จับตา ไบเดนหารือสีจิ้นผิงคืนนี้ หวังจี้ปูตินหยุดถล่มยูเครน
รัสเซียยังคงขยายการโจมตีไปตามเมืองต่าง ๆ ของยูเครน ก่อนหน้าการหารือระหว่างไบเดนกับสีจิ้นผิง เพื่อพยายามแยกรัสเซียออกจากจีน
วันที่ 18 มีนาคม 2565 แชนแนลนิวส์เอเชียรายงานว่า ขีปนาวุธหลายลูกของรัสเซียได้ถล่มพื้นที่ใกล้สนามบินของเมืองลวีฟ ทางตะวันตกของยูเครน เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะที่ญี่ปุ่นและออสเตรเลียได้ออกมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ต่อหลายหน่วยงานของรัสเซีย เพื่อลงโทษกรณีบุกยูเครน
“โจ ไบเดน” ประธานาธิบดีสหรัฐฯมีกำหนดหารือกับ “สี จิ้นผิง” ประธานาธิบดีจีนในวันศุกร์ เพื่อพยายามแยกรัสเซียออกจากจีน ซึ่งเป็นมหาอำนาจเพียงชาติเดียวที่ยังไม่ได้ประณามการโจมตียูเครนของรัสเซีย
เป็นเวลากว่า 3 สัปดาห์แล้ว หลังจาก “วลาดิมีร์ ปูติน” ประธานาธิบดีรัสเซีย เปิดฉากบุกยูเครน ขณะที่รัฐบาลยูเครนที่มาจากการเลือกตั้ง ยังคงยืนหยัดต่อสู้
กองทัพรัสเซียเองก็เผชิญความสูญเสียอย่างหนัก แต่ก็ยังไม่หยุดโจมตีย่านที่พักอาศัย ทำให้มีผู้คนมากกว่า 3 ล้านคนในยูเครนต้องหลบหนีออกนอกประเทศ อย่างไรก็ตาม รัสเซียปฏิเสธว่าไม่ได้พุ่งเป้าไปที่พลเรือน แต่การดำเนินปฏิบัติการพิเศษครั้งนี้มึขึ้นเพื่อปลดอาวุธยูเครน
“กองทัพรัสเซียมีความคืบหน้าเล็กน้อยในสัปดาห์นี้” กระทรวงกลาโหมอังกฤษเผยระหว่างการอัพเดทข่าวกรองทางทหารรายวัน
“กองทัพยูเครนรอบกรุงเคียฟและเมืองมายโคลาอีฟ ยังคงขัดขวางความพยายามของรัสเซียที่ต้องการล้อมเมืองต่าง ๆ ขณะที่เมืองคาร์คีฟ, เมืองเชอร์นิกอฟ, เมืองซูมี และมารีอูปอล ยังคงถูกล้อม และตกอยู่ภายใต้การระดมยิงของรัสเซียอย่างหนัก”
มีเสียงระเบิดดังขึ้นอย่างน้อย 3 ครั้ง ใกล้กับเมืองสนามบินของเมืองลวีฟ เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น วิดีโอบนโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นการระเบิดครั้งใหญ่ และกลุ่มควันรูปทรงคล้ายเห็ดกำลังลอยขึ้น
“แอนดรีฟ ซาโดวี” นายกเทศมนตรีเมืองลวีฟ กล่าวว่า มีขีปนาวุธหลายลูกถล่มใส่ศูนย์ซ่อมบำรุงเครื่องบิน สร้างความเสียหายให้กับอาคารต่าง ๆ แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต
เมืองซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนโปแลนด์แห่งนี้ อยู่ห่างจากพื้นที่ที่ถูกรัสเซียถล่มอย่างหนักหลายร้อยไมล์ และเป็นหนึ่งในปลายทางที่ชาวยูเครนใช้หลบหนีออกจากเขตสู้รบ
รัสเซียได้เพิ่มการโจมตีด้วยขีปนาวุธต่อเป้าหมายที่กระจัดกระจายทางตะวันตกของยูเครนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ยูเครนมองว่าเป็นความพยายามขยายความขัดแย้งให้กว้างขึ้น
