เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปฏิบัติการเช็กบิลโรงงานกากอุตสาหกรรม สั่งหยุดแล้ว 1 ปรับปรุง 63 โรง
Economic ปฏิบัติการเช็กบิลโรงงานกากอุตสาหกรรม สั่งหยุดแล้ว 1 ปรับปรุง 63 โรง
‘จุลพันธ์’ ยันรัฐบาลกลมเกลียว ‘เพื่อไทย’ ไม่แตกแถว โหวตหนุน 18 รมต.
Politics ‘จุลพันธ์’ ยันรัฐบาลกลมเกลียว ‘เพื่อไทย’ ไม่แตกแถว โหวตหนุน 18 รมต.
ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 650 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 650 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,850 บาท
ปกรณ์ ชี้ ‘เออร์ลี่รีไทร์ ขรก.’ ทำเพื่ออนาคตประเทศ หลังงบพัฒนาเหลือน้อย รายจ่ายประจำแตะ 70%
Politics ปกรณ์ ชี้ ‘เออร์ลี่รีไทร์ ขรก.’ ทำเพื่ออนาคตประเทศ หลังงบพัฒนาเหลือน้อย รายจ่ายประจำแตะ 70%
ก.อุตฯ ชงความเห็น ครม. ‘เก็บภาษีสรรพสามิต’ รถ EV นำเข้า ช่วยเหลือผู้ผลิตในไทย
Politics ก.อุตฯ ชงความเห็น ครม. ‘เก็บภาษีสรรพสามิต’ รถ EV นำเข้า ช่วยเหลือผู้ผลิตในไทย
ค่าเงินบาทวันนี้ (3 พ.ย. 69) เปิดตลาด 33.74 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (3 พ.ย. 69) เปิดตลาด 33.74 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
รัฐบาลปิดประตู ‘ทักษิณ’ ยื่นนิรโทษกรรม ชี้ไม่เข้าเงื่อนไข
Politics รัฐบาลปิดประตู ‘ทักษิณ’ ยื่นนิรโทษกรรม ชี้ไม่เข้าเงื่อนไข
ครม.สัญจร อุดรฯ จับตา คลังชงขึ้นภาษีรถ EV – ของบ 5.8 พันล้าน ลุยรถไฟฟ้า 17 – 45 บาท
Politics ครม.สัญจร อุดรฯ จับตา คลังชงขึ้นภาษีรถ EV – ของบ 5.8 พันล้าน ลุยรถไฟฟ้า 17 – 45 บาท
ESTAR ปลื้ม “สตาร์วิว Mrt ติวานนท์” กวาดยอดขาย 200 ล้าน ขยายวันพรีเซล 7-8 พ.ย.นี้
Real Estate ESTAR ปลื้ม “สตาร์วิว Mrt ติวานนท์” กวาดยอดขาย 200 ล้าน ขยายวันพรีเซล 7-8 พ.ย.นี้
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับลง 1.95% อยู่ที่ 76,703 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับลง 1.95% อยู่ที่ 76,703 เหรียญสหรัฐ
ดูทั้งหมด

เปิดมุมคิดนักเศรษฐศาสตร์ มองเฟดขึ้นดอกเบี้ยทะลุเศรษฐกิจไทย

21 มี.ค. 2565 | 08:59น.
3คน

ในที่สุดธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ก็ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี เพื่อเบรกอัตราเงินเฟ้อสหรัฐที่ร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ พร้อมส่งสัญญาณว่าจะปรับอีกราว 6 ครั้ง ซึ่งจะทำให้ปลายปีนี้ดอกเบี้ยเฟดจะไปอยู่ที่ 1.75-2.00% ต่อปี รวมถึงจะเริ่มดูดสภาพคล่องคืน (QT) ในการประชุมครั้งต่อไป ในวันที่ 3-4 พ.ค. 2565 จึงต้องมาพิจารณากันว่า จะกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้าอย่างไรบ้าง

ธปท.ยืนดอกเบี้ยต่ำฟื้นเศรษฐกิจ

“ดร.ปิติ ดิษยทัต” ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 16 มี.ค. ก่อนเฟดประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยว่า ถึงแม้ว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย แต่ไทยยังไม่จำเป็นต้องปรับดอกเบี้ยตาม โดยนโยบายการเงินยังคงให้น้ำหนักกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง และไม่สะดุด

นอกจากนี้ การปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐเชื่อว่าจะไม่เป็นสาเหตุที่ทำให้ฟันด์โฟลว์ไหลออก เนื่องจากส่วนต่างดอกเบี้ยยังไม่แตกต่างกันมาก รวมถึงนักลงทุนน่าจะมองเรื่องของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะปานกลางเป็นหลักมากกว่าการมองเรื่องของผลตอบแทน

3 ข้อจำกัด เพิ่มแรงกดดัน ธปท.

