เลขาฯ สมช. ชง ปรับพื้นที่ควบคุมโรคโควิด-19 ผ่อนคลายมาตรการเข้าประเทศไม่ต้องตรวจ RT-PCR เหลือ ATK แทน จ่อ ไฟเขียว จัดงานสงกรานต์ได้ภายใต้มาตรการ สธ. ปลดล็อกผับ-บาร์ ส่อ แท้ง ใส่หน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ-พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังจำเป็น
ปรับลดพื้นที่สถานการณ์
วันที่ 17 มีนาคม 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 (ศปก.ศบค.) ถึงการประชุมศบค.ชุดใหญ่ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค.ในวันพรุ่งนี้ (18 มี.ค.) ว่า การประชุม ศบค.ชุดใหญ่ในวันพรุ่งนี้ จากการประเมินสถานการณ์โควิด-19 ประจำวงรอบจะเสนอ ปรับพื้นที่สถานการณ์ในบางพื้นที่ เช่น จากพื้นที่สีส้มเป็นพื้นที่สีเหลือง จากพื้นที่สีเหลืองเป็นพื้นที่สีเขียว
“ถึงแม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะสูงขึ้นกว่าเดือนกุมภาพันธ์ หลังช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นต้นมา แต่บางพื้นที่ทรงตัวและลดลง รวมถึงตัวเลขผู้ติดเชื้อและตัวเลขผู้หายป่วยมีจำนวนใกล้เคียงกันอย่างต่อเนื่อง จึงจะมีการประเมินปรับลดพื้นที่บางพื้นที่ให้มีความผ่อนคลายมากขึ้น” พล.อ.สุพจน์กล่าว
จัดงานสงกรานต์ได้ภายใต้มาตรการโซนนิ่ง
พล.อ.สุพจน์กล่าวว่า นอกจากนี้จะมีการพิจารณามาตรการในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ทำข้อมูลเสนอไว้แล้ว และเมื่อวานนี้ (16 มี.ค.) มีการประชุมโต๊ะเล็ก ซึ่งจะมีมาตรการเพิ่มเติมและเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ศปก.ศบค.ในวันนี้ จากนั้นในวันพรุ่งนี้จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ศบค.ต่อไป
“ศปก.ศบค.เตรียมข้อมูลเสนอ ศบค.ให้จัดงานสงกรานต์ได้ภายใต้มาตรการของกระทรวงสาธารณสุข (กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา) ยืนยันว่า ต้องจัดภายใต้มาตรการที่กำหนด โดยจัดพื้นที่โซนนิ่งในการจัดกิจกรรมตามประเพณีสงกรานต์และควบคุม”
พล.อ.สุพจน์กล่าวว่า ในขั้นต้นเสนอให้รดน้ำ การสรงน้ำพระ ร่วมกิจกรรมที่วัดได้ ร่วมกิจกรรมตามประเพณีสงกรานต์ได้ แต่ทุกที่ต้องจัดด้วยความระมัดระวัง โดยขอให้กระทรวงมหาดไทยใช้กลไกปกครองท้องที่กำกับละเอียดลงไปจนถึงหมู่บ้าน
พล.อ.สุพจน์กล่าวว่า ขณะเดียวกันกระทรวงสาธารณสุขได้วางแผนสำหรับการปรับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ไปสู่การเป็นโรคประจำถิ่น ซึ่งเป็นเพียงแผนและกรอบเพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุม ศบค.ทราบและพิจารณาความเห็นเพิ่มเติมเพื่อให้กระทรวงสาธารณสุขนำไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ปลดล็อก ผับ-บาร์ ส่อแท้ง
พล.อ.สุพจน์กล่าวว่า สำหรับการผ่อนคลายมาตรการในส่วนของสถานบันเทิงนั้น มีการเสนอเข้าสู่ที่ประชุมศบค.ทุกครั้ง และครั้งนี้จะมีการเสนอเข้าที่ประชุม ศบค.พิจารณาเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นความพยายามช่วยผู้ประกอบการสถานบันเทิง