ปูตินกดดันจีน
ด้วยการคว่ำบาตรทางการเงินและทางการทูต ทำให้รัสเซียถูกตัดออกจากระบบเศรษฐกิจที่ก้าวหน้าทั่วโลก จีนจึงเป็นเส้นชีวิตทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่สุดท้ายของรัสเซีย
ปูตินและสีได้ลงนามในข้อตกลงมิตรภาพเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อนการบุกยูเครน ข้อตกลงดังกล่าวได้ย้ำถึงความคับข้องใจของรัสเซียที่มีต่อยูเครน
จนถึงขณะนี้จีนวางตัวอย่างระมัดระวัง โดยงดออกเสียงในมติของสหประชาชาติที่ประณามรัสเซีย พร้อมปฏิเสธที่จะกล่าวว่าการโจมตีของรัสเซียเป็นการบุกรุก และวิพากษ์วิจารณ์ชาติตะวันตกหลายครั้ง
แต่สหรัฐฯ ซึ่งสัปดาห์นี้ได้ประกาศให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนเพิ่มเติมอีก 800 ล้านเหรียญสหรัฐ ระบุว่า สิ่งที่รัสเซียต้องการจากจีนนั้นมากกว่าการปกป้องทางการทูต และรัสเซียได้ขอเงินกับอาวุธเพื่อทำสงครามต่อ อย่างไรก็ตาม ทั้งรัสเซียและจีนต่างปฏิเสธข้อกล่าวหานี้
“สหรัฐฯกังวลว่าจีนกำลังพิจารณาให้ความช่วยเหลือรัสเซียโดยตรง ด้วยการมอบยุทโธปกรณ์สำหรับใช้ในยูเครน” แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯกล่าว
ไบเดน ซึ่งกล่าวหาว่าปูตินเป็นเผด็จการสังหาร จะทำให้สีเข้าใจอย่างชัดเจนต่อข้อเรียกร้องของเขาที่ว่า จีนจะต้องรับผิดชอบต่อทุกการกระทำที่สนับสนุนการรุกรานของรัสเซีย โดยบลิงเคนกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ผู้นำทั้งสองมีกำหนดหารือกันในช่วงคืนวันศุกร์ (ประมาณ 22.00 น.ตามเวลาประเทศไทย)
“เฮเลนา เลการ์ดา” หัวหน้านักวิเคราะห์สถาบันจีนศึกษาเมอร์คาเตอร์ กล่าวว่า “จีนจะทำทุกอย่างเท่าที่มีอำนาจ เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างเปิดเผย ขณะที่ความสัมพันธ์กับรัสเซียก่อนหน้านี้ได้กลายเป็นเรื่องซับซ้อน และตอนนี้จีนกำลังเผชิญความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และชื่อเสียง”
ญี่ปุ่น-ออสเตรเลีย ร่วมคว่ำบาตร
ญี่ปุ่นและออสเตรเลียประกาศมาตรการคว่ำบาตรบุคคลและองค์กรของรัสเซีย ซึ่งรวมถึง 2 ผู้มีอำนาจที่มีความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมเหมืองแร่ของออสเตรเลีย ผู้ส่งออกอาวุธของรัสเซีย รวมถึงกระทรวงการคลังและธนาคารกลางของรัสเซีย
สหประชาชาติเผยว่า มีพลเรือนเป็นเหยื่อของสงครามในยูเครนทั้งหมด 2,032 ราย ในจำนวนนี้ เสียชีวิต 780 ราย และบาดเจ็บ 1,252 ราย ขณะที่พลเรือนประมาณ 3.2 ล้านคนในยูเครนได้หลบหนีออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบ