เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คมนาคม เบรก ”แลนด์บริดจ์-พ.ร.บ.SEC“ ยังไม่เสนอครม. รอผลศึกษาสะเด็ดน้ำจาก“เอกนิติ”
Politics คมนาคม เบรก ”แลนด์บริดจ์-พ.ร.บ.SEC“ ยังไม่เสนอครม. รอผลศึกษาสะเด็ดน้ำจาก“เอกนิติ”
สรุปเวทีเสวนา “6 ปีที่ต้าร์ไม่อยู่ การต่อสู้ การรอคอย และความหวัง”
News สรุปเวทีเสวนา “6 ปีที่ต้าร์ไม่อยู่ การต่อสู้ การรอคอย และความหวัง”
ปริศนา “สุภาพร พิมพงษ์” เขย่าตลาดทุนไทย สั่นคลอนหน่วยงานกำกับ จับตา ก.ล.ต. ตรวจเชิงลึก
Finance ปริศนา “สุภาพร พิมพงษ์” เขย่าตลาดทุนไทย สั่นคลอนหน่วยงานกำกับ จับตา ก.ล.ต. ตรวจเชิงลึก
จับเทรนด์ ‘ศูนย์การค้า’ ไทย จากห้างขายของสู่พื้นที่ใช้ชีวิต
Business จับเทรนด์ ‘ศูนย์การค้า’ ไทย จากห้างขายของสู่พื้นที่ใช้ชีวิต
‘ดร.กอบศักดิ์’ มองดอกเบี้ย 1%-เงินบาทอ่อน เพิ่มแรงส่งเศรษฐกิจ คาดจีดีพี 1.5-2.0%
Finance ‘ดร.กอบศักดิ์’ มองดอกเบี้ย 1%-เงินบาทอ่อน เพิ่มแรงส่งเศรษฐกิจ คาดจีดีพี 1.5-2.0%
สภาฉลุย 306 เสียง คว่ำนิรโทษ ม.112 เยาวชน ปิดจ๊อบ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ชงขึ้นทูลเกล้าฯ
Politics สภาฉลุย 306 เสียง คว่ำนิรโทษ ม.112 เยาวชน ปิดจ๊อบ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ชงขึ้นทูลเกล้าฯ
SET วันนี้ (8 ก.ค.) ร่วงแรง 27.88 จุด ปิดตลาดดัชนีหลุดต่ำกว่า 1,600 จุด ปมอิหร่านโจมตีช่องแคบฮอร์มุซ
Finance SET วันนี้ (8 ก.ค.) ร่วงแรง 27.88 จุด ปิดตลาดดัชนีหลุดต่ำกว่า 1,600 จุด ปมอิหร่านโจมตีช่องแคบฮอร์มุซ
แอสเซทไวส์-ออริจิ้น ตุนยอดขายบ้าน-คอนโดฯ ครึ่งปีแรกคึก ลุยต่อครึ่งปีหลัง
Real Estate แอสเซทไวส์-ออริจิ้น ตุนยอดขายบ้าน-คอนโดฯ ครึ่งปีแรกคึก ลุยต่อครึ่งปีหลัง
“ศุภชัย” ปัดตอบปมสุภาพรถือหุ้นทรู 7% โยน ก.ล.ต.สอบ 
Finance “ศุภชัย” ปัดตอบปมสุภาพรถือหุ้นทรู 7% โยน ก.ล.ต.สอบ 
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดผลงาน SET ครึ่งปีแรกหุ้นขึ้น 26.3% เดือน มิ.ย. พุ่ง 1.5%
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดผลงาน SET ครึ่งปีแรกหุ้นขึ้น 26.3% เดือน มิ.ย. พุ่ง 1.5%
ดูทั้งหมด

ต้นทุนภาคผลิตพุ่งไม่หยุด ปุ๋ย-เหล็ก-ธัญพืชขึ้นราคา

16 มี.ค. 2565 | 15:41น.

ผลกระทบวิกฤตรัสเซีย-ยูเครนบานปลายหนัก ทั้งน้ำมัน-สินแร่เหล็ก/นิกเกล-ธัญพืชไปจนถึงปุ๋ยเคมี ต่างร้องขอขึ้นราคา-ลดการควบคุมของรัฐ สินค้าหลายรายการปรับขึ้นราคาขายปลีกไปแล้ว รวมถึงเหล็กรีดร้อน-ปุ๋ยเคมี ส่วนการนำเข้าข้าวสาลี-ข้าวโพดกระทบต้นทุนผลิตอาหารคน-อาหารสัตว์

วิกฤตการณ์รัสเซีย-ยูเครนได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยเป็นวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นด้านพลังงาน-พืชอาหาร ไปจนกระทั่งถึงสินแร่สำคัญ จน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องลงมาสั่งการให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องหาทางลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนและผู้ประกอบการให้มากที่สุด

แยกเซอร์ชาจน้ำมันจากค่าตั๋ว

นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยเวียตเจ็ท กล่าวถึงราคาน้ำมันเครื่องบินที่ปรับสูงต่อเนื่องได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ “ต้นทุน” การดำเนินธุรกิจของสายการบิน โดยส่วนที่ได้รับผลกระทบหนักคือ เส้นทางบินภายในประเทศ เนื่องจากการกำหนดราคาบัตรโดยสารจะต้องบวก “ค่าธรรมเนียมน้ำมัน (Fuel Surcharge)” เข้าไปด้วย

ดังนั้นการปรับขึ้นของราคาน้ำมันจึงทำให้สายการบินต้องพิจารณาปรับขึ้นราคาบัตรโดยสาร ส่วนเส้นทางบินระหว่างประเทศอนุญาตให้สายการบินเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมันแยกจากบัตรโดยสารได้เช่นเดียวกับค่าภาษีสนามบิน ดังนั้นการปรับขึ้น-ลงของราคาน้ำมันจึงไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการกำหนดราคาบัตรโดยสาร

ที่ผ่านมาสมาคมสายการบินประเทศไทยได้ทำหนังสือถึงสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เพื่อขอเก็บค่าธรมเนียมน้ำมัน แยกออกจากราคาบัตรโดยสารเที่ยวบินภายในประเทศเช่นเดียวกับเที่ยวบินระหว่างประเทศ เพื่อรักษาราคาบัตรโดยสารให้อยู่ในระดับเดิมต่อไปได้

ด้านนายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส กล่าวว่า ในภาวะปกติต้นทุนราคาน้ำมันโลกส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินการของสายการบินในสัดส่วนประมาณ 30-35%

แต่ในภาวะปัจจุบันต้นทุนหลักของสายการบินกลับเป็นค่าเช่าเครื่องบิน และค่าบุคลากร ส่วนต้นทุนน้ำมันคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 15% เท่านั้น ทำให้บางกอกแอร์เวย์สยังสามารถรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้

“ที่ผ่านมาราคาน้ำมันพุ่งทะลุกว่า 100 เหรียญ/บาร์เรล หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 40-50% จากปีที่ผ่านมาที่ระดับราคาเฉลี่ย 70-80 เหรียญ/บาร์เรล ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการฟื้นตัวของธุรกิจการบินและการท่องเที่ยว แต่บริษัทจะยังไม่ปรับขึ้นราคาบัตรโดยสารในช่วงนี้

เนื่องจากภาวะการแข่งขันที่รุนแรงและหวังว่าสำนักงานการบินพลเรือนฯจะพิจารณาให้สายการบินสามารถแยกเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมันของเส้นทางการบินในประเทศแยกออกจากราคาบัตรโดยสารได้อย่างชัดเจนในเร็ว ๆ นี้” นายพุฒิพงศ์กล่าว

เหล็กรีดร้อนขยับขึ้นราคา

ด้านสถานการณ์ราคาเหล็กภายในประเทศกำลังได้รับผลกระทบจากแหล่งนำเข้าวัตถุดิบ (Billet-Slab-Scrap) สำคัญในรัสเซีย-ยูเครนที่ปรับขึ้นราคาและได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก ตลอดจนค่าเฟดเรือปรับขึ้นราคา ส่งผลให้ยุโรปหันมาซื้อ Billet-Slab ในภูมิภาคเอเชียมากขึ้น โดยราคา Billet หรือเหล็กแท่งทรงยาว ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการรีดเป็นเหล็กแผ่นรีดร้อน ปรับราคาขึ้นไปถึง 810 เหรียญ/ตัน

ส่วนราคาเศษเหล็ก (Scrap) ที่ใช้ในการผลิตเหล็กรีดร้อนและเหล็กเส้น ราคาในตลาดโลกได้ปรับขึ้นไปถึง 610 เหรียญ/ตัน ส่งผลให้บริษัทผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนปรับขึ้นราคาอีก 2 บาท เป็น 32 บาท/กก.แล้ว ในขณะที่เหล็กเส้นราคาหน้าโรงงานก็ขยับขึ้นเช่นกัน

โดย นายนาวา จันทนสุรคน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ SSI และในฐานะประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึง สถานการณ์อุตสาหกรรมเหล็กขณะนี้ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน เนื่องจากเป็นประเทศที่ส่งออกวัตถุดิบสำคัญและรายใหญ่ที่สุดของโลกอย่างสินแร่เหล็ก น้ำมัน ก๊าซ และไทยเองมีสัดส่วนการนำเข้าวัตถุดิบจากรัสเซีย 1.8% ยูเครน 0.8%

ดังนั้นจึงส่งผลให้สินคาเหล็กต้องปรับตัวเพิ่มขึ้น 10-20% โดยเฉพาะในแถบยุโรปที่ปรับขึ้นไปแล้วก่อนหน้านี้ และแน่นอนว่าจะมีผลพวงมายังแถบเอเชียและไทยในไม่ช้า ซึ่งหากรัสเซีย-ยูเครนไม่สามารถเจรจากันได้ ราคาเหล็กในประเทศจะพุ่งขึ้นในช่วงไตรมาส 2/2565 นี้แน่นอน และจะรุนแรงขึ้นในไตรมาส 3/2565

“สินค้าเหล็กเป็นสินค้าควบคุม ถูกดูแลโดยกระทรวงพาณิชย์ การจะปรับขึ้นจะต้องไม่ให้กระทบต่อตลาดและผู้บริโภค สิ่งที่เราทำได้ตอนนี้คือเรายังคงพยายามตรึงราคาไว้ให้นานที่สุด และหากขึ้นต้องไม่ให้สูงกว่ากลไกตลาด แม้จะมีบางบริษัทที่ปรับราคาขึ้นไปแล้วเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบก็ตาม”

ส่วนภาพรวมการใช้เหล็กโลก 1,855 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 4.5% โดยปี 2565 คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.2% อยู่ที่ 1,896 ล้านตัน โดยปริมาณการใช้เหล็กในเอเชียมากที่สุดถึง 1,300 ล้านตัน ในขณะที่สถานการณ์ราคาเหล็กทยอยปรับขึ้นมาตั้งแต่ปลายปี 2564 ซึ่งปัจจุบัน ณ เดือน ก.พ. 2565 เหล็กทรงแบน (Slab) ปรับขึ้น 23%, เหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนขึ้น 10.1%, บิลเล็ตขึ้น 9.8% และเหล็กเส้นขึ้น 7.5%

ขณะที่ไทยปี 2564 มีการใช้เหล็ก 18.64 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้น 12.8% โดยมาจากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เติบโตขึ้น จึงคาดว่าปี 2565 จะมีการใช้เหล็ก 19.6 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้น 5% มาจากอุตสาหกรรมก่อสร้าง ในส่วนของบริษัทสหวิริยาฯเองปี 2565 คาดว่าจะมียอดขายเหล็กเพิ่มขึ้นถึง 15% หรือ 1.39 ล้านตัน ใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้างเป็นสัดส่วน 50% เพิ่มการส่งออกไปต่างประเทศจาก 10,000 ตัน เป็น 40,000 ตัน

นอกจากนี้ราคา “แร่นิกเกิล” ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าและเหล็กสแตนเลสก็มีราคาพุ่งขึ้นสูงกว่า 250% (มากกว่า 50,000 เหรียญ/ตัน) ในตลาดโลกด้วย โดยราคานิกเกิลที่พุ่งขึ้นสูงเป็นผลมาจากมาตรการคว่ำบาตรการรับซื้อนิกเกิลจากรัสเซีย ส่งผลให้ปริมาณนิกเกิลออกสู่ตลาดน้อยลง ประกอบกับรัสเซียเองเป็นแหล่งแร่นิกเกิลสำคัญของโลก หากสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครนยังยืดเยื้อต่อไปและราคาแร่ยังอยู่ในระดับสูงก็จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าแน่นอน

ขอเลิกคุมราคาปุ๋ย

ด้าน นายกองเอกเปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช นายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย กล่าวถึงผลกระทบจากวิกฤตรัสเซีย-ยูเครนที่ทำให้ต้นทุนปุ๋ยปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 10 ปี ตั้งแต่ 51-193% โดยขณะนี้ราคายูเรีย (46-0-0) ปรับขึ้นจากตันละ 360 เหรียญ เมื่อปีก่อนเป็น 1,000 เหรียญ/ตัน หรือเพิ่มขึ้น 178%, โพแทสเซียม หรือ MOP (0-0-60) ปรับจากตันละ 256 เป็น 750 เหรียญ/ตัน หรือเพิ่มขึ้น 193%

ต้นทุน AS (21-0-0) ปรับเพิ่มขึ้นจากตันละ 180 เหรียญ/ตัน เป็น 320 เหรียญ/ตัน หรือเพิ่มขึ้น 78% และฟอตเฟต DAP(18-46-0) จากตันละ 570 เป็น 858 เหรียญ/ตัน หรือเพิ่มขึ้น 51% ซึ่งโดยปกติไทยจะนำเข้าปุ๋ยปีละ 5 ล้านตัน โดยมีการนำเข้าจากแหล่งนำเข้าหลัก คือ จีน 1.09 ล้านตัน, ซาอุดีอาระเบีย 720,000 ตัน ขณะที่รัสเซียและเบลารุส (เครือข่ายอาณานิคมรัสเซีย) รวมถึง 710,000 ตัน

“ในส่วนของการนำเข้าจากรัสเซียต้องนับรวมกับประเทศเบลารุสด้วยเพราะเบลารุสส่งปุ๋ยผ่านทางยูเครน หากเทียบย้อนหลังไป 3 ปี นับจากปี 2562 ไทยนำเข้าจาก 2 ประเทศนี้ปริมาณ 657,000 ตัน เพิ่มเป็น 637,000 ตัน ในปี 2563 และ 710,000 ตัน ในปี 2564 ซึ่งหลัก ๆ จากเบลารุสเป็นปุ๋ยสูตร 0-0-60 ส่วนรัสเซียจะเป็นสูตร 15-15-15 / 16-16-16 และสูตร 18-46-0 ตอนนี้น่ากังวลว่า นอกจากต้นทุนสูงขึ้นแล้ว อาจจะหาซื้อปุ๋ยไม่ได้ เพราะภาวะตลาดขณะนี้ทุกประเทศเร่งสต๊อกปุ๋ยไว้ใช้หมด” นายกองเอกเปล่งศักดิ์กล่าว

โดยสมาคมได้ทำหนังสือถึงกระทรวงพาณิชย์ขอให้พิจารณา “ปลดล็อก” มาตรการดูแลราคาปุ๋ยด้วยการกำหนดเพดานราคาจำหน่ายปุ๋ย โดยระดับราคาดังกล่าวเป็นราคาที่อาศัยต้นทุนเมื่อ 10 ปีก่อน

ล่าสุด “ประชาชาติธุรกิจ” สำรวจร้านขายปุ๋ยเคมีในจังหวัดใหญ่ ๆ พบว่าต่างปรับขึ้นราคากันหมดแล้ว โดยนายบุญเกิด มีทวี ผู้จัดการ บริษัท เอ็ม.ที.ฟรุท โปรดักส์ จำกัด ผู้ส่งออกส้มโอรายใหญ่ จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า ตอนนี้ราคาปุ๋ยแพงมาก จากเดิมราคา 800 บาท/กระสอบ ปัจจุบัน 1,200-1,500 บาทต่อกระสอบ หรือกระโดดขึ้นกว่า 50% ซึ่งสวนทางกับราคาขายผลผลิตที่ค่อนข้างตกต่ำ

นายไพบูลย์ ลิ้มเลิศวาที ประธานหอจังหวัดชุมพร ในฐานะเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน กล่าวว่า เกษตรกรเดือดร้อนจากราคาปุ๋ยเคมีที่ปรับขึ้นทุกตัว โดยเฉพาะ ปุ๋ย 0-0-60 โพแทสเซียมคลอไรด์ ราคาปรับขึ้นมาสูงถึง 2 เท่าตัวจาก 680 บาท/กระสอบ น้ำหนัก 50 กก.วันนี้ขึ้นมาที่ราคา 1,300 บาท/กระสอบ แต่ราคาผลปาล์มน้ำมันยังขายได้ราคาดี (9.50-10 บาทต่อ กก.) ขณะที่ต้นทุนการผลิตอยู่ที่ประมาณ 3.50 บาทต่อ กก. ทำให้เกษตรกรยังสามารถซื้อปุ๋ยมาใช้ได้

ด้าน นายสมศักดิ์ พานิช ประธานชมรมโรงสีข้าวระโนด จ.สงขลา กล่าวว่า ปุ๋ย-ยาปราบศัตรูพืช ต่างราคาขยับขึ้นหมด โดยบางตัวขยับขึ้นถึง 30-40% ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตข้าวที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับ นายนัด ดวงใส รองประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด (ชสท.) กล่าวว่า ราคาปุ๋ยน่าวิตกมากสำหรับเกษตรกร

เพราะประเทศไทยต้องนำเข้าแม่ปุ๋ยจากต่างประเทศทั้งสิ้น ปุ๋ยราคาขยับขึ้นทุกตัว บางตัวปรับขึ้นเท่าตัว บางตัวปรับขึ้นเกือบ 200% ปกติทุกปีประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน ราคาปุ๋ยจะไม่สูงแต่ปีนี้กลับราคาสูงไปก่อนแล้ว ราคาปุ๋ยแพงขึ้นส่งผลกระทบหนักต่อต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะชาวนาที่ปลูกข้าว เพราะราคาข้าวปีนี้ไม่ค่อยสูง

อาหารสัตว์-ข้าวโพดยังฝุ่นตลบ

สำหรับสถานการณ์ราคาธัญพืชได้ปรับขึ้นราคาสูงสุดในรอบ 10 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาข้าวสาลีและข้าวโพด ซึ่งจะกระทบต่อราคาอาหารสัตว์ส่งผลต่อเนื่องไปถึงราคาเนื้อสัตว์นั้น นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย กล่าวว่า ยูเครนและรัสเซียเป็นผู้ผลิตพืชวัตถุดิบอาหารสัตว์รายสำคัญและยังมีปริมาณการส่งออกข้าวสาลีรวมกัน 29% ของทั้งโลก มีการส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์คิดเป็น 19% ของตลาดโลก

เมื่อเกิดปัญหาทำให้ราคาข้าวสาลีปรับขึ้นจากกก.ละ 8.91 บาท เป็น 12.75-13.00 บาท หรือประมาณ 30-35% ขณะที่ราคาข้าวโพดของไทยก็ปรับสูงขึ้น ทั้งยังมีปริมาณการผลิตเพียง 4.5 ล้านตัน ต่ำกว่าความต้องการใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ที่มีปริมาณ 8 ล้านตัน ทำให้ผู้ผลิตอาหารสัตว์ต้องรับซื้อข้าวโพดในประเทศตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดไว้อัตรา 3 ส่วน เพื่อนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน

ซึ่งแม้ว่าจะซื้อข้าวโพดทั้งประเทศ 4.5 ล้านตัน บวกกับข้าวสาลีนำเข้า 1 ล้านตัน รวม 5.5 ล้านตัน ก็ยังต้องนำเข้าวัตถุดิบอีก ดังนั้นจึงเสนอให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณายกเลิกมาตรการ 3 ต่อ 1 เพื่อ “ปลดล็อก” นำเข้าวัตถุดิบ และลดภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือจาก 2% เหลือ 0%

ขณะที่นายพรเทพ ปู่ประเสริฐ นายกสมาคมการค้าพืชไร่ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2565 สมาคมฯได้ทำหนังสือ 2 ฉบับยื่นต่อพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฉบับแรกเป็นการให้ความเห็นเกี่ยวกับการพิจารณาตรวจสอบปริมาณวัตถุดิบเลี้ยงสัตว์ทั้งระบบของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและระบบมาตรการ 3:1

เพื่อความเป็นธรรมของทุกฝ่ายในระบบห่วงโซ่อาหารสัตว์ ทางสมาคมการค้าพืชไร่ขอให้มีการเช็กสต๊อกวัตถุดิบอาหารสัตว์ทั้งระบบ รวมถึงวัตถุดิบทดแทนอาหารสัตว์อื่น ๆ ที่ผู้ประกอบการผลิตอาหารสัตว์อ้างว่า “ขาดแคลน” และขอให้ตรวจสอบมาตรการ 3:1 ในรอบการผลิต 63/64 รวมถึง 64/65

ส่วนหนังสืออีกฉบับเรื่องผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อเกษตรกรไทยที่เพาะปลูกและผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์ภายในประเทศ จากการยกเลิกมาตรการรับซื้อข้าวโพด 3 ส่วนเพื่อนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน หรือ 3:1 ตามเงื่อนไข ในการขออนุญาตและการอนุญาตให้นําข้าวสาลีเข้ามาในราชอาณาจักร ในระยะสั้นและระยะยาว

โดยสมาคมฯคัดค้านการยกเลิกมาตรการ 3:1 และขอให้นำมาตรการภาษีอากรนำเข้ามาใช้หลังสถานการณ์ราคาธัญพืชโลกกลับมาเป็นปกติ รวมทั้งนำมาตรการนำเข้าข้าวบาร์เลย์เข้ามารวมอยู่ในมาตรการ 3:1 เพื่อเป็นการปกป้องเกษตรกร

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รัสเซีย-ยูเครน