ นักศึกษาสาขาวิชาการจัดการทั่วไป คณะบริหารธุรกิจ มทร.อีสาน ซึ่งเป็นแฟนสาวของน้องเปรม
เพื่อให้กำลังใจและดูแลค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาจนสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีตามที่ตั้งใจ ล่าสุดมีเงินโอนเข้ามาประมาณ 2.5 แสนบาท
ช่วยแฟนสาวจนจบการศึกษา
ขณะที่สรวิศ ต.ศิริวัฒนา ผู้ช่วยอธิการบดี มทร.อีสาน กล่าวว่า ตนและนายทนง มั่นวงษ์ พร้อมคณะศิษย์เก่า มทร.อีสาน ได้พูดคุยกับ น.ส.พิมพรรณ เพื่อสอบถามความต้องการและคณาจารย์รวมทั้งศิษย์เก่าจะสามารถดำเนินการได้ทราบ
เบื้องต้น น.ส.พิมพรรณมุ่งมั่นต้องการจบระดับปริญญาตรี ซึ่งตนจะได้ประสานศิษย์เก่าสาขาวิชาต่าง ๆ ที่มีความห่วงใยร่วมกันดูแลน้อง
โดยได้รับการประสานจาก พ.ต.อ.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ รอง ผบก.ส.1 ซึ่งเป็นศิษย์เก่าคณะบริหารธุรกิจ มทร.อีสาน และเป็นคณะที่ น.ส.พิมพรรณศึกษาอยู่ พ.ต.อ.ทรงพลห่วงใยต่อผลกระทบที่ น.ส.พิมพรรณได้รับเป็นอย่างมากอาจเป็นอุปสรรคต่อการเรียน จึงแจ้งความประสงค์ยินดีสนับสนุนค่าใช้จ่ายรายเดือนละ 5,000 บาท ตลอด 3 ปี จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี
ส่วนผู้ช่วยศาสตราจารย์ณรงค์ ผลวงษ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี มทร.อีสาน มีข้อสั่งการให้ดูแลการจัดพิธีบำเพ็ญกุศล อำนวยความสะดวกแก่ญาติของนายพัสยศ ตั้งแต่การสวดอภิธรรมจนพิธีฌาปนกิจแล้วเสร็จ
ขณะเดียวกันได้มอบให้ดูแล น.ส. พิมพรรณ แฟนสาวของน้องเปรมไปพร้อมกันด้วย โดยคณบดีคณะบริหารธุรกิจ มอบหมายให้หัวหน้าสาขาวิชาและอาจารย์ที่ปรึกษาคอยติดตามดูแลผลกระทบด้านจิตใจและวางแผนการศึกษาจนสำเร็จการศึกษาได้

