เซเลนสกีวอนรัสเซียเจรจายูเครน ก่อนความเสียหายลามหลายชั่วอายุคน
ผู้นำยูเครนเรียกร้องให้รัสเซียร่วมเจรจาสันติภาพ ก่อนรัสเซียต้องใช้คนหลายชั่วอายุเพื่อฟื้นฟูความเสียหาย
วันที่ 19 มีนาคม 2565 รอยเตอร์สรายงานว่า “โวโลดีมีร์ เซเลนสกี” ประธานาธิบดียูเครนเรียกร้องให้มีการเจรจาสันติภาพกับรัสเซีย โดยกล่าวว่ารัสเซียอาจต้องการคนหลายชั่วอายุเพื่อฟื้นฟูความสูญเสียที่เกิดขึ้นระหว่างสงคราม
เซเลนสกีกล่าวว่า ยูเครนเสนอวิธีแก้ปัญหาเพื่อสันติภาพมาโดยตลอด และต้องการการเจรจาที่มีความหมายและจริงใจเพื่อสันติภาพและความมั่นคง โดยไม่รอช้า
“ผมต้องการให้ทุกคนฟังผมในตอนนี้ โดยเฉพาะรัสเซีย ถึงเวลาสำหรับการพบกันแล้ว มันเป็นเวลาที่ต้องคุยกัน” เขากล่าวผ่านวิดีโอที่เผยแพร่เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์
“ถึงเวลาแล้วที่จะฟื้นฟูบูรณภาพแห่งดินแดนและความยุติธรรมของยูเครน มิเช่นนั้นความสูญเสียของรัสเซีย จะทำให้คุณต้องใช้คนหลายชั่วอายุในการฟื้นฟู”
ทั้งสองฝ่ายต่างมีส่วนร่วมในการเจรจามานานหลายสัปดาห์แล้ว แต่ยังไม่มีสัญญาณความคืบหน้า
เซเลนสกีกล่าวว่า กองกำลังรัสเซียจงใจปิดกั้นการหาเสบียงเพื่อส่งความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมไปยังเมืองต่าง ๆ ที่กำลังถูกโจมตี
“นี่เป็นการตั้งใจใช้ยุทธวิธี นี่เป็นอาชญากรสงคราม” เซเลนสกีกล่าวและว่า “สงครามต้องยุติลง ข้อเสนอของยูเครนอยู่บนโต๊ะเจรจาแล้ว”
เดอะการ์เดียนรายงานวา ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา รัสเซียยอมรับว่าได้ใช้อาวุธที่มีความเร็วเหนือเสียงเป็นครั้งแรก เพื่อทำลายคลังทหารใต้ดินในยูเครนตะวันตก ทั้งนี้ ขีปนาวุธที่มีความเร็วเหนือเสียงเป็นอาวุธที่เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว และสามารถหลบหลีกการตรวจจับโดยระบบป้องกันขีปนาวุธ
กระทรวงกลาโหมรัสเซียเผยในวันเดียวกันว่า ได้ทำลายคลังใต้ดินขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับเก็บขีปนาวุธและเครื่องบินทิ้งระเบิด ในเมืองอิวาโน-ฟรานคิฟสก์
ก่อนหน้านี้ “วลาดิมีร์ ปูติน” ประธานาธิบดีรัสเซีย อ้างระหว่างการโทรศัพท์พูดคุยกับ “โอลาฟ โชลซ์” ว่า ยูเครนกำลังพยายามขัดขวางการเจรจาสันติภาพ แต่รัสเซียยังคงกระตือรือร้นที่จะดำเนินการเจรจาต่อไป
ทางตอนใต้ของยูเครน มีรายงานจากสื่อท้องถิ่นว่าทหารยูเครน 40 นายเสียชีวิต หลังรัสเซียดำเนินปฏิบัติการโจมตีทางอากาศที่ค่ายทหารในเมืองมิโคไลฟ
“โอเลกซานเดอร์ เซนเควิช” นายกเทศมนตรีเมืองมิโคไลฟ โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันศุกร์ว่า มีหมู่บ้านหลายแห่งในเมืองนี้ที่ถูกยึดครอง และเมืองกำลังถูกไหม้อย่างหนัก เขาเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นว่า “วันที่ยากลำบาก”
การสู้รบยังคงดำเนินต่อไปในเมืองท่าที่สำคัญต่าง ๆ ขณะที่กระทรวงกลาโหมของยูเครนยืนยันเมื่อช่วงค่ำวันศุกร์ว่า ได้สูญเสียการเข้าถึงทะเลอาซอฟเป็นการชั่วคราว ซึ่งนับเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับยูเครน เนื่องจากทะเลอาซอฟเป็นทะเลที่เชื่อมกับทะเลดำ