อย่างไรก็ตามเนื่องจากมีปัจจัยหลายประเด็นที่สำคัญต้องพิจารณาและเรื่องความเสี่ยงของกิจการและกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงมาก และส่วนใหญ่อยู่ในสถานที่ปิด โอกาสแพร่เชื้อสูง จึงต้องพิจารณาให้รอบคอบ
“อยากจะให้พิจารณาประเด็นที่สำคัญ เช่น ในสถานการณ์ปัจจุบัน การแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ถึงแม้ไม่รุนแรง แต่กระจายรวดเร็ว โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยมีโรคประจำตัว ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง มีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้นการควบคุมพื้นที่สำคัญ กิจกรรมสำคัญ เป็นสิ่งที่เราต้องคำนึงถึง กิจการที่เสี่ยงมาก ๆ ถ้าเราตัดสินใจเปิดแล้วต้องลงทุนสูง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ก็เป็นที่น่ากังวล เพราะฉะนั้นต้องพิจารณาให้รอบด้าน”
ผู้สื่อข่าวถามว่า การผ่อนคลายมาตรการจะเป็นการสวนทางกับตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตที่สูงขึ้นทุกวันหรือไม่ พล.อ.สุพจน์กล่าวว่า ไม่สวนทาง เป็นเรื่องที่ทางกระทรวงสาธารณสุขคาดการณ์ไว้แล้ว ตามฉากทัศน์ แต่เราจำเป็นต้องผ่อนคลาย เนื่องจากมีความจำเป็นต้องให้เศรษฐกิจเดิน จำเป็นที่ต้องให้ประชาชนมีงานทำ มีรายได้ เราต้องทำ และต้องมีมาตรการที่ดีที่สุดออกมาช่วยให้ตัวเลขการติดเชื้อไม่มีอันตราย
“สิ่งสำคัญที่สุด คือ วัคซีน ซึ่งพิสูจน์แล้วว่า ผู้ที่ฉีดวัคซีนอัตราการติดเชื้อน้อย หรือ ติดเชื้อแล้วไม่มีผลรุนแรง ในช่วงนี้เราห่วงใยมากที่สุด คือ ตัวเลขผู้เสียชีวิต 90% ขึ้นไป มาเป็นระยะเวลา 2-3 เดือนแล้ว คือ ผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว จึงขอความร่วมมือทุกภาคส่วนให้ผู้สูงอายุได้รับวัคซีน”
จ่อเหลือตรวจ ATK แทน RT-PCR
พล.อ.สุพจน์กล่าวว่า การประชุม ศบค.ชุดใหญ่ในวันพรุ่งนี้ จะมีการปรับ Thailand Pass ซึ่งการประชุมศบค.ครั้งที่ผ่านมาได้ปรับไปแล้ว 1 ครั้ง การตรวจเมื่อเข้าประเทศแล้วจาก 2 ครั้ง เหลือ 1 ครั้ง ในครั้งนี้จะพิจารณาปัจจัยต่างประเทศทั้งหมด พิจารณาปัจจัยภายในประเทศ รวมถึงขั้นตอนต่าง ๆ ก็น่าจะมีการปรับให้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น เพื่อให้คนไทยหรือนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าประเทศสะดวกมากขึ้น และมีมาตรการป้องกันโรคที่ยอมรับได้
เมื่อถามว่า โอกาสที่จะต้องจองโรงแรม 1 คืน อาจไม่จำเป็นต้องจองแล้ว พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า ยังมีโอกาสอยู่ แผนเรา เตรียมให้สะดวกกว่านี้ เช่น การปรับการตรวจ RT-PCR จำนวน 1 ครั้ง ให้เป็น ATK จะเห็นได้ว่า สถานการณ์ปัจจุบันภายในประเทศ พื้นที่ท่องเที่ยว ตัวเลขยังสูงมากอยู่ ทางกระทรวงสาธารณสุขต้องพิจารณาว่าจะปรับได้ขนาดไหน แต่ปรับแน่ เพราะได้พูดคุยกันมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้จะมีการพูดคุยเพิ่มเติม และพรุ่งนี้จะเสนอเข้าที่ประชุมศบค.