ขณะที่ “ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ประเมินว่า จากทิศทางนโยบายของเฟดอาจจะทำให้มีแรงกดดันในการดำเนินนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีข้อจำกัดมากขึ้น เพราะตอนนี้ ธปท.ยืนยันว่า ไทยยังไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย

แต่คำถามที่จะเกิดขึ้นต่อไป คือ หากเฟดขึ้นดอกเบี้ยแบบก้าวหน้าตามที่ประกาศไว้ แล้วสิ้นปีดอกเบี้ยสหรัฐขึ้นไปอยู่ที่ 2.00% ขณะที่ดอกเบี้ยของไทยอยู่ที่ 0.50% จะทำให้เกิดความผันผวนของการเคลื่อนย้ายเงินทุนได้ เพราะนักลงทุนย่อมต้องการผลตอบแทนที่สูงกว่า

โดยข้อจำกัด 3 ข้อที่ ธปท.จะเผชิญ ก็คือ 1.หากเงินเฟ้อไม่ได้สูงชั่วคราว เพราะหากราคาน้ำมันสูงนาน ๆ แล้วยังมีประเด็นเรื่องราคาปุ๋ย อาหารสัตว์ ข้าวสาลี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่จะทำให้ต้นทุนผลิตอาหารสูงขึ้น แล้วกลายเป็น food inflation (ภาวะราคาอาหารเฟ้อ) ซึ่งมีความเสี่ยงเป็นไปได้ และหากการคาดการณ์เงินเฟ้อขึ้นไประดับสูง จะทำให้ลดลงลำบาก 2.ยิ่งราคาน้ำมันแพง จะทำให้ไทยยิ่งขาดดุลบัญชีเดินสะพัดมากขึ้น และ 3.ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยไทยกับเฟด

“ถ้าสิ้นปีราคาน้ำมันยังอยู่ระดับสูง นักท่องเที่ยวไม่กลับมา เราขาดดุลบัญชีเดินสะพัดอีก แล้วเงินเฟ้อยังสูง แบงก์ชาติจะทำอย่างไร ผมว่าหลัก ๆ ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นในตลาดโลกยังไงก็มากระทบเรา ทั้งเรื่องดอกเบี้ยในตลาด ทั้งค่าเงินบาท ซึ่งวันนี้ก็เห็นว่า พอเฟดขึ้นดอกเบี้ย ดอกเบี้ยระยะยาวสหรัฐก็ขยับขึ้น และดอกเบี้ยระยะยาวของไทยก็ต้องขยับขึ้นด้วย ตัวสั้นถูกกดไว้ด้วยดอกเบี้ยนโยบาย แต่ก็จะถูกกดดันมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วแบงก์ชาติจะทำอย่างไร จากตอนนี้ที่บอกว่าจะให้ความสำคัญกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจก่อน”

นโยบายเฟดไม่รุนแรง

“ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล” รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ชี้ว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ของเฟดเป็นการประกาศแนวทางการทำนโยบายการเงินเบื้องต้น ซึ่งเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปภายใต้เศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวน ทั้งในส่วนความขัดแย้งในยูเครน-รัสเซีย และผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19

โดยหากปลายปีดอกเบี้ยไปอยู่ที่ 2.00% ถือเป็นระดับที่ไม่ได้สูงมาก สูงกว่าตลาดคาดการณ์แค่เล็กน้อย และภาพรวมเป็นแนวทางค่อยเป็นค่อยไป จากนั้นในปี 2566 เฟดจะมีการปรับดอกเบี้ยขึ้นอีก 3-4 ครั้ง ทำให้ดอกเบี้ยจะไปอยู่ที่ 2.5-2.7% ดังนั้น เศรษฐกิจสหรัฐจะได้รับแรงสนับสนุนในการเติบโตไปอีกระยะเวลา 1 ปีกว่า

“ส่วนผลกระทบต่อไทยนั้น หากจะมีผลต่อเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) ไหลออก เฟดต้องขึ้นดอกเบี้ยอีก 2-3 ครั้ง หรือน่าจะเป็นในช่วงปลายปี อย่างไรก็ดี ภาพรวมตลาดรับรู้ไปพอสมควรแล้ว ว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตลาดหุ้นก็ไม่ตื่นรับข่าวเท่าไหร่ ซึ่งเราจะเห็นสภาพคล่องล้นตลาดไปอีกสักระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่เฟดจะมีประกาศแผนการลดขนาดงบดุล (QT) ในการประชุมครั้งถัดไป ดังนั้น ภาพรวมเราจะยังอยู่ในภาวะดอกเบี้ยต่ำไปอีกปีกว่า”

ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่จับตาและสร้างความผันผวนให้กับตลาดและอาจมีผลต่อการดำเนินนโยบายของสหรัฐ มี 3 ปัจจัย คือ 1.การเผชิญหน้าระหว่าง NATO กับรัสเซีย ว่าสถานการณ์จะลุกลามรุนแรงแค่ไหน หรือมีการสู้รบจนกระทบโรงไฟฟ้าหรือไม่ 2.ราคาน้ำมันจะวิ่งไปไกลแค่ไหน ซึ่งไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ และ 3.การระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ในจีน และทั่วโลก

“เฟดมีหน้าที่เหมือนคุณหมอ หากเหตุการณ์พลิกผันไปกว่าที่มองไว้ โดยปัจจัยเสี่ยงคุมไม่ได้ เชื่อว่าระหว่างทางเฟดเองจะต้องปรับสูตรยาให้ตรงตามอาการ ซึ่งไม่ง่าย เพราะเป็นการขึ้นดอกเบี้ยภายใต้ความผันผวนและมีความท้าทายอย่างมาก”

กนง.คง ดบ.-ไม่ละเลยเงินเฟ้อ

ด้าน “ดร.เชาว์ เก่งชน” ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์วิจัยกสิกรไทย วิเคราะห์ว่า เฟดพยายามสร้างโรดแมปให้ตลาดเงินตลาดทุน ว่าจะเดินไปในทิศทางใด ซึ่งการปรับดอกเบี้ยอีก 6 ครั้ง ไม่ได้เป็นการปรับแบบก้าวกระโดด และเป็นสิ่งที่ตลาดคาดการณ์ อย่างไรก็ดี การปรับขึ้นดอกเบี้ยจะเป็นไปตามโรดแมปที่เฟดวางไว้หรือไม่นั้น ประเด็นสำคัญจะอยู่ที่เหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน เพราะจะส่งผลต่อราคาน้ำมันและอัตราเงินเฟ้อ

โดยหากสถานการณ์สู้รบคลี่คลาย ราคาน้ำมันน่าจะย่อตัวลงมาได้ แต่หากเหตุการณ์รุนแรง จนราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น ทำให้การปรับขึ้นดอกเบี้ยเพียง 0.25% คงไม่น่าจะเพียงพอ

“ในภาวะแบบนี้ ตลาดเงินและตลาดทุนจะมีความผันผวนค่อนข้างมาก และตัวเลขจะมีขึ้นและลงตามตัวเลขสำคัญของสหรัฐ โดยเฉพาะ 4 ตัว ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ คือ การจ้างงาน, เงินเฟ้อ, ราคาน้ำมัน และสถานการณ์ในยูเครน ซึ่งจะสะท้อนแรงกดดันและนำไปสู่การดำเนินนโยบายของสหรัฐ”

ในแง่ผลกระทบต่อไทย “ดร.เชาว์” มองว่า เชื่อว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะยังคงยืนอัตราดอกเบี้ยต่ำอยู่ที่ระดับ 0.50% ต่อปี เนื่องจากเศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้การฟื้นตัวยังไม่กลับมาเป็นปกติ

โดยระหว่างทางพยายามพิจารณาผลกระทบจากเฟดในการขึ้นดอกเบี้ยต่อเสถียรภาพการเงิน เช่น อัตราแลกเปลี่ยน เงินทุนเคลื่อนย้าย ซึ่งเชื่อว่า กนง.จะนำปัจจัยเหล่านี้ใส่ในการพิจารณานโยบายการเงินเป็นรอบ ๆ ไป เพื่อให้เหมาะสม โดยยังคงให้น้ำหนักในการประคองเศรษฐกิจ แต่ไม่ได้ละเลยประเด็นเรื่องเงินเฟ้อ

หลังจากนี้ ความผันผวนระหว่างทางคงมีอีกมาก แต่เชื่อว่าผู้กำกับดูแลนโยบายคงพยายามทำทุกอย่างให้สมูทที่สุด และหวังว่าจะไม่มีเหตุการณ์ที่เป็นช็อกแรง ๆ เกิดขึ้นอีก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

นักเศรษฐศาสตร์ เฟด