“เกณฑ์ที่เรายอมรับความเสี่ยงได้ คือ เข้ามาต้องตรวจ 1 ครั้ง ส่วนจะเป็นการตรวจ RT-PCR หรือ ตรวจด้วย ATK” พล.อ.สุพจน์กล่าว
ใส่หน้ากากอนามัย-พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังจำเป็น
พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า สำหรับการยกเลิกการใส่หน้ากากอนามัยในที่สาธารณะนั้น ตนยืนยันว่า หน้ากากอนามัยยังมีความจำเป็นในสถานการณ์ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่พิจารณาว่าเหมาะสมแล้วที่จะเปิดหน้ากากอนามัยได้อย่างปลอดภัย เพราะผู้ติดเชื้อหายแล้วยังมีโอกาสติดเชื้อได้ หรือ ผู้ติดเชื้อแล้วไม่มีอาการก็ยังมีโอกาส ฉะนั้นการปิดหน้ากากอนามัยยังเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยไม่เกิดการระบาดเป็นแสนเป็นล้านคนเหมือนประเทศบางแห่งทั่วโลก
“ข่าวที่ออกมาอาจจะเป็นแผนการในอนาคต 3 เดือน 6 เดือน 9 เดือน ต้องประเมินอย่างต่อเนื่องต่อไป แต่วันนี้การใส่หน้ากากอนามัยยังเป็นเรื่องสำคัญ”
พล.อ.สุพจน์กล่าวว่า เรื่องสำคัญ ๆ ของมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 อาจจะมีการคุยกันเรื่องแผน มีการคุยกันเรื่องที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลง แต่เรื่องสำคัญต้องผ่านที่ประชุม ศบค.
พล.อ.สุพจน์กล่าวว่า ส่วนการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ตนในฐานะที่นั่งทำงานอยู่ตรงนี้ ยังยืนยันว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ยังมีความจำเป็นในช่วงเวลานี้ เป็นเครื่องมือสำคัญที่เราจะใช้ป้องกันประชาชน เพราะฉะนั้นยังมีความจำเป็น เมื่อใดที่หมดความจำเป็น ไม่ต้องกังวล ตนจะพิจารณาเสนอผู้ที่เกี่ยวข้องให้ยกเลิกทันที และใช้กฎหมายปกติ ถ้าเราหมดความจำเป็น แต่ตอนนี้ตนยังเห็นว่า ยังจำเป็น
แนะ คลีนอัพก่อนกลับบ้าน 7 วัน
ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงแนวโน้มการเปิดผับ-บาร์ ว่า ขอให้รอกรมควบคุมโรคเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (ศบค.) ในวันพรุ่งนี้ (18 มี.ค.) ก่อน ซึ่งไม่มีอะไรขันน็อตให้เพิ่มมากขึ้น มีแต่ทำให้มีการดำเนินการได้มากขึ้น แต่จะผ่อนคลายได้มากน้อยแค่ไหนต้องให้ ศบค.เป็นผู้พิจารณา
นายอนุทินกล่าวถึงมาตรการป้องการโรคโควิด-19 ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนให้ระมัดระวังตัวเองอย่างเต็มที่ มีสาเหตุเดียวที่ทำให้ติดเชื้อได้ คือ การร่วมกลุ่มกันของคนหมู่มาก เป็นวันครอบครัว แต่อย่าหลายครอบครัวมารวมตัวกัน
“อยู่กับครอบครัวดีกว่า อย่าเพิ่งไปเน้นเรื่องของบันเทิงมากมาย ถ้าถามผมยังไม่แนะนำให้มีการสาดน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไล่สาดน้ำกัน เพราะต้องเอามือไปกวนดินสอพอง เอาไปประหน้า เกิดการสัมผัสเยอะแยะไปหมด รดน้ำพระ รดน้ำคุณพ่อคุณแม่เป็นสิ่งที่ไม่เป็นอันตรายอยู่แล้ว สิ่งที่ดีที่สุด คือ ใส่หน้ากากอนามัย ฉีดวัคซีน”
นายอนุทินกล่าวว่า แพทย์แนะนำว่า คลีนอัพก่อนกลับบ้าน 1 สัปดาห์ ไม่ไปดินเนอร์กับเพื่อนฝูงข้างนอก ไม่ไปสังสรรค์ ไม่ไปพบปะผู้คนมาก ไม่ไปในสถานที่เสี่ยง 7 วัน จึงกลับบ้าน สะอาดแน่นอน ลดอัตราการติดเชื้อได้มาก